วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

20.2 ชีวิต ที่.....หมอชิต

                                                                                                                             










ตอนที่ 3 
ความทรงจำ 6 ตุลา

 
 
 
อันที่จริง เรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องเล่า หรือ เล่าเรื่อง 6 ตุลาคม แต่บังเอิญว่าขณะที่บันทึก เรื่องเล่า เล่าเรื่อง เสี้ยว.....ของชีวิต มุ่งสู่ 60' เกิดเป็นประเด็นร้อน ของท่านนายก รัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย คือ คุณสมัคร สุนทรเวช กับคำพูดที่ว่า..." มีคนตายหนึ่งคน " กับ " เห็นคนตายหนึ่งคน "  ความหมายมันต่างกันมากนะ คำสัมภาษณ์ของท่านนายก กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ cnn ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวใหญ่ พาดหัวตัวเป้ง นสพ.ทุกฉบับ ทุกกระแสการเมือง ในระบบออนไลน์ จะบานปลาย หรือ เป็นประเด็น หนักหนาสาหัส ขนาดไหนในทางการเมือง ยังไม่อาจคาดเดาอะไรได้ ในฐานะที่เรา (ไม่ใช่บังเอิญ ) เป็นคนทีวี อยู่ในขณะ เหตุการณ์ 6 ตุลา เมื่อมีเหตุการณ์ใหญเกิดขึ้นในบ้านเมือง ความเป็นคนของสื่อ จึงจำเป็นต้องไปติดตามสถานะการณ์ ทั้งโดยหน้าที่ ความรับผิดชอบในงาน ก็เลยจำเป็นต้อง พูดถึง เล่าถึง เรื่องนี้ เพื่อทบทวนความทรงจำที่มีอยู่  และที่สำคัญ เหตุการณ์นี้ นำพาไปสู่สถาบันที่ตัวเองกำลังศึกษา เพิ่มเติมอยู่ และความเป็นส่วนตัว ถือว่ามีส่วนได้ ส่วนเสีย ของเจ้านาย ที่ ทีวี ในเหตุการณ์ต่อเนื่อง ครั้งสำคัญ ในบทบาทที่ตามมา
ข้อเขียน เล่าเรื่อง เรื่องเล่า เสี้ยว.....ของชีวิต หรือ บันทึกในบล๊อกนี้ ไม่ใช่เอกสารอ้างอิง หรือ ข้อเท็จจริง ที่จะให้ใครไปกล่าวอ้าง เพื่อประโยชน์ ทั้งในทางการเมือง และในทางชีวิตส่วนตัว เพราะเป็นเรื่องเล่า เล่าเรื่อง บางเสี้ยว...สี้ยว.....ของชีวิต จากประสบการณ์ ที่ตัวเอง อยู่ในเหตุการณ์ การบันทึกครั้งนี้ จะกล่าวสรุป ที่มาที่เป็นไป ตามที่ตัวเองเห็นเป็นการส่วนตัว ไม่มีจิต หรือ ภาวะวิตก ที่จะฝักใฝ่ฝ่ายใด หรือ เล่าเหตุการณ์เข้าข้างใคร ความรู้สึก ของตัวเองในขณะเผชิญ กับเหตุการณ์ในวันนั้น เจ็บปวด กับสิ่งที่ได้พบเห็น และสังเวชใจในชีวิตเป็นที่สุด อยู่ในภาวะที่ตัวเอง มีหมวกสวมหลายใบ จะชี้ประเด็นแสดงความเห็น ผิดถูก ไม่ได้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นไปตามสถานะการณ์ และอารมณ์ ตลอดจนการยั่วยุ ชักชวน ยั่วยวน ปลุกระดม ท้าทาย เสี่ยมเขาให้ชนกัน ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง ก็มิได้อดกลั้น กลับยั่วยุ โดยการใช้สื่อตอบโต้ ปลกระดม เปิดเพลงหนักแผ่นดิน ยั่วกลับไป มีการปฏิบัติการจิตวิทยา กับมวลชนทั้งสองฝ่าย ทำให้เพิ่มฉนวนมูลเหตุ จนบานปลายยิ่งขึ้น บังเกิดความรุนแรง จลาจล นองเลือดในเวลาต่อมา เป็นประวัติศาสตร์ของประเทสไทย อีกหน้าหนึ่ง....6 ตุลาคม พ.ศ.2519 

จากวันนั้น มาถึงวันที่กำลังบันทึก เล่าเรื่อง เรื่องเล่า เสี้ยว.....ของชีวิต  ในขณะนี้ ....32 ปี ผ่านมาแล้ว คนที่อยู่ในเหตุการณ์ หรือเกิดมาทัน ได้รับรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง ไม่มีใครลืมเหตุการณ์ ที่คล้ายกับ กรณี 14 ตุลา 16 ลงได้.....ประมาณปลายเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2519 ครอบครัว(ลูกสาว)ของ จอมพล ถนอม กิติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี  ...ได้เข้าพบ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อขอเดินทางกลับเข้าประเทศ ภายหลังจากที่ลี้ภัยการเมือง จากเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 เพื่อขอบวช คณะรัฐมนตรี จึงเรียกประชุม เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อพิจารณาคำร้องขอ จากการร้องขอนี้ ปรากฏว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติ ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่า จะมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เพราะในขณะนั้น มีกระแสข่าวการกลับประเทศของ จอมพล ถนอม ที่หนังสือพิมพ์ ลงข่าวพาดหัวอย่างต่อเนื่องหลายวันมาแล้ว จนกระทั่งเข้าสู่เดือนกันยายน เริ่มมีแนวร่วม หลายกลุ่มเกิดขึ้น มีการชุมนุมต่อต้านการกลับมา มีการเล่นกระแส ชุมนุมเดินขบวนเป็นระยะ ๆ มีการเดินขบวนแห่ป้าย ไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ ในถนนสายสำคัญ ของกรุงเทพ ในแต่ละครั้ง แต่ละวัน แล้วกลับไปชุมนุม ณ ที่ตั้งของแต่ละกลุ่ม เช่น สวนลุมพินี - มหาวิทยาลัยรามคำแหง - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - มหาวิทยาลัยจุฬา ฯ และ ฯลฯ บ้านเมืองเริ่ม สับสน วุ่นวาย ธุรกิจ เริ่มกระสับกระส่าย การท่องเที่ยวชงัก ....เหตุการณ์คลุมเครือ ผ่านมาถึงวันที่ 23 กันยายน 2519 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กราบบังคมทูล ขอลาออกจากนายกรัฐมนตรี  เพราะเกรงว่า ตัวเองจะไม่สามารถควบคุมสถานะการณ์ได้

รุ่งขึ้น....24 กันยายน 2519 ...สถานะการณ์บ้านเมือง คืบคลานเข้าสู่ยุคมืด อึมครึ้ม เมื่อแนวร่วมของพนักงานการไฟฟ้า ระดับแกนนำ ถูกรุมฆ่า สังหารโหด จับแขวนคอ ทั้งสองคน ทำให้เหตุการณ์ ทรุดหนัก เป็นสาเหตุสำคัญ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงของการต่อต้านมากยิ่งขึ้น จำนวนคนที่ร่วมเข้ามาชุมนุม เพิ่มขึ้น จากหมื่นคน นับเป็นแสน ๆ คน มีการเรียกร้อง เงื่อนไข ยื่นคำขาดกับรัฐบาล ต้องปฏิบัติตามคำเรียกร้องทั้งหมด ....หลังจากลาออก ได้เพียง 2 วัน ...วันที่ 25 กันยายน 2519....ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง 
จนกระทั่งเหตุการณ์ เริ่มร้อนระอุ ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นจุดเดือด เมื่อรัฐบาลยืนยันว่า ข้อเรียกร้องให้ จอมพลถนอม ออกนอกประเทศ นั้น ทำไม่ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งในขณะนั้น จอมพลถนอม ได้บวชเณร และเข้าประเทศไทย ทางประเทศสิงค์โปร์ เข้าจำวัด ที่วัดบวรนิเวศน์ บางลำภู ...การชุนนุมของกลุ่มต่อต้าน ขับไล่ จอมพลถนอม เพิ่มกระแสมากยิ่งขึ้น มีกลุ่มเพิ่มขึ้น จากนิสิต นักศึกษา ศูนย์ ฯ ต่าง ๆ มาเป็น กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานกลุ่มแรงงานสัมพันธ์ต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไป
                         
การชุมนุม ขยายวงกว้างขึ้น การเปิดประเด็นสร้างกระแส โดยที่ไม่ทราบว่า เกิดจากฝีมือใครกันแน่ชัด มีกระแสความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง มีวิทยูเครือข่าย เสรีเกิดขึ้น มาปลุกระดม ความ รุนแรงเริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 30 กันยายน 2519 เป็นต้นมา หนังสือพิมพ์ ทุกฉบับ  พาดหัวข่าว สลับไปทุก ๆ สามถึงสี่ชั่วโมง ....ในระหว่างนั้น เราเอง ก็ต้องสับสนวุ่นวายกับงานในหน้าที่ และความเป็น...สวมหมวกหลายใบ เมื่อกลับที่พัก บางขุนพรหม ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกล จากเกตุการณ์นัก ...พี่นึก..ร.ท.สมนึก จันทมาศ ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่าต้อง อยู่ฝ่าย....ระดมคนที่ไว้ใจได้ ออกเขียนโปสเตอร์ สร้างกระแสต่อต้านการกระทำดังกล่าว กระจายติดทั่วบริเวณ ใกล้เคียงเหตุการณ์นั้น  มีเราเป็นผู้มีส่วนร่วม ปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย
                                                                    
วันที่ 4 ตุลาคม 2519....บริเวณลานโพธิ์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการแสดงละคอนการเมือง แต่การแสดงครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการแสดง เพื่อพักคลายเครียด ความกดดันในการชุมนุม แต่เจตนา แสดงเพื่อ สร้างกระแส จุดแตกหัก กับรัฐบาล เพราะมีการแสดง ภาพจำลอง พนักงานการไฟฟ้า สองคนที่ถูกฆ่า ที่นครปฐม  มีการแขวนคอ และแต่งใบหน้า เจตนา ตามที่เข้าใจกันว่า หมายถึง ...นอกจากนั้น ยังลากการแสดงออกมาภายนอก โดยคนอื่น ๆ ริมรั้ว บ้าง ตามถนน ใต้ต้นไม้

หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ตีพิมพ์ภาพการแสดงการแขวนคอ ลงหน้าแรก กรอบบ่าย กระจายออกขายตามสี่แยก ทั่วกรุง ทำให้เกิดกระแส ปลุกระดม มวลชน ไม่รู้ว่าฝ่ายไหน เป็นฝ่ายไหน แถมรุ่งขึ้น...5 ตุลาคม พ.ศ.2519 หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และบางกอกโพสต์ เป็นสองหนังสือพิมพ์ ที่ลงภาพดังกล่าว เต็มหน้าออกวางขาย แต่ฉบับอื่น ๆ เห็นว่า หมิ่นเหม่ เกินไป จึงไม่ร่วม ก่อกระแส....วันนี้เกิดกลุ่มต่อต้าน ผู้มาชุมนุมฉนวนเหตุ ขับไล่ จอมพลถนอม เบี่ยงประเด็นมาเป็น การล้มล้างรัฐบาลและประเทศชาติ โดยยกประเด็น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  เกิดคลื่นวิทยุเสรี วิทยุยานเกราะ นำโดย พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ ฯ ออกอากาศต่อต้าน เป็นฝ่ายขวา ให้ผู้ชุมนุมภายใน มธ. เป็นฝ่ายซ้าย มีเพลง หนักแผ่นดิน ออกอากาศปลุกระดม วิทยุ โดยเฉพา วิทยุในเครือข่ายของทหาร

   
                                                                

 
                                           

                        

































บันทึกเมื่อ.....26 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 10 .45 น.            โปรดติดตาม .....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์เมื่อ ......11 มกราคม 2556                                  เสี้ยว.....ของชีวิต.......ตอนต่อไป

ขอบคุณ..... ที่ติดตาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.