วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

20.3 ชีวิต ที่.....หมอชิต

                                                            










ตอนที่ 4

เสรีภาพ..ความเชื่อ..ที่แตกแยก




เสียงเพลง หนักแผ่นดิน ดังกระหึ่ม ไปทั่วราชอาณาจักรสยาม ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดเหตุการณ์ นี้ขึ้นอีก หลังจากวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516.....วิทยุเสรี จุดประกายติด สร้างความเชื่อ และปฎิบัติการจิตวิทยา มีทั้ง ขบวนการกระทิงแดง และ นวพล ตลอดจน ลูกเสือชาวบ้าน ปลูกฝังให้เห็นภาพคอมมิวนิสต์ ภาพการบังอาจคิดล้มราชบัลลังค์ และจงเกลียด จงชัง ขุนศึก นายทุน แม้แต่พระสงฆ์ ชั้นผู้ใหญ่ ที่มีลูกศิษย์ทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ยังให้สัมภาษณ์ว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่บาป พร้อมกับด้วย คาถา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กองกำลังของกระทิงแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีต ทหารรับจ้างหรือทหารพราน ส่วน นวพล เป็นกลุ่มเด็กห้าว นักเรียนช่างกล ภายใต้การปฏิบัติการโดยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.มีพล.ต.สุตสาย หัสดิน ควบคุม มีการปฏิบัติ การขวาจัด ไปตามท้องถนน ทั่วกรุงเทพ คอยก่อกวน การชุมนุมต่าง ๆ รวมถึงสร้างภัยคุกคาม กับขบวนการที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งประกอบกับ เมื่อปลายปี 2518 วันที่ 2 ธันวาคม ก่อนวันเฉลิมพระชนม์พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพียง 3 วัน ขบวนการประเทศลาว ได้โค่นล้มสถาบันกษัตริย์ลง ทำให้หลายฝ่ายหวาดระแวง ในภัยของคอมมิวนิสต์

สถานะการณ์ บ้านเมือง ก่อระอุจะเป็นไฟ จากการโหมกระหน่ำมวลชน ของฝ่ายต่าง ๆ  ฝ่ายรักษาความมั่นคงของประเทศ ทหาร เตรียมพร้อม ทุกคนถูกเรียกเข้าสถานี เพื่อซักซ้อม และทำความเข้าใจในการปฏิบัติงาน เช่น ห้ามลา ห้ามหยุด ห้ามป่วย ทุกเวลานาที สามารถติดต่อกันได้ อาศัยการสื่อสารที่ทุกคนเข้าใจดี ดูจากสไลด์ ขณะออนแอร์ หรือรหัส ตามสายว๊อคกี้ ทอร์คกี้ สมัยนั้นยังไม่มีมือถือ มีที่ใช้ในขณะนั้น ถือว่าสุดยอดในการสื่อสาร คนทั่วไป หรือสถาบัน ราชการ ยังมีใช้ ไม่เท่า เรามีกัน..

การปฏิบัติจิตวิทยามวลชน ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะ
เครือข่าย วิทยุเสรี เพิ่มมากขึ้น อาทิ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ รวมถึงนักจัดรายการที่เป็นนายทหาร ใช้นามแฝง นายตะบันไฟ บรรลัยกัลป์ ...นายหนหวย...ดร.ดุสิต ศิริวรรณ ฯลฯ ทุกคลื่น มีการระดมชักนำ ปลุกระดม ให้เห็นภัยในการชุมนุม ที่กลายเป็นการล้มล้างสถาบัน สลับเปิดเพลงหนักแผ่นดิน มุ่งสู่การจรยุทธขั้นแตกหัก .....วันที่ 6 ตุลาคม 2519 พวกเรา รู้ เป็นการภายในเพื่อจะได้ระมัดระวัง ในการทำงาน ...วันนี้ รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง จะต้องยุติการชุมนุม ให้ได้ มีการวางแผน  1-2-3  พวกเรา มีพี่อึ่งกับสุทธิ และอีกสองสามคน ที่เป็นผู้ช่วย ทั้งคนขับรถ พี่อนันต์,พี่ปานเทพ ช่างภาพ  เข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่แล้ว ส่วนเรา พี่ตุ๋ย ,พี่วิทยา ณ บางช้าง ช่างภาพ และ พนม บุญสาลี ปักหลักฐานการทำงาน อยู่ที่อนุสาวรีย์ทหารอาสา มุมโรงละคอนแห่งชาติ  ด้านเหนือสนามหลวง เป็นศูนย์ ของพวกเรา ที่รวบรวมข่าวสาร ภาพ  รายงาน ส่งเข้าสถานี


พวกเรา ค่อย ๆ คืบคลาน ร่วมไปกับ กองกำลัง ใกล้บริเวณพิพิธฑ์ภัณฑ์แห่งชาติ ข้างรั้ว มธ. เช้านี้ ตรึงเครียดแล้ว เพราะมีการนำร่างชาย ที่ถูกโพทนาว่า เป็นญวน  (ต่างกับคำสัมภาษณ์ ของ มท.1) มาแขวนคอ และรุมกระหน่ำตี รุมประชาทัณฑ์ เอามาเผาด้วยยางรถยนตร์ กลางถนนราชดำเนินใน หน้าศาลอาญา และบริเวณแผงขายหนังสือ น่าสังเวช ยิ่งนัก ดูแล้วเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก ฝูงชนตรงนั้น ดูเหมือน บ้าคลั่ง เหี้ยมเกรียม สถานะการณ์ เริ่มมีการประทะกันประปราย นับจำนวนคนตาย ตามสายตา นับสิบแล้ว

หน้าประตู  ทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านสนามหลวง ข้างหอประชุมใหญ่ เริ่มมีเสียง ห่า กระสุน กองกำลังเจ้าหน้าที่ นับร้อย พร้อมอาวุธ มุ่งเข้าสู่บริเวณมหาวิทยาลัย ฯ ..ทุกคนพยายามจะเข้าไป แต่ถูกสกัดทั้งสองชั้น ทั้ง ด่านของกองกำลัง และ ด่านตรวจของศูนย์ ฯ นิสิต-นักศึกษา ...การทำงานตอนนั้น มองไม่เห็นเหตุการณ์ภายใน มธ. เลย   ติดต่อกับ พี่อึ่ง ทางวอร์คกี้ ทอร์คกี้  ไม่ได้แล้ว เพราะมี ไอ้แหลม กวนคลื่นวิทยุ ซึ่งไม่ทราบว่า ของฝ่ายไหน กันแน่ ที่ส่งคลื่น ออกรังควานการติดต่อ เพราะฝ่ายกองกำลัง ก็ใช้วิธีนี้ ตามแผนเช่นกัน อนึ่ง ขืนใช้ในสถานะการณ์ตรงนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต จากผู้ชุมนุม จะถูกมองว่า เป็นฝ่ายตรงข้าม ที่เข้ามาปฎิบัติการ ? หรือ เป็น ตำรวจสันติบาลอะไรทำนองนั้น....พี่อึ่ง คงเข้าไปภายในมหาวิทยาลัย ฯ ได้เพราะมีบัตร กรรมการสมาคมศิษย์เก่า มธ. ...พี่ตุ๋ย...  ไว เท่าความคิด เช้าวันนั้น ก่อนเคารพธงชาติ บริเวณ รอบตารางกิโลเมตร ส่วนนั้น ตึงเครียดแล้ว มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดแจ้ง เจ้าหน้าที่ ที่เข้าปฎิบัติงาน ออกเสียงสัญญาณ เตือน ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ถอยออกไปจากบริเวณ หรือ ถอยออกมาจากภายในบริเวณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตำรวจโดยเฉพาะกองกำลังจาก ตำรวจตระเวณชายแดน และกองกำลังทหาร ค่อย ๆ ลำเลียงกำลังพล เข้าพื้นที่ ...

ทางสถานี รอรายงานข่าว รวมถึงเจ้านาย ที่ทราบภายหลังว่า...หงุดหงิดมาก ที่ไม่สามารถติดต่อภาคสนาม ที่ไปปฎิบัติงานได้ ...พี่ตุ๋ย เอ่ยขึ้น " โอ๊ค..เอาบัตรนักศึกษา ติดมาด้วยหรือเปล่า " ...เอามาครับ....งั้นเข้าไปเลย แยกกัน พยายามติดต่อกัน ... 1 ชั่วโมง ติดต่อกันไม่ได้ ให้ไปเจอกันที่ จอดรถ" .....หลบกระสุน ปีนจากข้างพิพิธภัณฑ์ หมอบกระแต คลาน เข้าไปใน มธ. ด้วยการคาบบัตรนักศึกษา มธ. สลับ  บัตรผู้สื่อข่าวพิเศษ ของทีวี ที่ริมฝีปาก พร้อมกล้องภาพนิ่ง คู่ชีพ yashica ที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น เมื่อคราวไปประชุม ABU สหภาพวิทยุและโทรทัศน์เอเซีย วาระระทึกใจ....อย่างใจระทึก นึกถึง พ่อแก้ว แม่แก้ว อยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ทุกสิ่งที่ทำไป เกิดจาก จิตวิญญาณ ในหน้าที่ ที่ต้องทำงานในฐานะสื่อมวลชน เท่านั้น












สามคืน  สี่วันผ่านมาสำหรับในการงีบ หลับ ตา ในรถพี่ตุ๋ย เวลานี้สายมากแล้ว ทุกอย่างไม่ทราบว่า อะไรจะเกิดขึ้น เสียงปืน ระดม ยิง ดังเสมือน จุดพลุบนท้องฟ้า ไม่ทราบว่า ฝ่ายไหน เป็นฝ่ายไหน ยิง ดังมาจากทั้ง ภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ฯ ...เจ้าหน้าที่โอบล้อม เป็นตัวจากบริเวณด้านสนามหลวง ข้างหอประชุม ฯ ไปยังข้างรั้วพิพิธฑ์ภัณฑ์สถานแห่งชาติ ....ใกล้เที่ยง ของ วันที่ 6 ตุลา ....เจ้าหน้าที่ ระดม ห่ากระสุน ชุดใหญ่ ยิงขึ้นบนท้องฟ้า เพื่อ จู่โจมเข้าไปในบริเวณ เขตภายในมหาวิทยาลัย ฯ ล้อมรอบสนามฟุตบอลล์ และตามตึกต่าง ๆ ...เมื่อเราเข้าไปถึง ภาพที่เห็น... 

 










เจ้าหน้าที่ ให้ผู้ชุมนุม นอนคว่ำหน้า ลงกับพื้นสนามฟุตบอลล์ ถอดเสื้อออกทุกคน บรรยากาศ คงเกินกว่าที่จะบรรยายได้ หลายคนที่รับทราบข่าวสาร คงได้พบภาพ ผ่านตากันมามากแล้ว   
                                                                   

 

 เวลาบ่าย คล้อยไปสู่เย็น วันนั้น ยังมีพวก ใจกล้า ไม่กลัว ออกเย้ว ๆ ไปตามถนนราชดำเนิน และที่จุฬา ฯ บ้างประปราย ก่อนที่สถานะการณ์ จะสงบราบลง ใกล้ค่ำ ยังไม่รู้ว่าคืนนี้ จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ....เจ้าหน้าที่ ลำเลียงคนเจ็บ และตาย ออกจากมหาวิทยาลัย ฯ ไม่มีจิตใจจะมามัวนับศพ คาดคะเนตามที่ผ่านสายตา ร่วม 30 ศพ ใกล้เคียงตามที่เป็นข่าว ยังไม่นับที่ตระเกียก ตระกาย พาร่าง ข้ามฝากไปที่ ศิริราช อีก... ?

ทุกชีวิตของเจ้าหน้าที่ ทีวี ที่ออกภาคสนามตามเหตุการณ์ กลับสู่ที่ตั้งสถานี ครบทุกคน คุณทองห่อ เอาเสื้อผ้า มาฝากที่ป้อมยาม และของใช้จำเป็น ร่วมอาทิตย์แล้ว ไม่ได้รอทานข้าวร่วมกัน....ฝ่ายข่าว งานหนักกว่าทุกฝ่าย ในวันนี้ เพราะต้อง ตัดต่อ ลำเลียง ข่าว ให้ทันสถานะการณ์ ประชาชนทั่วประเทศ รอรับข่าวสาร อย่างใจจดจ่อ โฆษณา ประหัว ก่อน - หลังข่าว เข้าข่าว...เพียบ...ระหว่างพักผ่อนใกล้ค่ำ คิดกันว่าสถานะการณ์ คงคลี่คลายลงไปแล้ว....แต่...เจ้านาย ลงมาเปิดประตู แง้ม... ตะโกนว่า... ทุกคน อยู่สถานีตามปกติ อย่าเพิ่งไปไหน ? ....จึงทำให้สมองคิดโดย อัตโนมัติ ว่าจะต้องมี เหตุสำคัญ แน่ ! สักครู่ ยังไม่ทันกิน ข้าวเย็น....ที่หน้าประตู มีรถทหาร จี๊บ สิงห์ทะเลทราย และยีเอ็มซี พร้อมรถถัง วิ่งเข้ามาในบริเวณสถานี และรายล้อม รอบสถานี และขนส่งหมอชิต ...ไม่มีใครถามใคร ? 


18.00 น. มีการปฏิรูปการปกครอง โดย พล ร.อ. สงัด ชลออยู่ ทำให้รัฐบาลที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรีโดยทันที แต่สถานะการณ์ในคืนนั้น ก็ยัง ...? ถึงแม้จะมีการประกาศ เคอร์ฟิวส์





                                                   













นึกว่า ค่ำลงจะได้ กลับที่พัก เพื่อพักผ่อน เพราะตรากตรำมาหลายคืน หลายวันแล้ว สถานะการณ์ไม่เป็นใจให้ ...การประกาศปฏิรูป การปกครอง หรือ ที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ว่า การปฏิวัติ มีการประกาศเคอร์ฟิวส์ ช่วยทำให้สถานะการณ์ สงบลงอย่างเกือบราบคาบ ไม่มีกลุ่มใดกล้าออกมาท้าทาย นอกจากจะมีเจ้าเก่า จอมประท้วงอหิงสา ร.อ.ฉลาด วรฉัตร ออกมาประท้วง อดข้าว ไม่ได้รับความสนใจจากประชนมากนัก เพราะทุกคนชินกับการประท้วงของแก มาหลายครั้งแล้ว

นี่คือ เล่าเรื่อง เรื่องเล่า เสี้ยว.....ของชีวิต ความทรงจำ ประสบการณ์ ความคิด ชีวิต อารมณ์  เรื่องจริงที่เจอะเจอ มาในชีวิต
เท่ห์ มาก..... ภาพจาก เหตุการณ์ 6 ตุลา ข้างรั้ว มธ.

บันทึกเมื่อ.....26 กุมภาพันธ์ 2551                                         โปรดติดตาม..... เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์เมื่อ.......14 มกราคม 2556                                            เสี้ยว.....ของชีวิต .......ตอนต่อไป

ขอบคุ.....ที่ติดตาม 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.