วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พักสายตา กับ...น่ารัก น่าชัง



สวัสดี ฮะ..อย่าอ้วนแบบนี้นะ
จ๊ะ  เอ๊ !












ยุ่ง เนอะ วันนี้ ? 
ไม่มีอะไร สบายดี ทุกคน
ขอ ความสุข บังเกิดทุกท่าน

งั้น ก็หลับต่อ ดีกว่า !
หลับ สบาย ๆ
ตื่น กัน ได้แล้ว
ยัง... ยัง คาปากอยู่เลย
สบาย ..สบาย ถูกใจ ก็..... หลับต่อไป
ทำไม ไม่เปิดล่ะ
ฮะ 5 5 อ่า...ขำจริง
จะเอา ดวงตา หรือ ลิ้น เลือกเลย
จงเป็น สุข เป็นสุข เถิด อย่าได้.....?
สบาย...สบาย
นี่ มือ เหรอ !
เกิดมา ร่วมโลกพร้อมกัน
หิว...แล้ว อ่ะ
กำลัง...ฝัน
พักสายตาเถิหนา คนดี
ขำ 5555 ฮ่า ...
                           

เฮ้ย....อย่าเล่น แบบนี้ ดิ !

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

20.1 ชีวิต ที่...หมอชิต

                                                                                                                                       









ตอนที่ 2
แม้ไร้ทุกข์ สนุกสนาน
แต่....      มีเศร้า


ชีวิตที่หมอชิต ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องระทม ปนเศร้า เข้ามาในชีวิต แต่ก็ถือเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย ที่อาจต้องยอมถูกตำหนิ ติเตียนบ้าง แต่โดยส่วนตัวก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ไม่มีอะไรด่างพร้อย ไม่มีมลทิน ต้องติดตัวมา ไม่สามารถ มีชีวิตร่วมกันได้ ก็ยังมีแต่ความปรารถนาดี ความรำลึกนึกถึง อยู่ตลอดเวลา พูดคุย พบเจอกันได้ เมื่อมีปัญหาต้องการหารือ ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเกลียด ไม่เคยแม้แต่ถกเถียงกัน นอกจากความคิดเห็นในเรื่องของชีวิต ไม่สามารถลงรอย หรือ พบกันครึ่งทางได้ ถ้าคิดเอาเปรียบ และเห็นแก่ตัว มักได้ อยากสบาย มีทุกอย่างเกือบพร้อม ป่านนี้.....คงไม่ต้อง ช่างเถอะ ...มันเป็น เสี้ยว.....ของชีวิต บังเอิญมันเป็น บาง เสี้ยว ที่สำคัญในชีวิต ...ความรัก ถึงจะรักมากแค่ไหน แต่บางทีก็อาจมีอะไร ที่เป็นอิทธิพล ครอบงำ การตัดสินใจ จาก....เป็น....ได้เช่นกัน

ทุกอย่างในชีวิต เปรียบเสมือน วิถีชีวิต การดำเนินตามวิถีทาง โดยปุถุชนทั่วไป ทำงานด้วย ความสนุก นาน ๆ จะได้นั่งอยู่กับโต๊ะ สักพัก เพือเตรียมงาน หรือ ดูเรื่องราว ลำดับความสำคัญ และชี้แจง ที่มาที่ไป ข้อเสนอแนะ และข้อควรพิจารณา ไปตามเนื้องาน หรือ บางเรื่องที่รู้ล่วงหน้า แล้วว่าจะออก หัว หรือออก ก้อย บางเรื่อง ก็จะตีกรรเชียง รับเรื่องตามระบบงานสารบรรณ แล้วให้เจ้าของเรื่อง นำไปเสนอเอง เพื่อชี้แจงกับเจ้านายโดยตรง จะได้ไม่มีปัญหา หรือ รับผิดชอบ แทงเรื่องมาว่าอย่างไร แล้วค่อย ว่ากันตามขบวนการต่อไป

พยายามรับแต่เรื่อง  งานรูทีน งานต้องใช้วิจารณญาณ เดาใจเจ้านายนั้น พยายามหลีกเลี่ยง นอกจากจนมุม ก็ทำไปตามระเบียบและขั้นตอน ที่กำหนดไว้แล้ว กันพลาด กันถูกโยนแฟ้ม ใส่ไง ! ....ถึงเวลาพักกลางวัน ถ้าพี่ตุ๋ย ระดับหัวหน้าฝ่าย ไม่ถูกเรียกเข้าบ้าน ทานข้าว เราก็จะไปหาอะไรทานกลางวันกัน 4 สหาย พี่ตุ๋ย-พี่มานิจ-พี่จ้อย -โอ๊ค กินกันง่าย ๆ แถว ๆ นั้น นอกจากมีแขกเชิญ ร่วมปรึกษา หารือเชิญมา เรื่องงาน หรือ ...ก็จะไปทาน จิตโภชนา พหลโยธิน ...บางวันก็เข้าไปแจม กับสื่อ สโมสร นสพ.ไทยรัฐ เดินทลุถึงกัน ...อีกร้านก็ หยิวกี่ ...ราดหน้าอร่อย ฯลฯ
ต่อมามี เฟลตเป็นที่พักพิง เจ้าพระยา ถนนประดิพัทธ์ ก็เลยรับเชิญ เป็นขาประจำ มีคนเตรียมอาหารไว้ต้อนรับ ไปถึงกินได้เลย...แฮ่ม + ! ชีวิต....ตกเย็น ค่ำ หากไม่มีรายการพิเศษ หรืองานจร ด่วน หรือ บ้านเมือง ไม่มีเหตุการณ์ ข่าวใหญ่ หรือ มีเรื่องที่ต้อง อยู่โยงเฝ้าสถานีกัน เราก็จะไปพักผ่อน หาอะไร อร่อย ดี ๆ ทานกัน แถวเกษร พลาซ่า หรือ ร้าน carton เจ้าเก่าสีลม หรือไม่ก็ Boat Club ในพัฒนพงศ์ ทีนี้ล่ะยาวล่ะ ...เพราะจะขึ้นไปต่อ ที่ Eagle Nest รังพญาอินทรีย์ ที่เฮียตั้ว ..*.ชาติเชื้อ กรรณสูตร พี่ชายเจ้านาย มีหุ้นอยู่ ชั้นบนสุด ของตึกทินกร

สมัยนั้น เรมี่-มาแตง ดริ๊งค์ละ 40 บาท ถ้าซื้อขวดเข้าไป 120 บาท จอนห์นี่ แดง ยังแค่ขวดละ 70 บาท พวกคอบุหรี่ จะบอกให้ สมัยนั้นสูบ winston แท่งละ 65 บาท ราคาตามร้าน ที่ลงท้ายว่า..สโตร์ ต่าง ๆ ขายตามริมถนน ซองละ 10 บาท มาสมัยนี้ ....อย่าให้เล่าเลยนะ..... ที่นี่แหละเป็นเหตุให้มีที่พักพิง แถวถนนประดิพัทธ์....พ้นจากที่นี่ จะไปต่อข้าวต้มรอบดึก.. แอมบาสซาเดอร์ หรือ อิมพีเรียล ถนนวิทยุ ถ้ารุ่งขึ้นเป็นวันหยุด วันเสาร์ ยาวอีกนั่นแหละ ไปถึงพัทยา ฯลฯ วันอาทิตย์ ติดเราคนเดียว บางครั้ง พี่จ้อย เวรกำกับรายการด้วยกัน เราต้องดูแล รายการมวย ช่อง 7 สี ต้้งแต่เช้า ชั่งน้ำหนัก แล้วก็ไปต่อช่วงออนแอร์ มวยเลิกแล้ว ถ้าเป็นอาทิตย์ จ่ายเงินเดือน กรรมการ ฯ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็จะไปต่อรอบเย็น ..เต็มที่กันอีก เพราะกรรมการมวยจะลงขัน เลี้ยงดู เรานั่ง กระดก เฉย ๆ ...มันเป็นการทำงาน ที่เข้าลักษณะ Entertrain มีความบันเทิง ควบไปกับการใช้ชีวิต ที่หลายคนต้องอิจฉา แน่นอน แค่งานเชิญ งานตามให้ไปกิน ไปเที่ยว ทีมเราไม่เคยใส่ใจเลย มอบให้คนอื่นไปแทน แจกจ่ายไปทั่ว


ระหว่างที่ทำงานที่หมอชิต สักระยะหนึ่ง มีเรื่องใหญ่ในชีวิต เข้ามากระทบกระเทืนจิตใจ อีกเรื่องหนึ่ง วันหนึ่ง ในเดือนตุลาคม เป็นช่วงวันหยุดชดเชยต่อเนื่องหลัง วันพระบรมรูปทรงม้า มีภาระกิจต้องไปดูแลงานถ่ายทอด สถานีดาวเทียมศรีราชา พนักงานที่นั่นมาแจ้งให้ทราบว่า ทางสถานี ที่กรุงเทพ แจ้งเหตุ จากพี่สาวของคุณศิริชัย ให้ทราบว่า...บิดาเสียชีวิต รับทราบจากทางวิทยุ ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ ฝนตกหนักตลอดทาง จุดหมายปลายทางตอนนี้อยู่ที่...วัดวิจิตรการนิมิตร วัดหนัง ซอยพาณิชยการธนบุรี เมื่อถึงบางขุนพรหม เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า...พี่ตุ๋ย ส่งกุญแจรถ ปอนเตี๊ยกส์ คันเก่ง สีเขียวคู่ชีพ ให้ขับไปเอง ...ไปไม่ทัน รดน้ำขอขมา ไม่เป็นไร เพราะรอไม่ได้พระอาทิตย์ตกดิน ค่ำแล้ว...เมื่อลงจากรถ น้อง ๆ และหลายคนเข้ามาทักทาย และเสียใจ คำแรกที่บอกกับ คุณแม่ยุพัฒน์ คือ ทำอะไรได้ก็ทำ จะรับผิดชอบงานนี้เอง ขณะนั้นมีสตางค์ เก็บออมไว้พอสมควรจากการทำงาน เบี้ยเลี้ยง ค่ากรรมการ รายการ ฯ ...บอกกับ คุณทองห่อ ว่า ต้องใช้เงินทั้งหมด เพื่องานพ่อ เพราะที่จริงเงินนี้ให้รวบรวมไว้จะไปดาวน์บ้าน ...คุณทองห่อ พยักหน้า ไม่พูดอะไรสักคำ

เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้จัดการ งานคุณพ่อโกศล อย่างยิ่งใหญ่ในสายตาคนในละแวกนั้น รวมถึงบรรดาญาติ ๆ ที่มาจากสารทิศต่าง ๆ ทั้งญาติที่ปราจีน ระยอง รวมถึงที่อยู่ไกลจากที่อื่น ผู้ที่เคารพนับถือ คนรู้จัก ตลอดจนบรรดา ผู้ที่คุ้นเคยที่ทำงาน ชาวบางขุนพรหม...คุณทองห่อ จะมาร่วมงานในวันที่ คุณย่าถวิล มาด้วย วันสวด และวัน สละร่าง...ทุกคืนที่มีการสวดพระอภิธรรม ...วัฒนา จันทร์จิรบูรณ์ เพื่อนร่วมงาน ทีวี สนิทกับ คุณฉลอง ภักดีวิจิตร นำภาพยนตร์ เพิ่งออกโรงไม่นาน ทั้ง ทอง และภาพยนตร์จีน ดังในยุคนั้นมาฉาย หน้าศาลา ทุกวัน เพื่อนที่ร่วม กิน ร่วมเที่ยว ในแต่ละสถานที่ สลับกันมาในงาน บางคน ที่ทำงานชั้นล่าง มาจะเอ๋ กับพวกที่ทำงานชั้นบน สนุกเขาล่ะ ทั้งรถไฟ รถขบวน หลีกกันระเนระนาด... ไม่สลับกันมา จะต้องมาวันเดียวกันซะด้วย ทำให้เจ้าภาพนายสถานี วุ่นวายทุกคืน รวมถึง คุณครูงามนิตย์...ซึ่งต่อมา ก็กลายมาเป็น เพื่อน คนสนิท ใกล้ชิด ในกาลต่อมา...งานสำเร็จไปด้วยดี ทุกประการ มีพี่อี๊ด น้องอ้อย และอานิตย์ ช่วยดูแลให้ทุกอย่าง จนเสร็จสิ้นงาน... พลเอก จำเป็น-คุณหญิงแวว จารุเสถียร สมุหราชองค์รักษ์ ในขณะนั้น เมตตามาเป็น ประธานในงานสละร่าง

งานสละร่าง ...จบลงไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากนั้นได้นำอัฐิบางส่วน ทั้งของอาว์เชื่อม กลับไปบ้านเกิด บรรจุ ไว้ที่บ้านโคกมอญ วัดแสงส่วง ตามที่กำเหนิดมา แล้วยังเลยไป ลอยอังคาร ส่วนที่จัดเตรียมไว้ กลางทะเลอ่าวไทย มีครอบครัว พี่อี๊ด-พี่ปิ๋ม ,พี่มาก-พี่อู๊ด หลาน ๆ และน้อง ๆ ไปร่วมด้วยทุกคน ยังแถมมี คุณครูงามนิตย์ เป็นแขกพิเศษไปร่วมด้วย เพราะนับแต่นั้นมา ความใกล้ชิด สนิทสนมก็งอกงามขึ้นมาเรื่อย ๆ ได้พบปะ ไปไหน ในกรุงเทพ ทานข้าว ฯลฯ จนมีข่าว เข้าหู....ทำให้ ...เป็นข่าว กระทบถึงตัวเอง

ชีวิต ที่แยกอะไรไม่ออก ต้องเป็นไปตามวาระ ต้องจัดวงจรชีวิตตัวเอง ท่ามกลางความสุข ในการทำงาน และองค์ระกอบของชีวิต ในขณะนั้น ดูเหมือนจะสำราญ บันเทิงอยู่ในที แต่ก็ต้องรับผิดชอบ งานในหน้าที่ และงานที่ได้รับมอบหมาย ช่วงนั้นทางสถานี ระดมเรื่องสถานีถ่ายทอดดาวเทียม ต้องออกไปต่างจังหวัดบ่อย เพื่อประสานงาน สถานที่ตั้ง สถานีดาวเทียม งานทางด้านธุรการ เอกสารเป็นตั้ง ๆ ทั้งแผนที่ แผนงาน ทั้งทางเทคนิค ที่ต้องเรียนรู้เพื่ออธิบาย ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ

ดูแลตัวเอง จัดสรรเวลาของชีวิต มิให้มีอะไรด่างพร้อย หรือเป็นเหตุให้ต้อง ตกม้าตายเอง เพราะหลงระเริง กับชีวิต ตามที่ได้โลดเล่นไปไหน ๆ เพราะบางครั้งมีคนใกล้ชิด ติดตามไปด้วย ทำให้ไม่เหงา มีความสุข เพิ่มขึ้นมาอีก เช่น ไปลำปาง เชียงใหม่ ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ต้องยึดมั่นงานที่ทำอยู่ และที่ได้รับมอบหมาย ให้ดูแล บางครั้งงานจะเกิดขึ้นโดนอัตโนมัติ ต้องทำทันทีไม่ต้องรอให้ใครสั่ง หรือจะปฏิเสธ ไม่ใช่หน้าที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้...ต้องมีวิจารณญาณ ทันที ว่าจะต้องทำอย่างไร

จังหวะของชีวิต เป็นไปตามกระแสงานที่ทำ งานก่อสร้าง หาพื้นที่สร้างสถานีดาวเทียม จำเป็นต้องเดินทางไปหลายจังหวัด ที่ฝ่ายเทคนิค ตั้งจุดไว้ บางแห่งอยู่บนเขา บางแห่ง อยู่ห่างไกล จาการคมนาคมและชุมชนเมือง  ต้องพบกับคนท้องถิ่นต้อง ทำงานมวลชนควบคู่กันไป เพราะบางแห่ง เช่น แถบอีสาน บางที่เพิ่งจะกลาย จากสีแดง มาเป็นชมภู เรื่อ ๆ แค่นั้น  

 ได้รับความหลากหลายในชีวิต มากมายในการใช้ชีวิต ที่หมอชิต นอกจาการทำงานที่สนุกสนาน เพลิดเพลิน รวมถึงความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ต่าง ๆ นานา แล้ว ชีวิตยังได้โอกาสโชคดี ได้เสริมความก้าวหน้าให้กับตนเอง ...ในยุคนั้นมีกฏระเบียบ ของคณะกรรมการวิทยุและโทรทัศน์ ฯ หรือ ที่รู้จักกันดีในคำย่อว่า กบว.    ออกประกาศให้ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบงาน สื่อสารมวลชน เช่น บรรณาธิการ ข่าว นสพ.นิตยสาร ฯลฯ ทางด้านทีวี หมายถึงผู้ควบคุมการแพร่ภาพออกอากาศ และบรรณาธิการข่าว ในแต่ละวัน รวมถึงหัวหน้าฝ่ายข่าว ต้องจบปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า... พี่อึ่ง...สมภพ ศรีสมวงศ์  ไปเข้าประชุมในนาม สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ได้โควต้ามา 3 คน จากที่ขอไป 5 คน ตามบันทึกรายงานการประชุม ที่เราบริหารจัดการ ...ที่ประชุม โดยเจ้านาย มอบให้ พี่ตุ๋ย ...มงคล วัชโรบล และ พี่อึ่ง...ไปดำเนินการ  จัดสรรคนไปเข้าเรียน

โครงการเสริมการศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ....พี่อึ่ง เป็นกรรมการสมาคมศิษย์เก่า ฯ ศิษย์เก่าลูกแม่โดม เข้าร่วมประชุมในนาม สื่อ  โทรทัศน์  จึงมีบันทึกถึงกรรมการ ฯ ขอตามที่เสนอไปในที่ประชุม....จึงได้เพิ่มโควต้า มาอีก 1 คน โควต้านี้แหละ พี่อึ่ง ถามว่า จะไปเรียนไหม พี่ตุ๋ย ก็ไม่ขัดข้อง เพราะจัดให้ฝ่ายข่าว ลงตัวแล้ว แถมออกหนังสือรับรอง สถานะภาพในทีวี ให้อีก เซ็นต์ อย่างเดียว เพราะเราตั้งแท่น ร่างเอง พิมพ์เอง ไง !...ต้องจัดสรรเวลาให้กับตัวเอง ดี ๆ เรียนภาคสมทบ ตอนค่ำ เสาร์-อาทิตย์ วันหยุด เรียน 10 โมงเช้า ถึง บ่ายสอง...จะติดฉุกละหุกก็ตรง วันอาทิตย์ นี่แหละ เพราะมีหน้าที่ โดยตรง ในฐานะ เลขานุการ สนามมวยสถานีทีวี ช่อง 7 สี  แรก ๆ ก็วุ่น ขลุกขลัก นิดหน่อย ต่อมาหาผู้ช่วย มาช่วยดูแลภาคเช้า เลยผ่อนคลายเวลา ไปบ้าง แต่เจ้านาย ก็บ่น กับคนอื่น ...มันไปเรียนทำไมวะ ...เวลามีเหลือเหรอ ? ...เป็นอันว่า ได้เข้าไปเรียน ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่แรกก็เรียนตามโปรแกรม คณะ อิสสระสื่อสารมวลชน ฯ ในความรู้เบื้องต้น หลักสูตรพิเศษเร่งรัด นักศึกษารุ่นนี้ เป็นรุ่นภาคสมทบตามโครงการ ฯ จึงมีแต่ผู้อาวุโส เข้าเรียน (บ้าง ไม่เรียนบ้าง ส่วนใหญ่จะเรียน ที่ร้าน แถว ๆ นั้น ร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งตรงข้าม ถ้ามีดีกรีก็ ร้าน มิ่งหลี เจ้าเก่า ตามอายุนั้นแล ) เราดูเหมือนจะมี อาวุโสน้อยกว่าเพื่อน แต่ละท่าน ดัง ๆ ในวงการหนังสือพิมพ์ เกือบจะรุ่นพ่อ ทั้งนั้น ต่อมามีคณาจารย์ ที่ปรึกษา ได้ช่วยเหลือ เทียบเคียงหน่วยกิต จากวิทยาลัยเกริก และที่เรียนค้างไว้จากราม ฯ  มารวมเพื่อเข้าเรียน ภาควิชากฏหมายมหาชน และการเมืองการปกครองไทย ...อีก เสี้ยว....ของชีวิต... บาง เสี้ยว  ที่แต่ละเสี้ยว มีความสำคัญ กับบทบาทของวิถีชีวิต

            


บันทึกเมื่อ.....25 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 21.50 น.                 โปรดติดตาม.....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์ เมื่อ 26-27 ธันวาคม 2555                                             เสี้ยว....ของชีวิต.....ตอนต่อไป                              

ขอบคุณ..............ที่ติดตาม                                                                           

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

20. ชีวิต ที่...หมอชิต

                                                             
                                              


                                                                                                                                                                                               

ตอนที่ 1   
เริ่มนับ....๑


และแล้ว ชีวิตจักต้องดำเนินต่อไป ...การได้เข้าไปทำงานใน สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ตามสายตาคนโดยทั่ว ๆ ไป ดูโก้ เทห์ ซะจริง ๆ โดยส่วนตัวก็มีความรู้สึกคล้อยตามบ้าง ตามสมควร เวลาใครถาม ทำงานที่ไหน พอตอบออกไป รู้สึกมีแต่คนที่ถาม ชื่นชม ตาจะมีอิฐ( อิจฉา)ก้อนเล็ก ๆ ติดที่ดวงตา ชีวิต ที่...หมอชิต ดูน่าเชื่อถือ มีเกียรติ มีบารมี มีคนยกย่อง มีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือน องค์กร และสถานที่ทำงานสำหรับปุถุชนคนทั่วไป แม้กระทั่งงานที่มีสีสวมใส่ ....ทำงานสนุก ได้เรียนรู้ อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง เปรียบเสมือน มหาวิทยาลัยชีวิต อีกสถาบันหนึ่ง มีประสบการงานทั่วไป งานสื่อสารมวลชน งานบริหารจัดการ การดำเนินรายการ งานทางด้านเทคนิค รวมไปถึงงานระดับชาติ งานที่ดูเหมือนจะต้องรับผิดชอบกับสังคม ตลอดจนงานที่ไม่มีขีดจำกัด ในระบบงาน โดยเฉพาะถูกบรรจุ ในฝ่ายธุรการ เป็นผู้ช่วย หัวหน้าฝ่าย...*พี่อึ่ง..สมภพ ศรีสมวงศ์...งานที่รับผิดชอบ ไม่มีขีดจำกัด เพราะต้องประสานกับทุกฝ่าย มีเพื่อนร่วมงาน เช่น พี่ลดาวัลย์ เลขาฝ่าย และคนอื่น ๆ ในฝ่าย ที่ทำงานเข้าขากันในระดับดี สมชาย...สมพร...ไพบูลย์ และคนอื่น ๆ ที่แยกแผนกออกไป แผนกยานพาหนะ แผนกสถานที่ แผนก ....ฯลฯ อีกหลายฝ่าย หลายแผนก...ทำงานในฝ่ายกับคนมาก อาจจะมีบ้าง ที่บางคน ทำงานแบบเอาหน้า หรือ เอาตัวรอด โดยไม่นึกถึงเพื่อน ฟ้องนาย ขายเพื่อน เพื่อตัวเอง ก็ต้องทำใจ ให้อะไร ๆ ผ่านไป


 

นอกเหนือจากงานในฝ่าย ฯ เวลาที่ทางสถานี มีกิจกรรมพิเศษ หรือการถ่ายทอดสด  รวมถึงมีภาระกิจสำคัญ จะถูกกำหนดให้เป็นฝ่ายประสานงาน กับทุกฝ่ายโดยทันที  ทั้งภายนอก และภายในสถานี มีทีมงาน และผู้รับผิดชอบงาน คอเดียวกัน ที่แข็งเกร่ง ทำงานกันโดยมิต้องทบทวน ขณะปฏิบัติหน้าที่....คือ *...พี่ตุ๋ย...มงคล วัชโรบล หัวหน้าฝ่ายข่าว....พี่จ้อย...กฤษฏา นาคะเสถียร และ พี่นิต...มานิตย์ ควรขจร...* ( สามท่าน ที่กล่าวมานี้ ปัจจุบัน จากไปหมดแล้ว )  เราทั้ง สี่คน สนิทกันทั้งหน้าที่การงาน และเรื่องส่วนตัว รวมถึง ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ, ดำรง พุฒตาล และพี่อาคม มกรานนทน์ และคนอื่น ๆ อีกหลายท่าน ที่เกี่ยวข้องกับงานรายการ นั้น ๆ 

ทำงานแบบรู้ใจกันเกือบทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องหน้าสิ่ว หน้าขวาน และปลายกระบอกปืน เป็นทีมงานที่สนิทกัน ทั้งเรื่องส่วนตัว ฯลฯ มีกิจกรรมร่วมกันมา ทั้งเกมส์ปาเป้า เบอร์ธนบัตร แถมลูกเต๋า ในโอกาสงานเลี้ยงสังสรร มีเพื่อนร่วมงานในก๊วน ออกโรงได้เสีย มากหน้าหลายคน ... พี่อนันต์ ทัดคำ ..สุทธิ จงเจียมจิต ฯลฯ ทั้งกิน เที่ยวกลางคืน มีความประพฤติส่วนตัว ที่ค่อนไปทางบันเทิงเริงรมย์ ทำให้เจ้านาย เหล่ หลายครั้ง แต่ก็เอางานเป็น โลห์ป้องกันความเสื่อมเสียมาโดยตลอด มิให้งานที่รับผิดชอบต้องมีอุปสรรค ทำไม่ได้ หรือไม่สำเร็จ ถ้าถ่วงเหนี่ยวไปค่อนจะเช้า ก็ไม่ต้องนอน รีบไปทำงาน ทันที แถมไปเช้ากว่าปกติ 


คงจะเป็นเพราะทำงานที่จะต้องอยู่ฝ่ายธุรการ และจะต้องประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งภายใน และภายนอกสถานี เมื่อยามที่ต้องมีงานติดต่อกัน รวมถึงตัวบุคคลต่าง ๆ จึงทำให้งานหลักในหน้าที่รับผิดชอบ ต้องติดต่อกับทุกสายงาน แม้กระทั่ง วงการกีฬา (โดยเฉพาะมวย) รวมถึงสื่อแขนงอื่น ๆ ยิ่งตอนดำเนิน เรื่อง สถานีถ่ายทอดดาวเทียม ตามจังหวัดต่าง ๆ งานธุรการ การติดต่อ บุคคล ระดับสูง ลงมาถึงผู้ว่า ฯ มีมาก ในแต่ละแห่ง เป็นผลทำให้ ต้องออกไปติดต่อราชการ กับผู้รับผิดชอบ ทุกระดับ



โดยมี พี่ตุ๋ย... มงคล เป็นใบเบิกทาง  พี่ตุ๋ย เป็นหัวหน้าฝ่ายข่าว  ที่มักคุ้นกับสื่อทั้งมวล  แถมนอกเวลางาน เราก็ได้มีโอกาสใช้ชีวิตส่วนตัวกันอย่างสุข สำราญ สนุกสนานมากในแต่ละวัน เพราะยามทำงาน พวกเราซีเรียส กันมาก งานยุ่ง แถมบวก อารมณ์เจ้านาย...ก็จะทำให้ ทุกอย่างต้องเครียด กว่าจะผ่านงานมาแต่ละวัน ถ้าวันหยุด หรือ เสาร์อาทิตย์ พวกเราก็จะไม่ค่อยได้หยุดกัน บางคนไม่มีเวร หยุดไม่มาก็ได้ แต่พวกเราก็จะมาทำงานเป็นเพื่อนกัน บางเรื่อง บางวัน จำต้องมีตัวตนอยู่ ไม่จำเป็นต้องให้เรียก หรือ ให้รถเวรมารับตัวไปทำงาน ก็เลยพร้อมหน้ากันเกือบทุกวัน ทุกงาน ไม่ได้มาทำงานตามตารางเวร รับผิดชอบในแต่ละงาน 

นอกจากงาน ที่เป็นงาน ที่ต้องทำงานแล้ว ยังจะต้องรับผิดชอบ และดูแลเรื่องส่วนตัว ของเจ้านาย และพี่อึ่ง คอยระแวดระวังเรื่องรายรับ รายจ่าย ในแต่ละรอบบัญชี อีกทั้งต้องคอยสับหลีก รางรถไฟ ขบวนต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละวัน บางครั้งหลายขบวนมา สถานีเดียวกัน ต้องมีวิชา ผสมมาร แก้ไขสถานะการณ์ในแต่ละ ช๊อต ให้ผ่านหน้าสถานี หรือที่สัญจรอยู่ให้ราบรื่น เสมือน ไม่มีอะไเกิดขึ้น ถ้าหากมีอะไร ? นั่นย่อมหมายถึง สถานะภาพ ในวันนั้น จะต้องโดนพายุอารมณ์ ...ตามมาด้วย

ที่กล่าวมาในบันทึก ถือ เป็น เสี้ยว.....ของชีวิต อีกบางเสี้ยว บางเสี้ยวเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ไม่อาจเล่า ลงลึกในรายละเอียด หรือ เล่าสู่กันฟัง กันอ่านได้  มีรายละเอียดมากมายที่ตัวเอง มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง อาจถึงไปเกี่ยวพันกับชีวิต ที่เกือบทำให้ชีวิต ต้องมีอันเป็นไป ในอีกบางเสี้ยว เสี้ยว...ของชีวิต ที่จะต้องจารึกไปนานแสนนาน จนกกว่าจะล้มหาย ตายจาก พร้อมกับเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และตัวเอง เป็นตุ๊กตาในแต่ละเรื่อง นานวัน แล้ว ...นานจน คนที่คุยด้วยได้ เมื่อเจอกัน ก็พลันล้มหาย ตายจากไปจากโลก กันหมดแล้ว.....                                         
                                                             
เมื่อเริ่มต้น ทำงานอย่างจริงจัง กับหน้าที่การงาน ในสถานที่ดูเหมือน เป็นองค์กรระดับชาติ ทำให้ทำงานได้สนุกตามนิสัยส่วนตัว ถึงแม้ว่าบางครั้ง บางขณะ จะซีเรียส เครียดกับงาน โดยเฉพาะเมื่อยาม ที่เจ้านาย มูดดี้ หรือไม่พอใจในการะกระทำ จะถูกไล่ต้อน ไม่เป็นผู้เป็นคน ทันที จะต้องเตรียมชี้แจง ด้วยตัวเอง ไม่มีตัวช่วย ไม่มีพยาน หรืออ้างใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องแสดงเอง เพื่อลบ ภาพ หรือข้อข้องใจ ให้หมดสิ้น ไม่งั้นโดน แน่ ? จึงอาจทำให้ระบบในการทำงานที่นี่ ไม่ใช่การเมเนจเม้นต์ ...

ตามระบบออฟฟิชทั่วไป บุคคลากรที่นี่ ในทุกฝ่าย ก็มีการชิงดี ชิงเด่น ชิงพูด(ฟ้อง) ชิงบ่น ให้คนอื่นได้ยิน รวมทั้งช่วงชิงผลประโยชน์ให้กับตัวเอง ทุกอริยบถ แม้กระทั่งลักลอบอยู่เวร เพื่อรับเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ เป็นต้น จนถึงบางขณะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบ ตรวจทาน ก่อนนำเสนออนุมัติ ท้วงติง อยากเอาไปประทะด้วย แต่พี่ตุ๋ย ก็จะคอยบอก ...ช่างมัน...ตักเตือนหรือ ตั้งข้อสังเกตุอะไรไป บางทีตัวเองอาจจะเดือดร้อน เพราะที่นี่ เต็มไปด้วย เด็กเส้น เด็กฝาก เหนือฟ้าจะมี ฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ไม่รู้ใครเป็นใคร เราเองก็รู้อยู่กับงานแล้วว่าใคร เพาะเป็นธุรการ จะต้องรู้และผ่านเรื่อง ใส่แฟ้มให้นาย เซ็นต์  จึงต้องรู้ที่มา ที่ไป ระดับผบ. ระดับ ผอ. จากช่อง ที่ดูแล ช่อง เราอยู่ และจากกรม กอง ต่าง ๆ ที่เจ้านาย ต้องรับมา เต็มไปหมด คงจะต้องหมายถึงตัวเราด้วย ระดับผลประโยชน์นอกเหนือที่เรา เอื้อมไม่ถึงทั้งนั้น ต้องเอาตัวให้รอด  

อย่าพยายามไปมีอะไรกับใคร ตีกรรเชิง เรื่องใครเรื่องของมัน ยกเว้นเรื่องของเจ้านาย เดี๋ยวเอาเส้นขึ้นมาวัดกันแล้วจะลำบาก ลำพังเจ้านาย เมื่อถึงจุด ไม่สนใจใครทั้งนั้น ฟันเละ ทุกคน ถ้าไม่พอใจ หรือไม่ต้องการ จะดีแค่ไหน แสนเก่ง แสนรัก ไม่มีใครรอด เมื่อถึงยามนั้น...ระวัง....ยิ่งตัวเราเอง นานวันที่ทำงาน ก็มีศัตรู ที่แอบแทงข้างหลัง ระดับลูกท่าน เหมือนกัน ที่บางขุนพรหม นี่แหละ คุณย่าถวิล ได้แต่พร่ำบอก เฉย ๆ ไว้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา...เรานี่เฉย แต่เขาคอยใส่ไฟ เตะตัดขา กับคนที่เขารัก ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ทำอะไรไม่ได้ก็คอยดิสเครดิต แถวเคาน์เตอร์ ยามเมื่อมารับ...กลับบ้าน คงจะนึกว่าเราจะเอา นิสัย สันดานเขามา เล่า ให้คนที่นี่ฟังล่ะมั้ง ? ...

ขณะที่ทำงานในระยะเริ่มต้น ของการทำงาน ขณะนั้นคุณทองห่อ ทำงาน บ.ซัมมิท ที่ถนนสีลม ทุกอย่างในชีวิตดูเหมือน แฮปปี้ ในสายตาคนทั่วใจ ส่วนลึกของตัวเอง ยังมีความสัมพันธ์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งคุณทองห่อ ก็ทราบดี มาตั้งแต่ต้น และยิ่งรู้รายละเอียดเจอ ตัวเป็น ๆ เมื่อคราวงานบวช..ทำงานด้วยความเพลิดเพลิน เจริญใจสนุก กับชีวิตในสังคม หน้าที่การงาน...มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาประทะ ชีวิตได้ทราบข่าว ทำให้แปลกใจ อึ้ง ไป เหมือนกัน เพราะ ...* คุณสิริลักษณ์ แจ้งให้ทราบว่า จะแต่งงาน พร้อมยื่น คำขาด ไม่ใช่คำขอนะ ว่าถ้าจะแต่ง ก็ขอให้รีบมาคุยกัน มิฉะนั้น... เหมือนมีตัวเลือก รออยู่ มันเป็นความกระอักกระอ่วน ใจ !

เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่า ใคร ต่อใคร พยายามเชียร์ เพราะพูดกันแต่เพียง จะได้สบาย ตกถังข้าวสาร แต่เรากลับไม่รู้สึก เพราะยังไม่ได้ตกลงไป นอกจากขณะคบกันมา ก็เป็นไปตามมิตรภาพ มีหรือไม่มี ก็จะบอกตรง ๆ ใครมีก็จ่ายไป หรือตามมารยาทใครชวน ก็คงจะต้องพร้อม ถึงชวนไปไหนมาไหน ...ไม่ต้องการให้สังคม มองในแง่...? โดยเฉพาะที่บ้านโคกมอญ ...ไม่ได้ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ เล่าให้คุณทองห่อ ฟัง ...คุณทองห่อ บอกว่า ตัดสินใจเอง เรื่องส่วนตัว เรื่องของหัวใจ ไม่อยากยุ่งด้วย และไม่ต้องการ...ความรู้สึกที่ไม่ดี...ให้กัน... จบข่าว...นานวันผ่านไปไม่นานนัก บทสรุป ก็มาถึง.....

เมื่อทราบว่า คุณสิริลักษณ์ ได้แต่งงานไปกับ ข้าราชการท้องถิ่น ระดับที่ทำให้ครอบครัวมีหน้ามีตา เป็นความต้องการของคนท้องถิ่น โดยทั่วไป อยู่แล้วที่ลูกสาวได้แต่งงาน กับข้าราชการในท้องถิ่น......มันเป็นความระทม ที่มีความรู้สึก หักห้ามใจไม่ได้ คบกันมานาน ตั้งแต่เมื่อครั้งเติบโต พร้อมกับเพื่อนสนิทของเขา ที่เติบโตมาด้วยกันเช่นกัน...คุณงามนิตย์ เขตต์ชีวะ และอีกสองสามคน ทั้งหญิงและชาย ไปไหน ขี่จักรยาน สนุกสนาน เที่ยวสวนมะม่วง เที่ยวต้นโพธิ์ ฯลฯ  เฮฮา จากเด็ก สู่วัยรุ่น มีอะไรคอยเกื้อหนุน และช่วยเหลือกันไปมา เป็นเพื่อน เป็นคนสนิท ระดับ คนรักกัน ยิ่งตอนเมื่อครั้งมาเรียนหนังสือ ต่อที่กรุงเทพ พสล. ยิ่งเพิ่มความใกล้ชิด ไปไหน ต่อไหน กันตลอดทุกวันหยุด โดยเฉพาะ ชมภาพยนตร์(ไทย) เกือบทุกเรื่อง ที่เข้าฉาย เวลาเพื่อนจากปราจีนมาเที่ยวหา ก็ทำตัวเหมือน ไกด์ พาไปเที่ยวไหนกัน...ความทรงจำ เสี้ยว...ของชีวิต เสี้ยว หนึ่ง ที่สำคัญกับชีวิต ส่วนตัว ที่ไม่ลืมเลือน ความรู้สึก ความใกล้ชิด ความปรารถนาดี ที่หยิบยื่นให้กัน...อนิจจา ...นึกไม่ถึงว่าจะ ด่วนตัดสินใจ โดยมิได้ปรึกษา คงจะนึกว่า ได้บอกกล่าวตกลงไว้แล้ว ตั้งแต่ตอน สึก แล้วพบกันวันนั้น เราเอง ผิด ตรงที่ไม่ได้สานต่อ เพราะคิดว่า ยังไม่ถึงเวลา มัววุ่นวาย สับสนกับชีวิต...

ตัวเองนั้น ก็ยังอยู่ในระดับ ไม่มีอะไรพร้อมทุกอย่าง ห้องก็ยังต้องเช่าอยู่ ข้าวก็ยังต้องซื้อกิน งานก็เพิ่งจะทำได้ไม่นาน ได้รับการ์ด รู้สึก เย็นวูป ไปเหมือนกัน คงจะต้องโทษ ตัวเอง ที่มีกรณีนี้เกิดขึ้น เหมือนกับว่า จับปลาสองมือ คนทั่วไป ที่ใกล้ชิดต้องเห็น เป็นเช่นนั้น ใครเขาจะมารอ การตัดสินใจ ที่ไม่แน่นอน ไม่มีคำยืนยัน เหมือน ขอให้ผ่านไปแต่ละครั้งที่เจอกัน ความจริงของตัวเอง ก็ยังคงไม่อยู่ในสถานะ ที่จะมีครอบครัวได้ ถ้าตัดสินใจในตอนนั้น ชีวิตก็คงต้องอยู่ที่ปราจีน แน่นอน ทุกอย่าง ยิ้น set ไว้หมดแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้น ตามใจปรารถนาของ...หน้าบันทึก เสี้ยว.....ของชีวิต ตัวอักษร ก็ต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่ เรื่องเล่า เล่าเรื่อง เหมือนเช่นนี้ ....แน่นอน !

ภาพ วาดหวัง ที่ได้เคยคุยไว้ต่อกัน ...อนุสรณ์ รำลึกถึง...หม่องยิ้น...สิริลักษณ์ ไชยนุสรณ์ 








บันทึกเมื่อ....25 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 9.30 น.                 โปรดติดตาม ....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า   
พิมพ์เมื่อ.....25 ธันวาคม 2555                                        เสี้ยว.....ของชีวิต.....ตอนต่อไป