วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

21. ถึง คราว ต้องตัดสินใจ

                                    
เมื่อ ชีวิต ต้องตัดสินใจ

ตามที่ได้บันทึก เล่าเรื่อง...เสี้ยวของชีวิต ที่ผ่านมาตามลำดับชีวิต ...ที่หมู่บ้านมหาลาภ ชื่นชมสมอุรา มีชีวิต อย่างมีความสุขมาก อบอุ่น มีใครต่อใคร ที่รู้จัก คุ้นเคย แวะเวียนมา เจอะเจอ หรือ นัดกันมาที่บ้าน จนเป็นที่รู้กัน ถือเอาที่บ้าน เป็นศูนย์กลาง การนัดพบ หรือ มาเฮฮา ไม่มีวันสุดสับดาห์ไหน ที่จะว่างเว้น .....นอกจากเพื่อน ๆ ร่วมงาน ทีวี แล้วยังมีคนในวงการมวย โดยเฉพาะกรรมการมวย ที่เราเป็นกรรมการ และเลขาสนามมวย ฯ อยู่ด้วยทั้งที่เวทีของ ทีวี และสมาคมมวยไทย และมวยสมัครเล่น พี่ตุ๋ย ...มงคลวัชโรบล...พี่สมพงษ์ สุขา สองท่านนี้ กลายเป็นคู่ขากันทั้งเรื่อง การงาน และส่วนตัว เที่ยว พี่สมพงษ์ เป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร  ไซล์ไลน์ เป็นกรรมการห้ามมวย และกรรมการของสมาคมมวยสากลสมัครเล่น ระดับไอบ้า มีภาระ ที่จะต้อง รับนาย หรือ พวกเรา ที่เเดินทางกลับจากต่างประเทศ เพื่อความสะดวกในการ ผ่านด่านศุลกากร ... 


นอกจากนี้ก็ยังมี ร.อ.อาคม บุญโญ พี่ช้วน ศรีสุข.....พี่ พ.ท.วิชาญ ทองภัทร... พี่วิเชียร นีลิกานนทน์  โดยเฉพาะอาทิตย์สิ้นเดือน เบี้ยเลี้ยงออก จะต้องถูกกำหนดบังคับ ให้ต้องไปสังสรรด้วย เราะเราเป็นคนดูแล เรื่องเบิกเงิน จึงทำให้การทำงานราบรื่น มีอะไรต้องพูดคุย แลกเปลี่ยน ทัศน ความคิดเห็นกันได้ตลอดเวลา คงไม่ใช่สนิทกันเพราะทำงานอย่างเดียว แต่ยังมีอัธยาศรัย ต่อกัน นอกจากท่านที่เอ่ยนามมานี้ ก็ยังมีอีกหลายท่าน ที่คุ้นเคยสนิทกันดี มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าได้เจอ ก็ยังพูดคุย กันถึงความหลัง หรือ บางท่าน ก็จะไปเจอ เมื่อมีท่านหนึ่ง ท่านใด สละร่าง แล้วไปนั่งพนมมือ ให้กัน

นานวันเข้า ก็จะมีคำถาม จากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด ที่เคารพ และเกรงอก เกรงใจกัน...เมื่อชีวิต มาถึงจุดอิ่มตัว ไม่น่าจะมีอะไร ? ....."เมื่อไหร่ ถึงจะแต่งงาน"...."จะปล่อยให้วิถีชีวิต ผ่านไป วัน ๆ แบบนี้ หรือ ?" ...แถมด้วยคำ สำทับจากท่านที่เคารพ และเป็นผู้ชี้ทางชีวิตให้ ในขณะนั้น..." ถ้าเธอ ไม่แต่งงาน กับ ห่อ เราก็ไม่มีอะไร ต้องพูดกันแล้ว..! " ....ชีวิต ถึง บท อึ้ง...ไปทันที ครุ่นคิด อยู่นานหลายวัน..เพราะมี หลายคนรอฟังคำตอบ.....เป็นไง ล่ะ ถึงบทบางตอน ที่ต้องถูกกระแสชีวิต บีบคั้น ? มิตรภาพ สายสัมพันธ์ ความปรารถนาดี ....ถึงวาระชีวิต ต้องตัดสินใจ ครั้งสำคัญ ไม่มีข้อแก้ตัวหรือหลีกเลี่ยง
ไม่มีข้อแก้ตัว จริง ๆ ใคร ๆ ก็รู้ โดยปริยาย กันทั้งบาง...มันถึงคราว จำพรากจากใจตัวเอง เพื่อแยกแยะ อะไรในใจให้ สลัดพ้นพันธะ จากบุคคลที่ยังอยู่ในใจ มิตรภาพ ความปรารถนาดี สายสัมพันธ์ ที่ยึดมั่น มีต่อกัน ความเห็นอกเห็นใจ ในความจริงใจ ความซื่อ อันเป็นบุคลิก ไม่มีมายา ความรักอันบริสุทธิ์ ที่มอบมาให้ รวมถึงความเข้าใจ...ถึงแม้ว่า จะต้องถูกประณาม ในใจบ้าง แสดงออกด้วยอารมณ์บ้าง จากคนที่เคยใกล้ชิด ที่ไม่ต้องการให้ติดต่อกัน ได้ อยู่แล้วในขณะนั้น 
ความรัก ความเข้าใจ มันเป็นอะไร ที่ต้องสลาย ไปกับการตัดสินใจ ต้องทำลาย น้ำใจอันดีงาม ความบริสุทธิ์ ความดี ที่มีต่อ คนในหัวใจคนหนึ่ง ที่เพรียบพร้อมความเป็น กุลสตรีคนหนึ่ง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ที่ต้อง.....คงไม่ต้อง เอ่ยชื่อ...ย่อมเป็นที่รู้อยู่ใน หัวอก ของความบอบช้ำ ที่ต้องตัดสินใจ เก็บความสัมพันธ์ ที่มีมาตั้งแต่สายตา ที่ดูแลกันมา เมื่อยามประสบ พบเจอกัน นับจากความเป็นเพื่อน ความรู้สึกลี้ลับ ในหัวใจ  จนมาใกล้ชิด แนบสนิทต่อกัน ทำได้เพียง รวบรวมสิ่งดี ๆ ที่มีต่อกัน เอามาเก็บไว้ในจิตใจ ...ทุกวันนี้เจอกัน ก็ยังดีใจ ที่ได้มีโอกาส พูดคุย ทักทายกัน ถึงแม้ว่าสถานะภาพต่อกัน มันต้องแปรเปลี่ยนไป ไม่เคยได้ชี้แจง ไม่เคยต้องปรับความรู้สึก ของกันและกัน แต่มิตรภาพ ก็ยังคงอยู่ มาจนถึงทุกวันนี้ ..ถ้าจะโทษ แบบคนเห็นแก่ตัว ก็ต้องโทษ พรหมลิขิต บรรดาลชักพา ให้ต้องมีอันเป็นไป ลงโทษตัวเอง ที่ไม่ได้...ปล่อย อารมณ์ตัวเองให้ครอบงำ บรรลุความต้องการ ตามใจตนเอง ...นึกถึงทุกเวลา ยิ่งในสภาวะชีวิต ต้องอัปปางลง ก็ยิ่งหยิบตัวเองขึ้นมาเปรียบเทียบ รวมถึงคนอีกคนหนึ่ง ซึ่ง คุณทั้งสอง เป็นเพื่อนรักต่อกัน เติบโตมาด้วยกัน ไม่มีอะไร จะต้อง...ถ้าฟ้าดินต้องการลงโทษ.....ผมผิดเอง ที่ปล่อยให้อะไรในชีวิต ล่องลอย ผ่านมา นับตั้งแต่ คนแรก ชีวิต ที่ปราจีนแล้ว... 
                                                     
       ชีวิต ต้องเริ่มปรับตัวเอง ทำตัว ทำใจ เพื่อรับสภาพชีวิตสมรส สถานะทางครอบครัว จะต้องเริ่มต้นในออีกอริยบท ตามครรลอง ที่สมควรจะต้องเป็นไป อย่างที่หลีกเลี่ยง หรือ ปฏิเสธไม่ได้ ..พรรคพวกที่สนิท กัน โดยเฉพาะ เพื่อนร่วมงานในวงการมวย ของสถานี ฯ รับให้เป็นภาระของ ร.อ.อาคม บุญโญ กรรมการห้ามมวย ที่โดยส่วนตัว สนิทเฮฮา ในกลุ่ม พี่ตุ๋ย..มงคล วัชโรบล และพี่ช้วน ศรุสุข รวมถึงพี่สมพงศ์ สุขา ตลอดจนท่านอื่น ๆ  ดำเนินการในเรื่องการจัดงาน ฯ ด้วยความชำนาญ เพราะมีประสบการณ์มาทุกคน ...สโมสรนักเรียนนายร้อย จปร. หน้าสนามมวยเวทีราชดำเนิน  นับว่า เป็นสถานที่ เยี่ยมมากในยุคนั้น เพราะทุกท่านรู้จักดี ไปมา สะดวก โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่ กลุ่มบางขุนพรหม ชอบใจมาก เพราะอยู่ใกล้ ..พี่อึ่ง..สมภาพ ศรีสมวงศ์ ส่งเงินมาให้ก้อนหนึ่ง (ยังไม่รู้เลย ว่า เงิน นาย หรือเงิน...เพราะหยิบมาจากลิ้นชัก กลุ่มเงิน แพทตี้เครช .....ช่างเถอะ ไม่อยากจะถามแล้ว...รู้งี้ ตอนนั้น จัดที่ดุสิต เสียก็ดี...ดีนะที่ถาม ว่าพอไหม ต้องบอกว่า พอ เพราะทุกอย่างลงตัวแล้ว ถึงยื่นมาให้ ด้วยความคาระวะ ในจำนวนที่รับมา   ด้วยความ ทราบซึ้ง มาจนถึงทุกวันนี้

การจัดงานทำตามประเพณี ทุกอย่าง แบบเรียบง่าย แต่ดูดี ไปหมด มีเพื่อน ๆ โดยเฉพาะเพื่อนที่เคียงข้างมาโดยตลอด ต้อย...ประกาย มาช่วยดูแล แป๊ะ-ต๋อย และเพื่อนในกลุ่ม เพื่อน ๆ มากันทุกกลุ่ม ทั้งเพื่อนวัดมหรร เพื่อนจากราชบุรี เพื่อนสนิท อ๋า บ็อ-บ๊อก เพื่อนจากวิทยาลัยเกริก ทั้งรุ่นเรา รุ่นคุณทองห่อ มากันหลายสิบคน ญาติ ๆ ในส่วนของชีวิต มาครบ ครอบครัวคุณลุงวิญญา น้ายุพา.....ตอนเช้า แม่ยุพัฒน์ มาร่วม ในงานเลี้ยงพระ และอวยพร พร้อมแม่ใหญ่อ้วน และอีกหลายท่าน ญาติที่ปราจีน เหมารถมากัน หลายท่าน คุณย่าถวิล บุณยรัตน์พันธ์ เป็นประธาน ญาติผู้ใหญ่ ที่เคารพ..งานเลี้ยงรับรอง ตอนกลางคืน สนุกมาก เหมือนงานปาร์ตี้ บางขุนพรหม มากันทั้งบาง..สิงห์ ..มานพ เจริญรัตน์ เพื่อนรัก เอาดนตรี มาบรรเลงในงาน...ในชีวิต ถือเป็นการจัดงาน ครั้งที่สอง ต่อมาจาก งานบวช
                                                                       

ชีวิต เริ่มต้น การมีครอบครัว มีอะไร ทุกอย่างในกิจวัตร ต้องเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตสมรส กับ คุณทองห่อ บรรลือสินธ์ นับแต่นั้นมา จากการเป็น เพื่อนสนิท เป็นหุ้นส่วน ในการทำธุรกิจ เล็ก ๆ กัน เป็นอะไรหลายสิ่งในชีวิต ตลอดระยะเวลาที่คบกันมาร่วมสิบปี จนมาเป็นเพื่อน คู่ทุกข์ คู่ยาก เมื่อ(เรา)ต้องประสบชะตากรรมอะไรในชีวิต จึงเป็นผลต้องตัดสินใจ มีชีวิตร่วมกัน 

 (เป็นอีกเสี้ยว หนึ่ง..เสี้ยว.....ของชีวิต ที่ต้องตราตรึง เก็บไว้ในใจ เพราะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าจะ ว่ากล่าวกัน หรือมีอะไร ที่ทำให้ ต้องโกรธ มีเรื่องต้องตำหนิ ถึงประณาม ก็ต้องยินดี น้อมรับใส่ใจทุกประการ ในการดำเนินชีวิต หลังจาก....)    

 
การสมรส และชีวิตครอบครัว เป็นสุขดี โดยส่วนตัว ก็ยังคงใช้ชีวิต เป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงแต่ที่บ้าน มีคุณแม่ฮุ้น เข้ามาอยู่ร่วมด้วย ตามพันธะ แม่ลูก(คุณทองห่อ) วันเสาร์ หรือวันศุกร์ เวลาที่พี่ดา แวะไปรับคุณแม่ คือ คุณย่าถวิล มาที่บ้านหน้ากองปราบ ก็จะแวะมาส่งที่บ้านเรา นอนค้างคืน วันอาทิตย์ พี่ดา ก็มารับไปบ้าน หรือ ไปส่งบ้านบางขุนพรหม ...เพื่อนฝูง ในกลุ่ม ก็ยังมาเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่ม แป๊ะ ซึ่งมารวมกับกลู่มเพื่อนที่เกริก ก็เลยเป็นกลุ่มใหญ่ มากันนับสิบคน ยิ่งมีเทศกาลงาน ฯ หรือ งานอยากจะกิน ก็ยิ่งคึกคัก กันเกือบทั้งคืน ...





บันทึกเมื่อ.....3 มีนาคม 2551.....เวลา 19.45 น.                        โปรดติดตาม.....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์สร็จ.....16 มีนาคม 2556                                       เสี้ยว.....ของชีวิต      ตอนต่อไป
















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.