วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

20.1 ชีวิต ที่...หมอชิต

                                                                                                                                       









ตอนที่ 2
แม้ไร้ทุกข์ สนุกสนาน
แต่....      มีเศร้า


ชีวิตที่หมอชิต ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องระทม ปนเศร้า เข้ามาในชีวิต แต่ก็ถือเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย ที่อาจต้องยอมถูกตำหนิ ติเตียนบ้าง แต่โดยส่วนตัวก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ไม่มีอะไรด่างพร้อย ไม่มีมลทิน ต้องติดตัวมา ไม่สามารถ มีชีวิตร่วมกันได้ ก็ยังมีแต่ความปรารถนาดี ความรำลึกนึกถึง อยู่ตลอดเวลา พูดคุย พบเจอกันได้ เมื่อมีปัญหาต้องการหารือ ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเกลียด ไม่เคยแม้แต่ถกเถียงกัน นอกจากความคิดเห็นในเรื่องของชีวิต ไม่สามารถลงรอย หรือ พบกันครึ่งทางได้ ถ้าคิดเอาเปรียบ และเห็นแก่ตัว มักได้ อยากสบาย มีทุกอย่างเกือบพร้อม ป่านนี้.....คงไม่ต้อง ช่างเถอะ ...มันเป็น เสี้ยว.....ของชีวิต บังเอิญมันเป็น บาง เสี้ยว ที่สำคัญในชีวิต ...ความรัก ถึงจะรักมากแค่ไหน แต่บางทีก็อาจมีอะไร ที่เป็นอิทธิพล ครอบงำ การตัดสินใจ จาก....เป็น....ได้เช่นกัน

ทุกอย่างในชีวิต เปรียบเสมือน วิถีชีวิต การดำเนินตามวิถีทาง โดยปุถุชนทั่วไป ทำงานด้วย ความสนุก นาน ๆ จะได้นั่งอยู่กับโต๊ะ สักพัก เพือเตรียมงาน หรือ ดูเรื่องราว ลำดับความสำคัญ และชี้แจง ที่มาที่ไป ข้อเสนอแนะ และข้อควรพิจารณา ไปตามเนื้องาน หรือ บางเรื่องที่รู้ล่วงหน้า แล้วว่าจะออก หัว หรือออก ก้อย บางเรื่อง ก็จะตีกรรเชียง รับเรื่องตามระบบงานสารบรรณ แล้วให้เจ้าของเรื่อง นำไปเสนอเอง เพื่อชี้แจงกับเจ้านายโดยตรง จะได้ไม่มีปัญหา หรือ รับผิดชอบ แทงเรื่องมาว่าอย่างไร แล้วค่อย ว่ากันตามขบวนการต่อไป

พยายามรับแต่เรื่อง  งานรูทีน งานต้องใช้วิจารณญาณ เดาใจเจ้านายนั้น พยายามหลีกเลี่ยง นอกจากจนมุม ก็ทำไปตามระเบียบและขั้นตอน ที่กำหนดไว้แล้ว กันพลาด กันถูกโยนแฟ้ม ใส่ไง ! ....ถึงเวลาพักกลางวัน ถ้าพี่ตุ๋ย ระดับหัวหน้าฝ่าย ไม่ถูกเรียกเข้าบ้าน ทานข้าว เราก็จะไปหาอะไรทานกลางวันกัน 4 สหาย พี่ตุ๋ย-พี่มานิจ-พี่จ้อย -โอ๊ค กินกันง่าย ๆ แถว ๆ นั้น นอกจากมีแขกเชิญ ร่วมปรึกษา หารือเชิญมา เรื่องงาน หรือ ...ก็จะไปทาน จิตโภชนา พหลโยธิน ...บางวันก็เข้าไปแจม กับสื่อ สโมสร นสพ.ไทยรัฐ เดินทลุถึงกัน ...อีกร้านก็ หยิวกี่ ...ราดหน้าอร่อย ฯลฯ
ต่อมามี เฟลตเป็นที่พักพิง เจ้าพระยา ถนนประดิพัทธ์ ก็เลยรับเชิญ เป็นขาประจำ มีคนเตรียมอาหารไว้ต้อนรับ ไปถึงกินได้เลย...แฮ่ม + ! ชีวิต....ตกเย็น ค่ำ หากไม่มีรายการพิเศษ หรืองานจร ด่วน หรือ บ้านเมือง ไม่มีเหตุการณ์ ข่าวใหญ่ หรือ มีเรื่องที่ต้อง อยู่โยงเฝ้าสถานีกัน เราก็จะไปพักผ่อน หาอะไร อร่อย ดี ๆ ทานกัน แถวเกษร พลาซ่า หรือ ร้าน carton เจ้าเก่าสีลม หรือไม่ก็ Boat Club ในพัฒนพงศ์ ทีนี้ล่ะยาวล่ะ ...เพราะจะขึ้นไปต่อ ที่ Eagle Nest รังพญาอินทรีย์ ที่เฮียตั้ว ..*.ชาติเชื้อ กรรณสูตร พี่ชายเจ้านาย มีหุ้นอยู่ ชั้นบนสุด ของตึกทินกร

สมัยนั้น เรมี่-มาแตง ดริ๊งค์ละ 40 บาท ถ้าซื้อขวดเข้าไป 120 บาท จอนห์นี่ แดง ยังแค่ขวดละ 70 บาท พวกคอบุหรี่ จะบอกให้ สมัยนั้นสูบ winston แท่งละ 65 บาท ราคาตามร้าน ที่ลงท้ายว่า..สโตร์ ต่าง ๆ ขายตามริมถนน ซองละ 10 บาท มาสมัยนี้ ....อย่าให้เล่าเลยนะ..... ที่นี่แหละเป็นเหตุให้มีที่พักพิง แถวถนนประดิพัทธ์....พ้นจากที่นี่ จะไปต่อข้าวต้มรอบดึก.. แอมบาสซาเดอร์ หรือ อิมพีเรียล ถนนวิทยุ ถ้ารุ่งขึ้นเป็นวันหยุด วันเสาร์ ยาวอีกนั่นแหละ ไปถึงพัทยา ฯลฯ วันอาทิตย์ ติดเราคนเดียว บางครั้ง พี่จ้อย เวรกำกับรายการด้วยกัน เราต้องดูแล รายการมวย ช่อง 7 สี ต้้งแต่เช้า ชั่งน้ำหนัก แล้วก็ไปต่อช่วงออนแอร์ มวยเลิกแล้ว ถ้าเป็นอาทิตย์ จ่ายเงินเดือน กรรมการ ฯ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็จะไปต่อรอบเย็น ..เต็มที่กันอีก เพราะกรรมการมวยจะลงขัน เลี้ยงดู เรานั่ง กระดก เฉย ๆ ...มันเป็นการทำงาน ที่เข้าลักษณะ Entertrain มีความบันเทิง ควบไปกับการใช้ชีวิต ที่หลายคนต้องอิจฉา แน่นอน แค่งานเชิญ งานตามให้ไปกิน ไปเที่ยว ทีมเราไม่เคยใส่ใจเลย มอบให้คนอื่นไปแทน แจกจ่ายไปทั่ว


ระหว่างที่ทำงานที่หมอชิต สักระยะหนึ่ง มีเรื่องใหญ่ในชีวิต เข้ามากระทบกระเทืนจิตใจ อีกเรื่องหนึ่ง วันหนึ่ง ในเดือนตุลาคม เป็นช่วงวันหยุดชดเชยต่อเนื่องหลัง วันพระบรมรูปทรงม้า มีภาระกิจต้องไปดูแลงานถ่ายทอด สถานีดาวเทียมศรีราชา พนักงานที่นั่นมาแจ้งให้ทราบว่า ทางสถานี ที่กรุงเทพ แจ้งเหตุ จากพี่สาวของคุณศิริชัย ให้ทราบว่า...บิดาเสียชีวิต รับทราบจากทางวิทยุ ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ ฝนตกหนักตลอดทาง จุดหมายปลายทางตอนนี้อยู่ที่...วัดวิจิตรการนิมิตร วัดหนัง ซอยพาณิชยการธนบุรี เมื่อถึงบางขุนพรหม เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า...พี่ตุ๋ย ส่งกุญแจรถ ปอนเตี๊ยกส์ คันเก่ง สีเขียวคู่ชีพ ให้ขับไปเอง ...ไปไม่ทัน รดน้ำขอขมา ไม่เป็นไร เพราะรอไม่ได้พระอาทิตย์ตกดิน ค่ำแล้ว...เมื่อลงจากรถ น้อง ๆ และหลายคนเข้ามาทักทาย และเสียใจ คำแรกที่บอกกับ คุณแม่ยุพัฒน์ คือ ทำอะไรได้ก็ทำ จะรับผิดชอบงานนี้เอง ขณะนั้นมีสตางค์ เก็บออมไว้พอสมควรจากการทำงาน เบี้ยเลี้ยง ค่ากรรมการ รายการ ฯ ...บอกกับ คุณทองห่อ ว่า ต้องใช้เงินทั้งหมด เพื่องานพ่อ เพราะที่จริงเงินนี้ให้รวบรวมไว้จะไปดาวน์บ้าน ...คุณทองห่อ พยักหน้า ไม่พูดอะไรสักคำ

เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้จัดการ งานคุณพ่อโกศล อย่างยิ่งใหญ่ในสายตาคนในละแวกนั้น รวมถึงบรรดาญาติ ๆ ที่มาจากสารทิศต่าง ๆ ทั้งญาติที่ปราจีน ระยอง รวมถึงที่อยู่ไกลจากที่อื่น ผู้ที่เคารพนับถือ คนรู้จัก ตลอดจนบรรดา ผู้ที่คุ้นเคยที่ทำงาน ชาวบางขุนพรหม...คุณทองห่อ จะมาร่วมงานในวันที่ คุณย่าถวิล มาด้วย วันสวด และวัน สละร่าง...ทุกคืนที่มีการสวดพระอภิธรรม ...วัฒนา จันทร์จิรบูรณ์ เพื่อนร่วมงาน ทีวี สนิทกับ คุณฉลอง ภักดีวิจิตร นำภาพยนตร์ เพิ่งออกโรงไม่นาน ทั้ง ทอง และภาพยนตร์จีน ดังในยุคนั้นมาฉาย หน้าศาลา ทุกวัน เพื่อนที่ร่วม กิน ร่วมเที่ยว ในแต่ละสถานที่ สลับกันมาในงาน บางคน ที่ทำงานชั้นล่าง มาจะเอ๋ กับพวกที่ทำงานชั้นบน สนุกเขาล่ะ ทั้งรถไฟ รถขบวน หลีกกันระเนระนาด... ไม่สลับกันมา จะต้องมาวันเดียวกันซะด้วย ทำให้เจ้าภาพนายสถานี วุ่นวายทุกคืน รวมถึง คุณครูงามนิตย์...ซึ่งต่อมา ก็กลายมาเป็น เพื่อน คนสนิท ใกล้ชิด ในกาลต่อมา...งานสำเร็จไปด้วยดี ทุกประการ มีพี่อี๊ด น้องอ้อย และอานิตย์ ช่วยดูแลให้ทุกอย่าง จนเสร็จสิ้นงาน... พลเอก จำเป็น-คุณหญิงแวว จารุเสถียร สมุหราชองค์รักษ์ ในขณะนั้น เมตตามาเป็น ประธานในงานสละร่าง

งานสละร่าง ...จบลงไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากนั้นได้นำอัฐิบางส่วน ทั้งของอาว์เชื่อม กลับไปบ้านเกิด บรรจุ ไว้ที่บ้านโคกมอญ วัดแสงส่วง ตามที่กำเหนิดมา แล้วยังเลยไป ลอยอังคาร ส่วนที่จัดเตรียมไว้ กลางทะเลอ่าวไทย มีครอบครัว พี่อี๊ด-พี่ปิ๋ม ,พี่มาก-พี่อู๊ด หลาน ๆ และน้อง ๆ ไปร่วมด้วยทุกคน ยังแถมมี คุณครูงามนิตย์ เป็นแขกพิเศษไปร่วมด้วย เพราะนับแต่นั้นมา ความใกล้ชิด สนิทสนมก็งอกงามขึ้นมาเรื่อย ๆ ได้พบปะ ไปไหน ในกรุงเทพ ทานข้าว ฯลฯ จนมีข่าว เข้าหู....ทำให้ ...เป็นข่าว กระทบถึงตัวเอง

ชีวิต ที่แยกอะไรไม่ออก ต้องเป็นไปตามวาระ ต้องจัดวงจรชีวิตตัวเอง ท่ามกลางความสุข ในการทำงาน และองค์ระกอบของชีวิต ในขณะนั้น ดูเหมือนจะสำราญ บันเทิงอยู่ในที แต่ก็ต้องรับผิดชอบ งานในหน้าที่ และงานที่ได้รับมอบหมาย ช่วงนั้นทางสถานี ระดมเรื่องสถานีถ่ายทอดดาวเทียม ต้องออกไปต่างจังหวัดบ่อย เพื่อประสานงาน สถานที่ตั้ง สถานีดาวเทียม งานทางด้านธุรการ เอกสารเป็นตั้ง ๆ ทั้งแผนที่ แผนงาน ทั้งทางเทคนิค ที่ต้องเรียนรู้เพื่ออธิบาย ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ

ดูแลตัวเอง จัดสรรเวลาของชีวิต มิให้มีอะไรด่างพร้อย หรือเป็นเหตุให้ต้อง ตกม้าตายเอง เพราะหลงระเริง กับชีวิต ตามที่ได้โลดเล่นไปไหน ๆ เพราะบางครั้งมีคนใกล้ชิด ติดตามไปด้วย ทำให้ไม่เหงา มีความสุข เพิ่มขึ้นมาอีก เช่น ไปลำปาง เชียงใหม่ ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ต้องยึดมั่นงานที่ทำอยู่ และที่ได้รับมอบหมาย ให้ดูแล บางครั้งงานจะเกิดขึ้นโดนอัตโนมัติ ต้องทำทันทีไม่ต้องรอให้ใครสั่ง หรือจะปฏิเสธ ไม่ใช่หน้าที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้...ต้องมีวิจารณญาณ ทันที ว่าจะต้องทำอย่างไร

จังหวะของชีวิต เป็นไปตามกระแสงานที่ทำ งานก่อสร้าง หาพื้นที่สร้างสถานีดาวเทียม จำเป็นต้องเดินทางไปหลายจังหวัด ที่ฝ่ายเทคนิค ตั้งจุดไว้ บางแห่งอยู่บนเขา บางแห่ง อยู่ห่างไกล จาการคมนาคมและชุมชนเมือง  ต้องพบกับคนท้องถิ่นต้อง ทำงานมวลชนควบคู่กันไป เพราะบางแห่ง เช่น แถบอีสาน บางที่เพิ่งจะกลาย จากสีแดง มาเป็นชมภู เรื่อ ๆ แค่นั้น  

 ได้รับความหลากหลายในชีวิต มากมายในการใช้ชีวิต ที่หมอชิต นอกจาการทำงานที่สนุกสนาน เพลิดเพลิน รวมถึงความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ต่าง ๆ นานา แล้ว ชีวิตยังได้โอกาสโชคดี ได้เสริมความก้าวหน้าให้กับตนเอง ...ในยุคนั้นมีกฏระเบียบ ของคณะกรรมการวิทยุและโทรทัศน์ ฯ หรือ ที่รู้จักกันดีในคำย่อว่า กบว.    ออกประกาศให้ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบงาน สื่อสารมวลชน เช่น บรรณาธิการ ข่าว นสพ.นิตยสาร ฯลฯ ทางด้านทีวี หมายถึงผู้ควบคุมการแพร่ภาพออกอากาศ และบรรณาธิการข่าว ในแต่ละวัน รวมถึงหัวหน้าฝ่ายข่าว ต้องจบปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า... พี่อึ่ง...สมภพ ศรีสมวงศ์  ไปเข้าประชุมในนาม สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ได้โควต้ามา 3 คน จากที่ขอไป 5 คน ตามบันทึกรายงานการประชุม ที่เราบริหารจัดการ ...ที่ประชุม โดยเจ้านาย มอบให้ พี่ตุ๋ย ...มงคล วัชโรบล และ พี่อึ่ง...ไปดำเนินการ  จัดสรรคนไปเข้าเรียน

โครงการเสริมการศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ....พี่อึ่ง เป็นกรรมการสมาคมศิษย์เก่า ฯ ศิษย์เก่าลูกแม่โดม เข้าร่วมประชุมในนาม สื่อ  โทรทัศน์  จึงมีบันทึกถึงกรรมการ ฯ ขอตามที่เสนอไปในที่ประชุม....จึงได้เพิ่มโควต้า มาอีก 1 คน โควต้านี้แหละ พี่อึ่ง ถามว่า จะไปเรียนไหม พี่ตุ๋ย ก็ไม่ขัดข้อง เพราะจัดให้ฝ่ายข่าว ลงตัวแล้ว แถมออกหนังสือรับรอง สถานะภาพในทีวี ให้อีก เซ็นต์ อย่างเดียว เพราะเราตั้งแท่น ร่างเอง พิมพ์เอง ไง !...ต้องจัดสรรเวลาให้กับตัวเอง ดี ๆ เรียนภาคสมทบ ตอนค่ำ เสาร์-อาทิตย์ วันหยุด เรียน 10 โมงเช้า ถึง บ่ายสอง...จะติดฉุกละหุกก็ตรง วันอาทิตย์ นี่แหละ เพราะมีหน้าที่ โดยตรง ในฐานะ เลขานุการ สนามมวยสถานีทีวี ช่อง 7 สี  แรก ๆ ก็วุ่น ขลุกขลัก นิดหน่อย ต่อมาหาผู้ช่วย มาช่วยดูแลภาคเช้า เลยผ่อนคลายเวลา ไปบ้าง แต่เจ้านาย ก็บ่น กับคนอื่น ...มันไปเรียนทำไมวะ ...เวลามีเหลือเหรอ ? ...เป็นอันว่า ได้เข้าไปเรียน ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่แรกก็เรียนตามโปรแกรม คณะ อิสสระสื่อสารมวลชน ฯ ในความรู้เบื้องต้น หลักสูตรพิเศษเร่งรัด นักศึกษารุ่นนี้ เป็นรุ่นภาคสมทบตามโครงการ ฯ จึงมีแต่ผู้อาวุโส เข้าเรียน (บ้าง ไม่เรียนบ้าง ส่วนใหญ่จะเรียน ที่ร้าน แถว ๆ นั้น ร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งตรงข้าม ถ้ามีดีกรีก็ ร้าน มิ่งหลี เจ้าเก่า ตามอายุนั้นแล ) เราดูเหมือนจะมี อาวุโสน้อยกว่าเพื่อน แต่ละท่าน ดัง ๆ ในวงการหนังสือพิมพ์ เกือบจะรุ่นพ่อ ทั้งนั้น ต่อมามีคณาจารย์ ที่ปรึกษา ได้ช่วยเหลือ เทียบเคียงหน่วยกิต จากวิทยาลัยเกริก และที่เรียนค้างไว้จากราม ฯ  มารวมเพื่อเข้าเรียน ภาควิชากฏหมายมหาชน และการเมืองการปกครองไทย ...อีก เสี้ยว....ของชีวิต... บาง เสี้ยว  ที่แต่ละเสี้ยว มีความสำคัญ กับบทบาทของวิถีชีวิต

            


บันทึกเมื่อ.....25 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 21.50 น.                 โปรดติดตาม.....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์ เมื่อ 26-27 ธันวาคม 2555                                             เสี้ยว....ของชีวิต.....ตอนต่อไป                              

ขอบคุณ..............ที่ติดตาม                                                                           

2 ความคิดเห็น:

  1. ช่วงนี้อยู่ทีทำงานดีมีความสุขครับคุณโอ๊ค ได้เที่ยวไปไนหลายที่สถาณบรรเทิงในกทม ให้นึกถึงภาพสมัยก่อนบางที่ก็ไม่มีแล้ว

    ตอบลบ

add comments.