วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

8. มีอะไร มาคุยกัน







 




คุย..... กันบ้าง


 

เมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา ไปกิน ดื่ม กลืนกาแฟตามปกติ ลืมเล่าเรื่อง ไปเรื่องหนึ่ง พอมาวันนี้มานั่งกินกาแฟตามปกติ เลยนึกขึ้นมาได้ หลังจากที่นั่งนึกถึงอะไร ๆ ในชีวิต ... มีเพื่อน ที่ KC * ....ออม ..อภิญญา *.....นัดมาคุยปรึกษาด้วย เกี่ยวกับเอกสารบางอย่าง ซึ่งพิจารณาแล้ว ไม่มีผลอะไรตามกฏหมาย คุยไปคุยมา ถึงเรื่องราว สารทุกข์สุขดิบในชีวิต (ของเรา)  เพื่อน แสดงความมีน้ำใจกับเพื่อน จะให้ไปอยู่คอนโด ที่ซื้อไว้ นาน 5 - 6 ปีมาแล้ว และให้คนอื่นดูแล เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ค่าเช่า  โดยที่ตัวเองไม่ได้ไปสนใจอะไรเลย ....ชวนกันไปดู มีคุณน้อย ไปด้วย  ..คอนโดนี้อยู่ถึงสุขุมวิท ซอย 101/1 เข้าซอยไปไกลมาก เกือบทะลุถึงถนนศรีนครินทร์ ...เมื่อไปถึงปรากฎว่า สภาพห้องรกร้าง ต้องซ่อมแซม เสียหายเรือนแสน เพราะผู้เช่า ตลอดจนผู้ดูแล ปล่อยปละละเลย ไม่แจ้งให้เจ้าของทราบ ถึงเหตุไฟไหม้ในอาคาร ดูแล้วก็เห็นใจเพื่อน ความมีน้ำใจงาม ให้ดูแลฟรี ๆ เก็บค่าเช่ากินเปล่า แต่ตัวเองต้องชอกช้ำ ลำบากใจ มันก็น่าหดหู่ใจ ...สถานที่ไกลทำเล และความคุ้นเคยที่จะติดต่อ ทำอะไรในทางส่วนตัว จึงต้อง..... ขอขอบคุณ 


ยังมีดีอยู่บ้าง ที่บางวันเพื่อนในกลุ่ม KC.โทร.มาเรียกให้ออกไปสังสรร แต่บางที หรือ หลายที จะไม่สะดวก ถ้าจะทำตัวแบบนั้น ชีวิตมันไม่เหมือนเดิมที่จะทำอะไรตามใจปรารถนาได้ .....ผ่านไปเถอะนะ รู้อยู่แล้วว่า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เตรียมตัวทำใจมาตั้งแต่....รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะต้องมีสถานะชีวิตอย่างไร ไม่ต้องถามตัวเอง เพราะวิถีชีวิต คือคำตอบของชีวิตอยู่แล้ว ....เดี๋ยวอารมณ์ กระเจิงไปไกล เกินกว่าที่จะกู่ ร้อง ให้กลับมา มันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา นอกจาก...Sad Movie....บรรเลงเพลงชีวิต โดยไม่ต้องมีผู้อำนวยการเพลง เล่นไปได้เอง ตามบทที่ ฟ้าลิขิต....



บันทึกเมื่อ.....22 มกราคม 2551.....เวลา 18.30 น.


หมายเหตุ.....* KC. คือ KRIRK COLLEGE ...วิทยาลัยเกริก ปัจจุบันเป็น KKU .
                    มหาวิทยาลัยเกริก .....ออม...อภิญญา เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตอนเรียน
                    สนิทกันในระดับหนึ่ง มีกิจกรรมที่ต้องทำงานร่วมกัน เมื่อเรียนจบ
                    ต่างคนก็ต่างแยกย้าย กันไปตามทาง ใครทางคุณ จนเวลามีงาน
                    สังสรร หรือเจอกันในหมู่เพื่อนแต่ละกลุ่ม หรือมีธุระอะไรที่ต้องคุย
                    ก็จะนัดเจอกัน เพื่อนก็จะคอยดูแล ไม่ต้อง ให้กังวลให้เป็นประจำ 
                    ยังมีเพื่อนที่ KC. อีกหลายคน และหลายกลุ่มที่สนิท  คงจะได้มี
                    โอกาส กล่าวถึงต่อไป.....*

ชีวิต ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไปตามที่บอกอยู่เสมอ  วันไหนไม่มีกิจกรรม หรือ วิถีชีวิต ที่ตัวเองกำหนดไว้ ก็ได้แต่วนเวียนอยู่ข้าง ๆ ที่อาศัยหลับนอน เกือบปีแล้วที่ชีวิตต้องเวียนกลับอย่างฉับพลัน ก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ช่างเถอะ...What ever will be, will be ! .....อะไรจะเกิด ก็ ต้องเกิด เพียงแต่บางขณะรู้สึก ว้าเหว่ มีเวลาคิดถึงชีวิตมากมายเกินเวลาไป คิดถึง คนที่ควร คิดถึง....คิดถึงสายเลือด .....คิดถึง....คิดถึงเวรกรรม ที่ต้องกล่าวถึง จำต้องทนฝืน ยืนโต้ คลานต้านลมที่โถมใส่ จำต้องนอนฝืนความรู้สึกที่ต้องผจญ หยาดน้ำ ที่ค่อย ๆ เออท่วมสายตา สาดใส่สายใยแห่งความรันทด ไม่มีอะไรที่ต้องทำ นอกจากความอดทน อดกลั้นกระแสตีบตันในใจ ....นี่แหละ เสี้ยว .....ของชีวิต




อารมณ์....ยามนี้ขอมีเพียง...ใครสักคน ...ขอเป็นคนเดียว ที่จะพยุงไม่ให้ซวนเซ ล้มลงคลุกชีวิตรันทด ซ้ำลงไปอีก ขอเพียง จับมือกันเดิน ด้วยใจผูกพัน จะหิวหรืออิ่ม จะยิ้มใส่กัน ถึงจะทุกข์เท่าไหร่จะสู้ทน ไม่มีบททดสอบ..... ที่เคยมี เขาก็ไม่อยู่แล้ว....ถ้าวันนี้ยังมีเขาอยู่ ....เราคงไม่ต้อง ล้ม ยืนสู้อะไรอยู่คนเดียว ...ที่มีอยู่ยังไม่ใช่ เป็นเพียงคนใกล้ชิด ที่ทำให้อะไรดีขึ้น ในระดับหนึ่ง ยังไม่ใช่ครอบครัว...ยังไม่ใช่คนที่จะทำอะไรก็ได้ เพราะทำไม่ได้ ...แม้แต่จะเดินเข้าไปหยิบน้ำ หรือ อะไรในตู้ ขึ้นมาดื่มกินได้เอง อนิจจา...นี่แหละชีวิต มีเทพนิยาย ละคอนน้ำเน่าหลายร้อยเรื่อง ยังไม่ผูกเรื่อง มัดเป็นเรื่องเดียว ให้ได้เท่ากับ ชีวิตเรา มีหลายคนผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เลือกไม่ได้ตามใจปรารถนา.

วันนี้ ไปเป็นเพื่อน พี่ดา ไปช่วยดูแล เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน ที่ติดต่อไว้ ให้ไปปักเขตที่ดิน ที่วัดคู้บอน .....เหนื่อย และเมื่อยล้า เพราะไม่มีที่ให้นั่ง  เดิน ๆ ยื่น ๆ ประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง ครึ่งค่อนวัน กว่าจะแล้วเสร็จ กลับมาถึงที่พัก ปวดเมื่อยขา พอสมควร ดีที่เป็นคนออกกำลังกายประจำอยู่แล้ว ก็เลยต่อสู้ผจญกับสภาวะแวดล้อมได้ อากาศก็ร้อน ทั้งมีฝนลงมาโปรยปรายอีก หลายวันมานี่ไม่เข้าใจธรรมชาติ ..จะเป็นฝน ชะ ช่อมะม่วงตามธรรมชาติ เพราะอากาศแปรปรวนมาก ก่อนหน้านั้นก็มีหมอกลงจัดอยู่หลายวัน  ...โลกจะเอลนิลโย่ หรือ ล่านิลโย่ ล่ะ....กลายเป็นรายงานสภาพอากาศ ไปซะแล้ว ?

บันทึกเมื่อ.....1 กุมภาพันธ์ 2551......เวลา 20.30 น.


เมื่อวาน เป็นวันเสาร์ เป็นวัน กิน ดื่ม... กลืนกาแฟ เปิด net ตามวิถีชีวิต ที่ียึดถือเป็นการทำตัวเองไม่ให้ต้อง....แต่ที่พิเศษ คือ ในตอนเย็นเพื่อนร่วมรุ่น โทร.ให้ไปสังสรร วันคล้ายวันเกิดเพื่อน เชษฐนันท์ อินทรคูสิน มีลูกชาย เป็นนักร้องดังของแกรมมี่เพื่อนในกลุ่ม คนนี้เรียนอยู่ กรุ๊บเดียวกัน มี เล็ก...วราภรณ์ (คนนี้เป็นเพื่อน เป็นน้องสาว เพราะญาติผู้ใหญ่ของเรา สนิทสนมคุ้นเคยกันดี ) ติ่ง...สุวิมล (คนนี้ก็รู้จักกันมา ตั้งแต่ตอนอยู่วัดมหรร )  ปุ่น... ที่จริงต้องมี ต้อย ด้วย แต่ ต้อย ไม่ค่อยชอบมางานแบบนี้ โดยเฉพาะที่นี่ ยังไม่เคยเห็นต้อย มาสักครั้ง แต่ โทร.บอกเราติดงานที่เกาะกง แล้วก็ ยังมี ตั๊น...เฑียรชัย อีกคน .....นอกจากนี้ก็เป็นเพื่อนรุ่นน้อง ที่คนในกลุ่มสนิทสนมกัน มี จี๊ด ...รอด..สมควร (ไม่ได้มา) ...และคนอื่นที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยนัก อีกสองสามคน  ทั้งหมดที่เอ่ยนาม มานี้ เป็น เพื่อนกลุ่ม KC. คงไม่ต้องขยายความกันอีก
 
ทั้งหมด ที่กล่าวนาม มานี่ เป็นเพื่อน กลุ่มเกริก ที่จะสนิทกันระดับหนึ่ง แต่ละคนความสนิทสนม แตกต่างกันไป ยังคบหาไปมาหาสู่กันบ้างยามปกติ นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่ม ออม...อภิญญา ในกลุ่มเด็กหอ ที่เกริก มีเพื่อนหลายกลุ่ม ที่สนิทกันมาก ทั้งตอนเรียน แถมตอนจบแล้ว ยังมาขลุก ที่บ้าน (ตอนหน้ารพ.สยาม) จนเปรียบเหมือนมาบ้านตัวเอง เข้าออกได้ทุกเวลา ทั้ง กินนอน เฮฮา มี ติ๋ม...อ้อย...หวาน...อ๊อด...ปั๊ด...หนู (หนู เป็นน้องอ้อย เป็นทิฟฟานี่ รุ่นแรก เพื่อนแต่งองค์ ทำตัวเองจน อกระเบิด เสียชีวิตไปเมื่อเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา ...อ๊อด ...ดำรงค์ศักดิ์ นิยมรัฐ นี่ก็กินนอน อยู่ที่บ้าน ก็จากไปแบบ ยังไม่น่าตาย เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา เพื่อนกลับจากตีกอลล์ฟ แล้วนอนหลับ ไปเฉย ๆ และอีกคน ตู๋ ที่มีความเป็นเพื่อนในกลุ่ม บ้าน......  รวมถึง เพื่อน จาก กลุ่ม แป๊ะ ด้วย



ตู๋...อาคม ดิษาภิรมย์ เป็นน้องชาย ติ๋ม เพื่อนก็เพิ่งจากไป เมื่อ 4 - 5 ปี เพราะโรคร้าย ที่คุกคามคนทั่วโลก คุณมะ ......ติ๋ม ไปตั้งรกราก อยู่ที่ออสเตรเลีย (เพื่อนคนนี้ มีอดีตสามี ที่มีภาระกับเรา เจอกันตอน งานตู๋ ถามถึงก็บอกว่าแล้วจะจัดการให้ ...เงียบ ไร้...จนถึงทุกวันนี้ ....หวาน ทราบว่าไปอยู่เยอรมันกับสามี ...นานวันเข้า บางคนล้มหายตาย จากกันไป ยิ่งอ้อย เลิกกับสามี ออกจาก ร.ส.พ. แล้วไม่เคยเจอกันเลย ตั้งแต่ก่อนที่คุณทองห่อ จะจากไปซะอีก ...ยังคิดถึงความสวย ของเพื่อนอยู่นะ ไม่รู้ว่าเป็นไง มาไง ยิ่ง หนู กับอ๊อด จากไป ก็ยิ่งไม่ทราบข่าวเลย...อีก เสี้ยว.....ของชีวิต

ตัดฉับ.!...กลับเข้ากิจกรรมที่กระทำในวันนี้ ออกไปหาเพื่อน ๆ ในกลุ่มตัวเอง เกือบครบแล้ว.......




 
สนุกสนาน สบายใจพอสมควร ดื่ม กิน ที่บ้าน มีหลายคน play card..... ตามเวลา แล้วยังย้ายไปนั่งต่อ ร้านมิลินทร หน้าบ้านเชษฐ เพื่อน ๆ เขาตามใจ คนชอบ คาราโอเกะ โดยเฉพาะ ติ่ง เจอไมค์ ไม่ได้ และอีกคน คือ แป้ว เพื่อนในกลุ่ม จี๊ด ชอบร้องเพลง ....เดี๋ยวนี้ ติ่ง ร้องเพลง ขยับไมค์ ได้พัฒนาขึ้นมาก ขนาดมือขวาถือไมค์ ไม่ค่อยได้ เพราะแขนหัก ยังบอบช้ำอยู่...ขอโทษนะ ลืมกล่าวถึงเพื่อน สนิทไปอีกคนในงานวันนี้ ตู่...ศรีวิกา ปกติ เพื่อนคนนี้ชอบเต้นรำ มากกว่าร้องเพลง แต่เดี๋ยวนี้กลับชอบ นับเลขแล้ว คงเป็นไปตามสภาวะแวดล้อม ตรงนี้เพื่อนเลยนั่งฟังเฉย ๆ

ที่จริงเราไม่ค่อยชอบมา คาราโอเกะ กับเพื่อน ๆ เพราะมีบางคนถือว่า ออกตังค์ มั้ง ? เลยจะร้องอยู่คนเดียว ไม่สละให้เพื่อนตามคิว หรือ...ฟังคนอื่นร้องบ้างเลย ถึงคิวเป็น เดินคว้าไมค์...แต่ตอนจะจบ จากลา ไม่สวย เหมือนที่ ต้อย ไม่ชอบใจเอาซะเลย เพราะบางคนเป็นเสือปืนฝืด รู้อยู่แล้วว่าจะต้อง ควัก แต่ก็ เชื่องช้าเหลือเกิน เราเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีจะควัก ...นี่แหละเป็นเหตุผลส่วนตัว ที่ไม่อยากไปไหนด้วย ต้อง white lie กับเพื่อน ๆ บ่อย เพื่อนคนอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยสนิทกันคงอาจจะมองว่า เรา ....เพราะเห็นนั่งเฉย ๆ เหมือนที่เรามองคนอื่น บ่อยครั้งที่ปฎิเสธ ไปเจอ นอกเสียจาก ต้อย หรือ เล็ก เอ่ยปาก รวมทั้งมี ออม อีกคน ที่พูดเสมอว่า มาให้ได้ก็แล้วกัน เรื่องอื่นฉันจัดการให้แกเอง...นอกจากที่เอ่ยนามมานี่ ไม่มีใครเอ่ย...กับเรา ขนาด บอกว่า "....ฉันจัดการเอง " ยังเคยถูกล้มเลิกเลย....มีหลายคนที่เข้าใจสถานะเรา ก็ต้องขอบใจเพื่อนไว้ด้วย จนมีเพื่อนที่ใกล้ชิด บอกว่า ถ้าต้อย ไม่มา ...ก็ไม่มา ที่จริงอาจจะมองว่าเป็นเรื่องหยุมหยิม แต่ก็ทำให้รู้ว่า ...เจ้าภาพวางพันหนึ่ง ที่เหลือ 600  ต่างคน ต่าง.....ฯ ล ฯ

กลับถึงที่พักอาศัย  เกือบตี 1 เล็ก ชวนให้ นั่งรถเป็นเพื่อน ไปส่งที่บ้าน ซอยมิสทีน ถนนรามคำแหง เลยสัมมากรไปอีก เสร็จแล้ว เลยไปส่ง ตู่ ที่บ้าน ฟลอร์ล่า วิลล์ ถนนสุวินทวงศ์  เกือบถึงหนองจอก แล้วจึงมาส่งที่พักเรา ค่ารถ 380 บาท ไกลไหมล่ะ เล็ก จัดการให้ แถมเหน็บให้อีก เหมือนหลาย ๆ ครั้งที่เจอะเจอกัน รวมถึงติ่ง ก็ยังเคยฝากเล็ก มา มีอีกคนทำแบบนี้ เกือบทุกครั้ง หลังจากที่เรา...! คือ ต้อย...ประกาย





ขอบคุณ......ที่ติดตาม .....เล่าเรื่อง
เสี้ยว.....ของชีวิต ตอนอื่น ๆ ต่อไป


บันทึกเมื่อ.....3 กุมภาพันธ์ 2551 .....เวลา 10.30 น.
พิมพ์เสร็จ........31 ตุลาคม 2555

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

7. พักสายตา กับอาหาร อร่อย ๆ


     







  พักสายตา กับอาหาร อร่อย ๆ









ใส้กรอก...น่า...หม่ำ





          สุดยอดกับ อาหารลูกทุ่ง

               อีสานขนานแท้



ข้าวปุ่น น้ำยาป่า
ตำซั่ว
น้ำตกคอหมูย่าง
เนื้อแดดเดียว จิ้มแจ่ว
ลาบ ก้อย เหนียวนึ่ง
ปลาจี่ แกงหอยขม
ปลาร้าบอง ของแท้





ตัวอะไร เอ่ย ?












 
ม ขบ เคี้ยว จิ้ม แซ่บส์

 
ต้มแซ่บส์ ขาหมู






รถด่วน ลาบ
ชุดใหญ่ เอา แก้ว กับ น้ำ....มาด่วน
ปลาจี่ แกงหอยขม


ล้างปาก กลั้วคอ







ภาพจาก...facebook/tredkiat
ขออนุญาต....นำเผยแพร่ ขอบคุณ
ขอบคุณ.....ติดตาม เรื่องเล่า เล่าเรื่อง
เสี้ยว.....ของชีวิต ตอนอื่น ๆ ต่อไป

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

6.1 ฟังดนตรี เถิด.....













" ชนใดไม่มีดนตรีกาล 
ในสันดาน เป็นคนชอบกลนัก "



พระราชนิพนธ์  ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  ความหมายในคำ คงไม่ต้องอธิบายอะไรเลย.... ชัดเจน...ยิ่งบทต่อไป ยิ่งขยายความหมายเพิ่มขึ้น ดังนั้น เวลาที่มาฟังเพลง ต้องเป็นคนที่มี ดนตรีในหัวใจ รักเสียงเพลงจริง ๆ ใครจะร้องก็ได้ ฟังแล้วเพราะหมด แต่ในสมัยนี้ เขาเคซี่ กับนักร้อง ต้องสวย หนุ่ม หน้าตาดี หรือ ปลุกปั้นมาจนดัง เพลง แค่ส่วนประกอบ การแสดงสำคัญกว่า เวลามีคอนเสริ์ท จะร้องเพลงเป็นภาษาเพลง หรือ รักษาอักขระ คำร้อง ไม่ต้องคำนึงถึง ร้องไปแบบบ่นไป เต้น เข้าไว้ จะทำอะไรต้องให้ แฟนเพลง แฟนคลับ กรี๊ด                                                                    

บรรยากาศ ทั้งหมดที่เล่าเรื่อง เสี้ยว.....ของชีวิต บางเสี้ยว ที่ประสบจนเป็น โปรแกรมชีวิตประจำตัว แล้วเอามาบันทึก เล่าเรื่อง เรื่องเล่า ที่จะต้องติดตามกันต่อไป อย่างที่บอกไว้แล้วว่า หน้าบล็อก หรือ   social media ...ที่พบอ่านอยู่ ไม่เหมือนใคร มีอะไรมากมายในชีวิตที่ประสบ ฯ
ขอบคุณ กรุงเทพมหานคร ...มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนี่กรุงเทพ (BSO) และที่สำคัญ ไม่มีแรงสนับสนุน คนกรุงเทพ หรือ ใครที่ผ่านไปมา ก็คงจะไม่ได้พบกับบรรยากาศ ที่เล่าเรื่อง ดนตรีในสวน....บริษัท บุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด  ผู้ลงทุนสร้างศาลาแปดเหลี่ยม บนสวนปาล์ม ภายในสวนลุมพินี เพื่อให้นักดนตรีได้เล่น อย่างไม่ต้องกังวลฝน ที่อาจจะตกลงมา แล้วก็ตกทุกปี แต่คนดู คนฟังก็ดูแลตัวเองก็แล้วกัน เมื่อตอนเริ่มต้น มีดนตรีในสวน เล่นกลางแจ้ง ชุลมุนเวลาฝนตก โยกย้าย ไปตามบริเวณ ข้างเคียงในปัจจุบัน....นอกจากคำกล่าวขอบคุณ ที่ทำได้ คือ สนับสนุนเครื่องดื่ม ตราสิงห์ โดยเฉพาะ เบียร์ แช่แข็ง เปิดพร้อมกับการฟังการบรรเลงเพลง แล้วจะรู้ว่า อารมณ๋ ความรู้สึก นึกคิด จะสุนทรีย์ นั้นเป็นเช่นไร...
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อการแสดงดนตรีของวง BSO หมดช่วงลง ก็จะเป็นช่วงของ สมัยกาลดนตรีไทย จะมีการแสดงของวงดนตรี หลากหลาย เราก็จะไม่ได้มาทุกอาทิตย์ จะมาบ้าง ตามแต่วง ที่มาบรรเลง หรือ เราชื่นชอบจึงจะมา เรียกว่า มาบ้างไม่มาบ้าง ตามอารมณ์ ไม่ได้กำหนดเหมือนช่วงแรก ถ้าเป็นวงที่พอจะรู้จักอยู่บ้างเ เช่น วงดนตรีของกรมประชาสัมพันธ์ ที่เล่นบรรเลงในสไตล์ ของสุนทราภรณ์ ก็จะไม่พลาด เคยพาพี่ดา และพี่ปุ๊ก รวมถึงปุ้ม ไปนั่งพักผ่อน คิดถึงความหลัง แต่ปีต่อมา ชวนอีก คงไมอยากไปนั่งปูเสื่อกับพื้น ลำบากกับผู้สูงวัย ก็เข้าใจ....
เวลาที่ วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ มาแสดง ก็เหมือนกับวงสุนทราภรณ์ ที่เราคุ้นเคยถึงในอดีต  ยังคงเล่นเพลงในแนวเดิม แถมทางสวนลุมพินี โดย กทม. ก็ยังเอาใจ เท้าและคอเพลง ทำแบบงานบอลล์ ฉลองปริญญา กลางสนามฟุตบอลล์ ในยุคเราเลย ....เอาฟลอร์กลางแจ้ง พื้นไม้กระดาน มาวางประมาณ 5 คูณ 5 ตารางเมตร พอถึงวันที่วงกรมประชาสัมพันธ์ มาแสดง จะมีแฟน ๆ เท้าไฟ มารอกันเพรียบ นับสิบคู่ แต่งกายเหมือนกับไปงานบอลล์ ปลดปล่อย ลีลา น่าดู น่าชม ก็ว่ากันไป สนุกสนานกันอีกแบบ

มาถึงยุค 2000 แทบจะหาของดูฟรี ไม่มีแล้ว จะมีที่ได้ข่าวแจก ก็มีที่ เสรีเซนเตอร์ ถนนศรีนครินทร์ จะมี ชมรมลีลาศ มีการสอนเต้นรำ และมีกิจกรรมทุกอาทิตย์ มีงานลีลาศ ให้แสดงออกสำหรับสมาชิก หรือบุคคลทั่วไป ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าสมาชิก ฯลฯ หรือไม่ ในปัจจุบันก็ต้องไปที่ บางปู สะพานสุขตาในอดีต ที่ปรับปรุงใหม่ มีอาหาร ดนตรีลีลาศ ทุกวันเสาร์ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง รวมถึงบัตรเข้าสถานที่ และต้องสั่งอาหาร มาวางบนโต๊ะอีก เมื่อตอนที่ยังมี lancer ขับ เคยโฉบไปเพื่อถามหาบรรยากาศเก่า ๆ ซึ่งตอนนั้น กำลังเริ่มปรับปรุง บรรยากาศก็ยังเหมือนเดิม แต่คุณน้อย บ่น ของแพง มันก็คงเป็นไปตามยุค จะให้ขายเบียร์ ขวดละ 20 บาท ได้หรือ ? ไปไกลถึงบางปูแล้ว กลับมาสวนลุม ฯ ดีกว่า....
                                                                                                                                
ที่สนุกสนาน ก็ตอนที่วงบอยไทย ซึ่งขณะนี้กำลังโด่งดัง มาแสดง คนดู คนฟังจะคึกคักมาได้ใจไปเต็ม ๆ เพราะเพลงที่เอามาเล่น มาบรรเลง ส่วนใหญ่จะค้นหูกันดี เลยฟังง่าย สนุกสนาน ทุกคนได้สัมผัส ขุนอิน ที่แสดงในภาพยนตร์ เป็น ๆ แล้วก็เลือกเพลง มาตรึง อารมณ์ ทำให้คนมีส่วนร่วม เป็นอย่างมาก แต่ก็จะเสียอารมณ์ไปบ้าง กว่าที่จะได้ชมการบรรเลง เพราะคุณผู้หญิง ที่เป็นผู้จัดการวง จะพูดมาก พูดกินเวลาเนิ่นนานไปมาก แถมยกย่องเชียร์ นักดนตรีในสังกัดอย่างออกนอกหน้า พาดไปหาคนอื่น ที่แยกวงออกไป ธุรกิจก็จะทำให้คนเป็นแบบนี้ อาทิตย์อื่น ๆ ก็สลับเปลี่ยนการแสดงวงอื่น ๆ ต่อไป เช่น วงที่ชนะเลิศจากการ ประกวดของกรุงเทพมหานคร วงแจ๊ส ของมหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงดนตรีไทย ประกอบการแสดงต่าง ๆ เช่น โขน

มาฟัง มาชมดนตรีในสวน ที่สวนลุมพินี ถ้าเอารถมาเองจะลำบากสักหน่อย เพราะที่จอดรถของสวนลุม ฯ ที่จัดไว้ให้อยู่คนละมุมกับ สวนปาล์ม ที่ทำการแสดง ไปทางด้านหน้าสถานีตำรวจ ฯ ถนนวิทยุ นอกจากคนที่มาสวนลุม จนคุ้นเคย จึงจะรู้ว่า จอดรถตรงไหน สะดวกที่สุด เพื่อเดินเข้ามาภายในสวน ถือเป็นความสามรถเฉพาะตัวเลยทีเดียว  ถ้าไม่ลำบากมารถขนส่งมวลชน รถเมล์จะสดวกที่สุด  ยิ่งเดี๋ยวนี้มีทั้งรถ ไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน  (....ส่วนใหญ่เราอาศัยรถแอร์ ปอ.514 หรือ 77 ถ้ามาจากตลาดนัดจตุจักร ) และที่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ รถแท๊กซี่ 

วันไหนดนตรีเลิกแล้ว...วันดี วันพอจะมี ก็ไปต่อข้าวต้ม สะพานเหลือง หรือ เลยไปเยาวราช บางครั้งก็ไปต่อที่ CARTON เจ้าเก่าของชีวิต ที่สีลม ก็ยังเคย ไปรื้อฟื้นความหลังในอดีต กับทั้งเพื่อน พี่ที่ร่วมงาน รวมถึงคนที่เคยใกล้ชิด หลายท่านที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ในอดีตที่ผ่านมา ....เรื่อง ไร้ทุกข์ สนุกสนาน เมื่อไหร่ที่ทำได้ ไม่ต้องบอก จะไปในทันใด จะทำในทันที ไม่ต้องรอให้ใครมา....แล้วพูดเหมือนที่เขาชอบพูดกัน เมื่อ....

มีข้อควรสังเกตุ ที่จะต้องคำนึงถึง เพราะเป็นธรรมดา ที่สวนสาธารณะ จะต้องมี กฎ ระเบียบที่ต้องปฎิบัติ สำหรับผู้มาใช้บริการ ที่ยอมรับ และรู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า...ห้ามดื่ม และจำหน่ายสุรา ....ห้ามสูบบุหรี่ ...แต่ก็อย่างว่า แหละ...คอเพลงอย่างเรา และก็อีกหลาย ๆ คน บางทีเป็นกลุ่ม ก็ยังต้องแอบกระมิดกระเมี้ยน หลบภาชนะ อาศัยยกขึ้นดื่มแบบเกรงใจสถานที่ ยังดีที่ไม่มีคอเหล้าแบบ เจี้ยวจ้าว หรือ คอสุราพาลำบาก มามีรสนิยมในสวนนี้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติ แต่บางทีก็มีเจ้าหน้าที่ หรือ พิธีกร พูดออกไมค์ ให้กระดากใจเหมือนกัน มีเพียงบุหรี่ ที่จะโชยกลิ่มมาแบบไม่เห็นคนสูบ คงยืนพิงหลังต้นปาล์ม


อีกเรื่องคือ ห้องน้ำ เก็บค่าบริการ 2 บาท ก็ไม่ว่ากัน แต่บางจุดมีป้าย บริการฟรี จึงอยากจะถามทางกทม. ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ อาจจะเป็นพวกที่มาออกกำลังกาย โวยเอาละมั้ง ? ถึงได้เก็บบ้าง ไม่เก็บบ้าง หรือคิดว่า อยาก ฉี่ ฟรี ก็เดินเอาหน่อย ไม่ได้มีปัญญาอะไรมากมายหรอกนะ ...เพียงแต่สงสัย ยังหาคำตอบไม่ได้ จะถามคนดูแล ก็กลัวถมึงตาใส่ เพราะที่ฟรี ก็จะมีกระดาษวาง พร้อมป้ายบอก ๕ บาท เหมือนแกล้ง ๆ เก็บตังค์โดยปริยาย.

*....อย่างที่เล่าเรื่อง ดนตรีในสวน บอกเอาไว้แล้วว่า เทศกาลดนตรีในสวน มีระยะเวลาการแสดง ประมาณ 3 เดือน นอกจากที่สวนลุมพินี ก็ยังมีตามสวนอื่น ๆ เช่นกัน แต่ไม่ใช่เป็นโปรแกรมประจำปี เหมือนที่นี่ ที่ถือ เป็นเทศกาลดนตรีในสวนไปแล้ว สถานที่อื่น ๆ ก็จะมีเอกชนเข้าไปจัดแล้วแต่จะมี ....รายการทำให้สังคม ของกรุงเทพมหานคร   จัดกันมาต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ปีนี้ ปีที่พิมพ์บันทึก เข้าปีที่ 20 แล้ว คิดว่าคงจะอยุ่ต่อ ๆ ไป เพื่อให้คนกรุงเทพ ได้มีทางเลือกพักผ่อน ฟังเพลงสบาย ๆ ตามแบบฉบับที่โลกสากลเขามีกัน ...สำหรับตัวเรา ดูเหมือนส่วนโปรแกรมประจำชีวิตเข้าไปแล้ว ขอเพียงมีค่ารถ ไป -กลับ หรือ จะหิ้วอะไรไปประกอบการฟัง

 ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ ทำตัวเองให้มีความสุข แม้เพียงแค่สองสามชั่วโมง ก็ดื่มด่ำ ถ้าเมื่อไหร่ ที่ชีวิต ทำแบบนี้ไม่ได้ แสดงว่า ชีวิตคงถึงจุด ที่จะต้องบอกกับตัวเองว่า ....พอกันทีสำหรับชีวิต ถ้าจะลืมที่จะหายใจ ก็ลืมมัน ไป ซะ !.....*

บันทึกเมื่อ.....21 มกราคม 2551.....เวลา 20.35 น.   โปรดติดตาม... เล่าเรื่อง เรื่องเล่า อืน ๆ ต่อไป

พิมพ์เสร็จ.......27 ตุลาคม 2555                      ขอบคุณ....จบ.....เล่าเรื่อง ฟังดนตรี เถิด.....ชื่นใจ



                                                             

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

6. ฟังดนตรี เถิด... ชื่นใจ






   ชนใดไม่มีดนตรีกาล
   เป็นคนชอบกลนัก
   อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
   เขานั่นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

    พระราชนิพนธ์ ล้นเกล้า รัชกาลที่ 6
       

เล่าเรื่อง
ดนตรีในสวน...




Concert in the Park หรือ Music in the Park คือ เทศกาลดนตรีในสวน สมัยกาลดนตรี ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนปาล์ม ในสวนลุมพินี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 15 ซึ่งก็หมายถึง เทศกาลนี้มีต่อเนื่องมา 15 ปี

 *..... ถ้านับถึงปี ที่พิมพ์บันทึก ธันวาคม พ.ศ. 2555 บาง เสี้ยว....ของชีวิต  ดนตรีในสวน-สมัยดนตรีกาล เป็นปีที่ 20 แล้ว เท่ากับผ่าน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มา แล้วถึง 5 ท่าน
 ...ดนตรีในสวน เริ่มเมื่อ ปี พ.ศ. 2535 .....  *  
ต้องขอบคุณ และน้อมรำลึกถึง คุณกฎษฏา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ผู้ริเริ่ม ท่านเป็นผู้ มีดนตรีอยู๋ในหัวใจ เพราะท่านเป็นนักเป่า เซ๊กโซโฟน มีฝีมือ อ่อนพริ้ว นิ้วมือนุ่ม มือสมัครเล่น ฝีมือมืออาชีพ ยังต้องกระมิดกระเมี้ยน ...จนมาถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนอื่น ๆ นับตั้งแต่ คุณพิจิตร รัตนกุล,คุณสมัคร สุนทรเวช, จนมาถึง คุณอภิรักษ์  ก็ยังคงสิ่งดี ๆ ไว้คู่ กรุงเทพมหานคร ทำให้คนกรุงเทพ ได้มีวันปลดปล่อยอารมณ์ และให้ชาวต่างชาติ ที่อาศัยในเมืองไทย ได้ชื่นชม ในบรรยากาศของเมืองไทย ว่ามีอะไรแบบนี้ได้เหมือนกัน กลับไปบ้านไปเมืองเขาจะได้ พูดคุยให้กับประเทศไทย ได้อย่าง ยกย่องในความมีศิวิไลซ์

เทศกาลดนตรีในสวน จะเริ่มเป็นสองช่วง ในช่วงแรกจะเริ่มต้น ก่อนปีใหม่ ประมาณสองสัปดาห์ ปลายเดือนธันวาคม ของทุกปี จะเป็นรายการดนตรี concert ของวง BSO ...Bangkok Symphone Orchestra .....ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อจากนั้นก็จะเป็น สมัยกาลดนตรีไทย วงดนตรีหลากหลาย การแสดง เช่น วงดนตรีของกรมประชาสัมพันธ์ ในบรรยากาศของวงสุนทราภรณ์ในอดีต วงบอยไทย.....วงโก้แซแมน..... วงดนตรีชนะเลิศเยาวชนของกทม......วงแจ๊สเทวัญ.....วงจากมหาวิทยาลัยมหิดล .....ตลอดจนวงดนตรีสมัครเล่น ของกลุ่มต่าง ๆ สลับกันแสดง ไปจบ จนถึงหลังเทศกาลสงกรานต์ 
                                                                                                                           
ทุกวันอาทิตย์ แดดร่ม ลมพริ้ว บรรยากาศ เทศกาลดนตรีในสวน สวนลุมพินี รื่นรมย์มาก มองดูทุกชีวิต ที่มารวมกัน อยู่บนลานหญ้า สวนปาล์ม หน้าศาลาแปดเหลี่ยม มีความสุข ที่ได้ดื่มด่ำกับเสียงบรรเลงเพลง ในช่วงของวง BSO จะได้ฟังเพลง ไลท์มิวสิค...คลาสสิค...เพลงพระราชนิพนธ์...เพลงจาก Chikovsky...เพลง Concerto ฯลฯ มีพิธีกร หนุ่มระดับด๊อกเตอร์ อภิชาติ อินทรวิศิษฐ์ มาอธิบายที่มาของเพลง และความหมายของเพลงที่นำเสนอ ทั้งเพลงไทย-สากล แถมด้วยคำถาม มีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ผู้ชม ผู้ฟัง มีส่วนร่วมสนุก ยกมือตอบคำถามกันพรึบ ทั้งสนาม  คนไทยและชาวต่างชาติ เพราะพิธีกร พูดสองภาษาในเวลาเดียวกัน บางวันจะเป็นนักร้องด้วย
 
ชาวต่างชาติ ที่พากันมาเป็นครอบครัว มากันหลายกลุ่ม มาแบบสบาย ๆ คงจะเป็นผู้ที่อาศัยในเมืองไทย ทำงาน เพราะลักษณะไม่ใช่ นักท่องเที่ยว เอาเสื่อมาปู มาสังสรร ปล่อยเด็กวิ่งเล่นกันเป็นที่สนุกสนาน เหมือนกับมาปิคนิค เป็นที่นัดพบกันโดยปริยาย บางกลุ่มก็อาจจะจิบไวน์ ฟังเพลง พอสัณฐานประมาณ ไม่เลยเถิด รวมถึงคนไทย บางกลุ่ม (เราด้วย) ข้อเท็จจริง มีกฏหมาย ห้ามจำหน่ายและดื่มสุรา ในสวนสาธารณะ (แต่ไม่ได้ระบุ ไวน์ กับเบียร์)  ช่วงระยะเวลา 2 ชั่วโมงเศษ ๆ ทุกคนจึงมีความสุขมาก ที่ได้ใช้เวลาตรงนี้ตักตวงคุณค่าของชีวิต ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก

 นักร้องที่มาร่วมขับขานเสียงเพลง ก็ต้องถือว่า เป็นนักร้องระดับชาติ เช่น คุณเสาวนิตย์ นวพันธ์ (มีญาติผู้อาวุโส คุณสุขุม นวพันธ์ และครอบครัวมาคุมทุกครั้ง เพราะเป็นกรรมการของมูลนิธิ  วง BSO ด้วย ) คุณรัดเกล้า อมระนันทน์,คุณสุรุจ ปรีดารัตน์,คุณธีรนัย ณ หนองคาย,คุณศรันย์ คุ้งบรรพต รวมถึง ป๊อด เมอร์เดิร์นด๊อกซ์ และท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา ทุกท่านมาร้องกับเครื่องดนตรี 60 - 70 ชีวิต เสียงเพลงจึงฟังดูมีมนต์ขลัง สะกดคนเพร่งดู เบรคอารมณ์อื่น ๆ สดุดหยุดกับเสียงเพลง มีหลายเพลง ที่ทั้งนักร้อง และผู้ควบคุมวง หันมาให้สัญญาณ คนฟังร่วมอารมณ์ด้วย ด้วยการเปล่งเสียง ประสานรับ

ทั้งหมดอยู่ภายใต้การอำนวยการเพลง โดย พลเรือตรี วีระพันธ์ วอกลาง, คุณนรอรรถ จันทร์กล่ำ และ คุณวานิช โปตะวนิช สลับหมุนเวียนกันมา.....แต่บางขณะ ก็จะทำให้อารมย์สะดุดได้เหมือนกัน เพราะจะมีผู้ที่มาร่วมกิจกรรมบางกลุ่ม ขณะเพลงกำลังบรรเลงอยู่ คุณท่าน เหล่านั้น จะนั่งคุยกันตลอดเวลา เหมือนไม่ได้เจอะเจอกันมานานแสนนาน ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ไทยด้วยกันเอง ที่ออกจะน่ารำคาญยิ่งขึ้น ก็คือ ปล่อยให้เด็กวิ่งกันไปมา พลุกพล่านไปทั่ว บางทีก็โต ๆ กันแล้ว ลุกขึ้นเดินแบบตามใจตัวเอง คงนึกว่าเป็นสวนสาธารณะ จะทำอะไรก็ได้ ข้ามหัวข้าม เสื่อกันไปมา ไม่คิดจะรอให้เพลงจบแล้วจะทำอะไรกัน

เมื่อสองสามปี ที่ผ่านมา ขณะที่วงดนตรี BSO กำลังบรรเลง...สมเด็จพระพี่นาง ฯ ท่านเคยทรงมาประทับฟังเพลง ร่วมกับคนอื่น ๆ ที่นั่งฟังอยู่ ไม่มีพิธีอะไรในการต้อนรับ เราเองกับคุณน้อย ก็ยังนั่ง ห่างท่าน ไม่ถึง10 เมตร นับเป็นพระจริยวัตร ที่น่าชื่นชม ท่านมาเป็นการส่วนพระองค์ ในฐานะที่ท่านทรงเป็น องค์อุปถัมภ์ มูลนิธิ ฯ และสนับสนุนให้ทุน นักดนตรีเด็กไทย ได้ศึกษาเล่าเรียน ทั้งร้องทั้งเล่นดนตรี ในประเภทนี้  (เมื่อวานนี้พิธีกร ยังเชิญชวน ให้ยืนไว้อาลัย แด่ท่าน ก่อนที่จะเปิดการแสดง และอาทิตย์ต่อมา นักเรียน นักร้อง ที่รับทุนจากท่าน ก็ได้มาทำการแสดง เพื่อน้อมรำลึก นึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของท่าน.

บางอาทิตย์ จะคึกคัก เพิ่มขึ้น เพราะมีนักร้องระดับ ลูกท่านหลานเธอ หรือ คนดัง ๆ มาเป็นแขกรับเชิญ หรือระดับไฮโซ รวมถึงมวลหมู่ญาติ ๆ ติดตามมาด้วย มาร่วมแจมเป็นสีสัน ทำให้ชาวบ้านได้พบหน้าค่าตา ก็จะเป็นกระแสฮือฮา ครึกครื้นพอสมควร สะกิดกันให้ดูกันถ้วนหน้า บางคนหรือหลายคนอาจไม่เคยได้สัมผัส และอาจไม่เคยรู้ว่า ...เออ บ้านเมืองเรา ก็มีบรรยากาศแบบนี้เหมือนกัน ใครที่รู้แล้ว แต่ยังไม่เคยไปสัมผัส ก็อยากให้ไปลองดู บาง เสี้ยว....ของชีวิต..... แล้วคุณจะรู้ว่า....เวลาที่คุณจะแสวงหาความสุข มีดนตรีในหัวใจ คุณสามารถทำตัวเอง รวมไปถึงคนข้างเคียง มีความสุขได้ โดยสลัดอะไรออกไปในชีวิต แม้เพียงแค่ชั่วครู่ยาม
                                                                                                                                     


แล้วทำตัวเองให้มีโปรแกรมในชีวิต ทุกวันอาทิตย์ ก่อนสิ้นปี ข้ามไปถึงปีใหม่ ไปชนเทศกาลสงกรานต์ เราจะพาตัวเองไป สวนลุมพินี ไปสัมผัสกับ เทศกาลดนตรีในสวน สมัยกาลดนตรี Music in the Park .....หลากหลาย ไม่เฉพาะวง BSO เท่านั้น ยังมีวงดนตรี อีกหลายประเภท ให้ดื่มด่ำ ตักตวงอรรถรสในการรับฟัง แถมบางโอกาสยังได้ร่วมทำบุญ กับมูลนิธิ ฯ ทางกายภาพต่าง ๆ ที่มาร่วมแสดงนิทรรศการ

สำหรับเรา โดยส่วนตัว ไปฟังมานานแล้ว ไปตั้งแต่ยุคแรก ๆ ดนตรีเล่นกันแบบยังไม่มีศาลา เหมือนทุกวันนี้ วันไหน พระพิรุณ แค่โปรยลงมา ก็วิ่งกันชุลมุล กันทั้งคนดู ทั้งนักดนตรี ที่ หลบฝนก็ต้อง วิ่งแจ้นหากัน ก็เป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่ฮอลล์ จะได้มีที่บังแดดบังฝน .....เมื่อก่อนหน้านี้หลายปีมาแล้ว ก็จะไปคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ บางทีก็เอาลูกทั้งสองไปด้วย พอเขาโตขึ้น ไปไหนเองได้ ก็แยกย้ายกันต่างคนต่าง ไปตามใจตัวเอง ...
ผ่านไปดีกว่า เดี๋ยวก็ไปสะกิดต่อม...ตัวเอง เอาจนได้ วกเข้าไปหา...ถนัดนัก ....จนผ่ามมา 5 - 6 ปี มานี่ จะเป็นขาประจำ ไม่ค่อยจะพลาดสักอาทิตย์ เพราะเริ่ม รู้แล้วว่า วิธีที่จะสกด ใจตัวเองไม่ให้ อยู่กับอดีตอันน่าสพึงกลัว และมัวช้ำ คือ ต้องมีอะไรทำที่จะต้อง ใจจดจ่อ ทำ หรือ เฝ้ารอ ให้ถึงเวลาที่ต้องทำ จะช่วยลดสภาวะจิตใจมิให้ ชอกช้ำลงไปมาก .....สองถึงสามปีที่ผ่านมา เริ่มจะมีคูหู แต่ไม่ค่อย ฮา เพราะหลายแนวทาง ยังจูน อะไรเข้าหากันไม่ได้ ทำได้เพียง เออ ออ ไปตามสถานะการณ์ เพื่อไม่ให้ บัวช้ำ น้ำขุ่น ...แต่ก้ต้องทำใจนานหน่อยถึงจะปรับกระแสตัวเองให้เจือจางลงไปก่อนที่จะมีอะไร หุนหัน ร้อยแล่น ไม่ต้องถึงพันหรอก .....จึงกลายเป็นโปรแกรมประจำชีวิต เหมือนไปจตุจักร ไปแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลา ดนตรีในสวน สมัยกาลดนตรี ก็ต่อเนื่องโปรแกรมได้เลย

ข้อเสนอแนะ สำหรับบางท่าน ที่คิดจะไปสัมผัส เทศกาลดนตรี ในสวน  ก่อนจะไปต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่าไปฟังดนตรีในสวน แก้กลุ้ม เดี๋ยวไปเจอเพลง คอนชาโต ต้องปีนบันใด หลายขั้น ขึ้นไปฟัง จะยิ่ง มึนบีบสมอง หนักเข้าไปอีก ต้องเป็นคนที่มีความรู้สึก ชอบฟังเพลง มีพื้นฐานรู้จักเพลง ในแนวนี้บ้าง  ถ้าเป็นช่วงเทศกาล สมัยกาลดนตรีไทย ไม่เป็นไร คนเก่า ๆ รุ่น อย่างเรา ๆ หรือ ถอยไป หลายสิบปี ก็ยังพอผ่านหูมาบ้าง ถึงไม่ฟังเอง ก็เคยได้ยิน พ่อแม่ เปิดฟังในรถ .... หาของขบเคี้ยว ขนม นมไม่ต้องนอกจากเอาเด็กไปด้วย เนยบางทีมันก็ผสมอยู่ในกับบางอย่างแล้ว ก็ไม่ต้องเอามาเช่นกัน ของง่าย ๆ เช่น ใส้กรอก หมูแผ่น มันทอด ประเภท เลย์ นี่แหละ หรือ อะไรก็ได้ ที่ตัวเองชอบ

...แฮ่ม. !...จะให้ดีจริง ๆ แช่เบียร์กระป๋อง ให้แข็ง ทั้งคืน ก่อนออกจากบ้านใส่กระเป๋า สะพาย เหมือนเราไปตลาดนัดจตุจักร ถึงเวลาไปสวนลุมพินี...  นั่งสักพัก ประมาณ ห้าโมงเย็น เปิดมา ยังเป็นวุ้น กำลังดื่มพอดี ประกอบกับหาของอื่นไปรองท้องด้วย บางวันก็เรื่องมาก เพราะมีกะตังค์ บางที แวะซื้อของในห้าง ทางผ่าน ก็จะมีของดูดี เป็น แพ็คกล่อง น่ากินเชียว ...แต่ราคาก็ต้องแล้วแต่ วิจารณญาณ คิดเอาเอง ว่าสมควรหรือไม่ ? เพราะคงไม่ใช่ เหนียวหมูปิ้ง หรือ ชิ้นปิ้ง ทำนองนั้น แต่ส่วนใหญ่ หลัง ๆ มานี่ คุณน้อยจะลงแรง ลงทุน ผัด ๆ อะไรไปเอง หรือมีผลไม้ ไปจิ้ม ๆ ทิ่ม ๆ ใส่ปาก มันจะเพลินดี กว่านั่งดู เปล่า ๆ เพราะถ้ามีของประกอบการฟังดนตรี ชมอะไรเพลิน ๆ ลองคิดดูที มันจะเพลิดเพลิน ขนาดไหน เพราะมันจะเข้าตำรา....ดนตรีไพเราะ ...อาหารดี ...บรรยากาศเยี่ยม 

แล้วจะเอาอะไรอีกในชีวิตนี้ ถ้าพร้อมถึงขนาดที่เล่ามานี่ บางทีดูแล้ว ทำอะไรได้อย่างคนอื่น ที่มีมากกว่าเรา ในทุกสถานะ หรือ ชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าเรา ไม่ได้ทำ ซีเรียสไปวัน ๆ ด้วยซ้ำไป ....จำไว้แต่เพียงว่า ....อยากทำอะไรที่ทำได้ ก็ทำ... ทำอะไรที่ชอบ ทำอะไรที่อยากทำ ทำแล้วไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ทำได้ก็ทำไป ...อยากกินอะไร ถ้ามีปัญญา ก็หา ซื้อกินเอา รีบหากินเข้าไว้ ไม่ต้องรอให้ใครมา เคาะโลง แล้วพูดว่า.....


บ่อยครั้งเมื่อไปฟัง มาชม ดนตรีในสวน ได้เจอะเจอ คนใกล้ชิด แบบต่างคนต่างมาบ้าง อาทิ แป๋ม น้องสาวบ้านบางเขน  (น้องป๋อม ) และคิม สามี ก็มาฟัง....โอตี๋ และครอบครัว ( โอตี๋ เป็น ญาติ ลูกพี่ลูกน้อง ของคุณทองห่อ ....เจอเพื่อน ๆ KC . ที่เจอแล้วทักทาย คือ คนคอเดียวกัน ปีหนึ่งจะมาเจอกันที่สวนปาล์มแห่งนี้ ได้พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ กันบ้าง ก็มีทั้งไทยและเทศ เพราะมีเพลงเป็นสื่อ.....ชนใดไม่มีดนตรีกาล เป็นคน....  ปิดฤดูกาลดนตรี แล้วก็ต่างคนต่างไป แล้วรอปีหน้าค่อยมาเจอกัน ถ้าใครไม่มาปีต่อไป คงหมายถึง.......

  

บันทึกเมื่อ......21 มกราคม 2551 เวลา.....13.45 น.                                                               
พิมพ์เสร็จ........24 ตุลาคม 2555

(ยังไม่จบ....มีต่อ.....6./1 )