วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

20.4 ชีวิต ที่.....หมอชิต








ตอนที่ 5

ปฏิรูป....ปฏิวัติ....กบฏ
หรือ ขบถ



ชีวิต ที่ หมอชิต ตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ....มีเหตุการณ์สำคัญ ของบ้านเมือง ที่เป็นประวัติศาสตร์การเมือง การปกครองของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลง สภาพการปกครอง ที่เรียกว่า ปฏิวัติ หรือ ปฏิรูป หรือ คำเรียกใด ๆ ตามที่ คณะผู้ก่อการ จะบัญญัติ ทุกคนก็เข้าใจดีว่า นั่นหมายถึง การล้มล้างอำนาจการปกครอง ของผู้ที่ดำรงค์อยู่ในขณะนั้น หลายครั้งบางเหตุการณ์ก็กลายเป็น กบฏ เพราะทำไม่สำเร็จ ซึ่งสมัยนี้เรียกว่า...นัดแล้วไม่มา...แต่ตอนนั้น นัด แล้ว แต่มาไม่ถึง ที่นัด.....เช่น กรณี พล.อ.ฉลาด และ เมษาฮาวาย ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา คณะผู้ก่อการ รับกรรมไปตาม ๆ กัน บางคนถึงกับเสียชีวิต และหลายคน ต้องเข้าไปอยู่ในบริเวณ ที่ไม่มีใครอยาก ย่างกายเข้าไป..ติดคุก....คงไม่ต้องเอ่ยถึงตัวบุคคล ให้เสทือนใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะได้กล่าวไว้ตั้งแต่เริ่ม บันทึก เสี้ยว....ของชีวิต ทำความเข้าใจกันไว้แล้ว



            


บันทึกความทรงจำ เกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่ผ่านมา ที่ตัวเอง มีส่วนเกี่ยวข้องตามหน้าที่การงาน หรือ ขณะดำรงชีพ เกี่ยวเนื่อง ...กับเหตุการณ์....
6 ตุลาคม 2519.... การปฏิรูปการปกครอง.... พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่  มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี สาเหตุมาจากเหตุการณ์จลาจล การกลับเข้าประเทศ ของ จอมพล ถนอม กิติขจร  รัฐบาล ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร  เป็นนายกรัฐมนตรี

20 ตุลาคม 2520....รัฐประหาร....พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่  เข้ายึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง สาเหตุมาจาก รัฐบาลในขณะนั้น สร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชการ และไม่เห็นด้วยกับระยะเวลา การปฏิรูปการปกครอง ซึ่งกำหนดไว้ถึง 12 ปี สมควรให้มีการเลือกตั้งเร็ว วันขึ้น

26 มีนาคม 2520....กบฏ ....พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ กระทำการไม่สำเร็จ โดนข้อหา กบฏ...นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้การนำของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.กมล เตชะตุงคะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.เสรม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารบก ต่อต้านจนกระทำการไม่สำเร็จ เจอ ข้อหากบฏ ถูกประหารชีวิต ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 21 ของ รัฐธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2520


1 เมษายน 2524....กบฏ ....พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา ด้วยการสนับสนุนของนายทหารหนุ่ม กลุ่มยังเตริ์ก โดยการนำของ พ.อ.มนูญ รูปขจร และ พ.อ. ประจักษ์ สว่างจิตร  ฯลฯ พยายามจะยึดอำนาจ ที่มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี กองทัพบก หลายกองพันไม่เห็นด้วย ไม่สามารถเป็นอันหนึ่งเดียวกันได้ จึงกระทำการไม่สำเร็จ ฝ่ายกบฏ ยอมจำนน พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา สามารถหลบหนีออกนอกประเทศได้ เรียกกันว่า ...เมษาฮาวาย... และต่อมารัฐบาลได้ออก กฏหมายนิรโทษกรรม ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


9 กันยายน 2528....ก่อความไม่สงบ....พ.อ.มนูญ รูปขจร นายทหารนอกราชการ ได้นำกำลังทหารและทหารม้ายานเกราะ ม.พัน 4 ซึ่งเคยอยู่ใต้บังคับบัญชา และกำลังกองอากาศโยธินบางส่วน ภายใต้การนำของ นาวาอากาศโท มนัส รูปขจร เข้ายึดกองบัญชาการทหารสูงสุด และตั้งให้ พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ซึ่งในขณะนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ไปราชการต่างประเทศ พล อ. เทียนชัย สิริสัมพันธ์  รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมนายทหารต่อต้าน และควบคุมสถานะการณ์เอาไว้ได้ ในเวลาต่อมา ทั้งสองพี่น้อง พ.อ.มนูญและ น.ท.มนัส รูปขจร หลบหนีออกนอกประเทศ การก่อความไม่สงบครั้งนี้ มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่า เข้าเกี่ยวข้องหลายราย


23 กุมภาพันธ์ 2534....รัฐประหาร....พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ กระทำการรัฐประหาร แต่งตั้ง คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ประกอบด้วยผู้นำเหล่าทัพทุกกองทัพ และตำรวจ ยึดอำนาจจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และยกเลิก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2521 ให้นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี






เวลา มีการปฏิวัติ หรือ การปฏิรูปการปกครอง  อะไรก็แล้วแต่ คณะก่อการ จะเรียก อย่างเช่น กรณี 6 ตุลา ที่ตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์อย่าง สด ๆ  ดูเหมือนว่า จะทำให้บ้านเมือง สงบลงได้ เพราะแต่ละครั้ง คณะก่อการ หรือ คณะปฏิรูปการปกครอง ในครั้งนี้ จะมีประกาศ หรือ คำสั่ง ที่เฉียบขาด ทุกคนต้องปฺฏิบัติตาม ใครฝ่าฝืน หรือ ลองดี โทษจะรุนแรงมาก ไม่มีทางต่อสู้ เพราะไม่ได้ขึ้นศาล อาศัยอำนาจคณะปฏิวัติ ตามมาตรา ที่ได้ประกาศบัญญัติ ไว้ ไม่มีการฏีกา ใด ๆ ทั้งสิ้น แค่ประกาศ เคอร์ฟิวส์ 

ทุกคนก็ปฏิบัติตามกันทั้งเมือง พอได้เวลา เงียบ เหมือนนั่งอยู่ข้างโบสถ์ในวัด ยามวิกาล ถนนหนทางสงบ ราบเรียบ ไม่มีแม้แต่รถเข็น มีแต่ รถสิงห์ทะเลทราย ตระเวณ ไปทั่ว ในสถานที่รับผิดชอบแต่ละเขต สลับกับรถฉลามบกของกองปราบปราม กรมตำรวจ ทั่วทั้งพระนคร ใครฝ่าฝืน ก็คงมีแต่พวกอยากลองของ ในส่วนของพวกเราดีหน่อย รวมถึงสื่อมวลชนแขนงอื่น ไปไหนมาไหน ได้ เพราะถือเป็นส่วนร่วมการปฏิบัติงาน มีบัตรติดหน้าอก อนุญาตพิเศษ

เพื่อปฏิบัติภาระกิจ เสมือนหนึ่งเป็นหน่วยงานของ คณะก่อการไปโดยปริยาย ที่จะไม่สนุกตรงที่ต้องเตรียมพร้อม ตัวเองไปด้วยตลอดเวลา ต้องคอยระมัดระวัง ถึงแม้ว่าจะอยู่ฝ่ายกุมสภาพไว้ได้ก็ตาม เพราะเวลามีการปฏิวัติ ทีไรหลายคนต้องนึกถึง ช่อง 7 สี เป้าหลักที่ต้องเข้ามายึดก่อน คือ ทีวี หมอชิต คงจะเป็นเพราะเครือข่ายในการออกอากาศแพร่ภาพได้ มากกว่าทุกช่อง เลยต้องคอยประสานกับ ทีวี ช่องอื่น ๆ ถ้าหากมีการประกาศ เพื่อจั๊มท์สัญญาณออกอากาศด้วย ไม่งั้น....?

ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเจอเหตุการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน พวกเราในทีมงาน ของแต่ละฝ่าย ที่จะต้องรับผิดชอบ เก่งมาก รู้ว่าจะต้องทำอะไร วางตัวอย่างไร ไม่มีโอกาสขัดขืน ใครจะบังอาจเล่นกับปลายกระบอกปืน คนเล็ก ๆ อย่างเรา ยังต้องใช้วิจารณญาณเอาตัวรอด จากสถานะการณ์ให้ได้ แล้วมาว่ากันทีหลัง เมื่อพร้อมหน้า  ทุกคนทั้งเจ้านาย หัวหน้าฝ่าย ลูกน้อง จะต้องรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แบบอัตโนมัติ  ทุกอย่างต้องราบรื่น ยิ่งส่วนตัวเรามีหน้าที่ ที่ต้องดูแล แม้กระทั่งท่อตัน ไปยันดาวเทียม บกพร่องรับสัญญาณ            

แม้กระทั่งการเตรียมเสบียง อาหาร คาวหวาน รวมทั้งของจิบ แก้กระหายคลายอารมณ์ คลายเครียด ต้องพร้อมสรรพ เพราะบางขณะ ระดับหัวหน้าคณะปฏิวัติ จะต้องมาออกอากาศ แถลงการณ์ หรือ ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ แต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ระดับสัญญาบัตร ชั้นสูง เต็มห้องส่ง การ entertrain ต่าง ๆ ต้องลำเลียงเป็นคันรถ มีเจ้าประจำ
จิตโภชนา หรือ ระดับบะหมี่ หมูแดง ข้าวแกง ก็พร้อมสรรพ ไปถึงบุพเฟ่ และอาหารจากภัตตราคาร สั่งจากโรงแรม ฯลฯ เพราะคนกินมีมาก รวมถึงพวกเราด้วย ตั้งแต่ พลทหาร ริมรั้ว ไปยัน นายพลแล้วจะไปเหลือหรือ แต่ละมื้อแต่ละวัน ใครหิวมีกิน กินกันทั้งวัน ทั้งคืน เจ้านายสั่ง ขาดตกบกพร่อง โอ๊ค...ตายลูกเดียว...ที่จริงมันก็น่าสนุก กับการทำงาน แต่บางขณะ มันก็นึกหดหู่ใจ

บ้านเมืองมีเดิมพัน ฝ่ายชนะ หรือ กุมอำนาจได้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไปตามความต้องการที่อยากให้เป็นไป โดยไม่ได้ถามประชาชนสักคำ มีอะไรใหม่ ๆ ที่ต้องรับมาปฏิบัติ ....แต่เรามี เจ้านายสุดยอด ที่สามารถพลิกวิกฤติ มาเป็นโอกาสได้ทุกครั้ง และทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ เจ้านาย ก็..........? คงจะบันทึกรายละเอียดไม่ได้ นะ ย่อมเป็นที่รู้อยู่แกใจ....ยามนั้น ผู้มีอำนาจมาชุมนุม ย่อมง่ายที่จะพูดคุย หรือ ปรับเปลี่ยนอะไร เพื่อเป็นประโยชน์ กับสถานี

ในสมัยนั้น เมื่อ 30-40 ปี ที่ผ่านมา การปฏิวัติ รัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง จากนักการเมือง เป็นเรื่องปกติ จนถึงขั้นประชาชน ชินชา เพราะบางครั้ง มีปี เว้นปี และอีกประการหนึ่ง ต้องยอมรับว่า ประชาชนยังเพิ่งหัดเรียนรู้ ประชาธิปไตย รวมถึงโลกเปิดกว้างมากขึ้น เทคโนโลยี การรับรู้ข่าวสาร ง่ายขึ้น ความรู้สึกของผู้คนในยุคนั้น ยังไม่เบ่งบาน เหมือนกับยุคนี้ แถมยังไม่มีพวกกลุ่ม n g o หรือ กลุ่มรวมกัน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่มีองค์กร สถาบัน ที่เกิดตามรัฐธรรมนูญ และกลุ่มที่ตั้งพรรค เพื่อเข้ามาแสวงหาอำนาจรัฐ ดอกไม้ประชาธิบไตย ไม่เบ่งบาน ยังเพียงแค่ตูม บัวเริ่ม โผล่พื้นน้ำ

โครงสร้าง ของคนไทย ยังหลวม ยังต้องสาละวนอยู่กับการทำมาหากิน ดิ้นรนให้เอาตัวเองให้รอด จากการเปลี่ยนแปลง ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การจะทำอะไรนอกเหนือ เพื่อสังคม ดูเหมือนว่า มีคนจ้องดู เพื่อตักตวงต่อ หรือ คอยซ้ำเติม เมื่อพลาดพลั้ง คนกล้าที่จะนำ กลุ่มลุกต่อต้านอะไร ต่าง ๆ ยังมีเพียงกลุ่มนิสิต นักศึกษา หรือ ผู้ที่อยากทำตัวให้สังคมรู้จัก เพื่อผลประโยชน์ในทางการเมือง เข้าสู่สนามเลือกตั้ง
                                                                               
ประเทศไทยมี รัฐธรรมนูญ มาหลายฉบับ *....มาถึงวันนี้ มีมาแล้ว ถึง 18 ฉบับ....* แต่ละฉบับ เขียนขึ้นมาจากผู้มีอำนาจรัฐ มาใช้ปกครองประชาชน แม้กระทั่งพ่อค้า ผู้สูญเสียประโยชน์ หรือ กลุ่มนายทุน ก็ยังเอาตัวเองเสี่ยงลงมาเล่น การเมือง มาสมัครรับเลือกตั้ง หรือ หนุนคนของตัวเอง เข้ามามีปากมีเสียง ปกป้องธุรกิจ เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ โดยอ้างเนื้องานพัฒนาประเทศ รวมถึงร่วมกันลงขัน เพื่อสร้างอำนาจรัฐ ให้อยู่ในมือพวกตน มีพวก มีพรรค มีขบวนการก่อม๊อบ เพื่อคุ้มครองอาชีพ จะทำอะไรย่อมได้เพราะมี เงิน....นี่แหละ มี.....
เงิน ซะอย่าง จะทำอะไร ย่อมทำได้ หมด....โยนเงินใส่น้ำ(ท่วม) น้ำจะแห้งทันที...โยนใส่ หญ้ารก หญ้า ก็จะเตียนทันที...โยน ใส่หอย หอย อ้า ! ทันที ไม่ต้องแกะให้เจ็บมือ ฯลฯ   
*.....เชื่อกันว่า ประเทศไทย ยังไม่อาจหลีกเลี่ยง การรัฐประหารได้ ถึงแม้ว่าเข้าสู่ยุค โลกาภิวัฒน์ แล้วก็ตาม ในยุคนั้น การปฏิวัติสาเหตุ เพียง ไม่พอใจ การบริหารจัดการประเทศ หรือ ไม่พอใจตัวบุคคล แต่ในปัจจุบัน เงื่อนไข เพิ่มมากขึ้น ...ตราบใดที่คนในสังคม ยังแบ่งแยกความคิด และพร้อมที่จะ แตกแยก ไม่มีใครยอมใคร หนีก้าวข้ามไม่พ้น....? ในสิ่งที่ ตัวเองรังเกียจ เขียนภาพให้คนอื่น กลัว ใช้สื่อ เพื่อปลุกระดมความเกลียดชัง แบ่งข้าง แยกสี  ยึดมั่นในสัจจธรรมของตัวเอง ว่าดีเลิศ อยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่าย ต่างประกาศยึดมั่นในระบอบการปกครองประชาธิบไตย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข แต่ไม่คิดที่จะ เดินเข้าหากัน เพื่อนำพาชาติให้รอดพ้นจากการ.....ปฏิวัติ...แล้วจะไปกลัวกันทำไม....ปฏิวัติ !.....*
                                                                         
การปฏิวัติ ล่าสุด 19 กันยายน พ.ศ. 2549

                                     


                                                     การปฏิบัติการ จิตวิทยา ในอดีต 


บันทึกเมื่อ.....27 กุมภาพันธ์ 2551  เวลา....10.20 น.                            โปรดติดตาม......เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์เมื่อ.......15 มกราคม 2556                                เสี้ยว.....ของชีวิต......ตอนต่อไป

ขอบคุณ............. ที่ติดตาม

4 ความคิดเห็น:

  1. เห็นกับข้าวแล้วก็หิวแล้วครับคุณโอ๊ก

    ตอบลบ
  2. เห็นอาหารก็หิวแล้วครับตอนนี้
    ทาหารมีหน้าที่รักษาบ้านเมือง แต่กลับมายึดอำนาจ ทำไปแบบนี้บ้านเมืองไม่มีวันเจริญแน่นอน
    การเมืองเรื่องของผลประโยชน์ครับ ลงตัวเมื่อไรก็ร่วมกันเป็นรัฐบาล ร่วมกันไม่ได้ก็เป็นผ่ายค้าน
    ปฏิวิติมาก็มีน่าสงสารที่สุดก็คือ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ไม่น่าถูกประหารเลย
    *ขอบคุณ คุณโอกมากครับที่เขียนมาแบ่งปันกันทุกครับ*

    ตอบลบ
  3. เงินซะอย่างทำอะไรก็ทำได้ โยนใส่หอยหอยก็จะอ้า

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณ ....ในความคิดเห็น

    ตอบลบ

add comments.