วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

20. ชีวิต ที่...หมอชิต

                                                             
                                              


                                                                                                                                                                                               

ตอนที่ 1   
เริ่มนับ....๑


และแล้ว ชีวิตจักต้องดำเนินต่อไป ...การได้เข้าไปทำงานใน สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ตามสายตาคนโดยทั่ว ๆ ไป ดูโก้ เทห์ ซะจริง ๆ โดยส่วนตัวก็มีความรู้สึกคล้อยตามบ้าง ตามสมควร เวลาใครถาม ทำงานที่ไหน พอตอบออกไป รู้สึกมีแต่คนที่ถาม ชื่นชม ตาจะมีอิฐ( อิจฉา)ก้อนเล็ก ๆ ติดที่ดวงตา ชีวิต ที่...หมอชิต ดูน่าเชื่อถือ มีเกียรติ มีบารมี มีคนยกย่อง มีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือน องค์กร และสถานที่ทำงานสำหรับปุถุชนคนทั่วไป แม้กระทั่งงานที่มีสีสวมใส่ ....ทำงานสนุก ได้เรียนรู้ อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง เปรียบเสมือน มหาวิทยาลัยชีวิต อีกสถาบันหนึ่ง มีประสบการงานทั่วไป งานสื่อสารมวลชน งานบริหารจัดการ การดำเนินรายการ งานทางด้านเทคนิค รวมไปถึงงานระดับชาติ งานที่ดูเหมือนจะต้องรับผิดชอบกับสังคม ตลอดจนงานที่ไม่มีขีดจำกัด ในระบบงาน โดยเฉพาะถูกบรรจุ ในฝ่ายธุรการ เป็นผู้ช่วย หัวหน้าฝ่าย...*พี่อึ่ง..สมภพ ศรีสมวงศ์...งานที่รับผิดชอบ ไม่มีขีดจำกัด เพราะต้องประสานกับทุกฝ่าย มีเพื่อนร่วมงาน เช่น พี่ลดาวัลย์ เลขาฝ่าย และคนอื่น ๆ ในฝ่าย ที่ทำงานเข้าขากันในระดับดี สมชาย...สมพร...ไพบูลย์ และคนอื่น ๆ ที่แยกแผนกออกไป แผนกยานพาหนะ แผนกสถานที่ แผนก ....ฯลฯ อีกหลายฝ่าย หลายแผนก...ทำงานในฝ่ายกับคนมาก อาจจะมีบ้าง ที่บางคน ทำงานแบบเอาหน้า หรือ เอาตัวรอด โดยไม่นึกถึงเพื่อน ฟ้องนาย ขายเพื่อน เพื่อตัวเอง ก็ต้องทำใจ ให้อะไร ๆ ผ่านไป


 

นอกเหนือจากงานในฝ่าย ฯ เวลาที่ทางสถานี มีกิจกรรมพิเศษ หรือการถ่ายทอดสด  รวมถึงมีภาระกิจสำคัญ จะถูกกำหนดให้เป็นฝ่ายประสานงาน กับทุกฝ่ายโดยทันที  ทั้งภายนอก และภายในสถานี มีทีมงาน และผู้รับผิดชอบงาน คอเดียวกัน ที่แข็งเกร่ง ทำงานกันโดยมิต้องทบทวน ขณะปฏิบัติหน้าที่....คือ *...พี่ตุ๋ย...มงคล วัชโรบล หัวหน้าฝ่ายข่าว....พี่จ้อย...กฤษฏา นาคะเสถียร และ พี่นิต...มานิตย์ ควรขจร...* ( สามท่าน ที่กล่าวมานี้ ปัจจุบัน จากไปหมดแล้ว )  เราทั้ง สี่คน สนิทกันทั้งหน้าที่การงาน และเรื่องส่วนตัว รวมถึง ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ, ดำรง พุฒตาล และพี่อาคม มกรานนทน์ และคนอื่น ๆ อีกหลายท่าน ที่เกี่ยวข้องกับงานรายการ นั้น ๆ 

ทำงานแบบรู้ใจกันเกือบทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องหน้าสิ่ว หน้าขวาน และปลายกระบอกปืน เป็นทีมงานที่สนิทกัน ทั้งเรื่องส่วนตัว ฯลฯ มีกิจกรรมร่วมกันมา ทั้งเกมส์ปาเป้า เบอร์ธนบัตร แถมลูกเต๋า ในโอกาสงานเลี้ยงสังสรร มีเพื่อนร่วมงานในก๊วน ออกโรงได้เสีย มากหน้าหลายคน ... พี่อนันต์ ทัดคำ ..สุทธิ จงเจียมจิต ฯลฯ ทั้งกิน เที่ยวกลางคืน มีความประพฤติส่วนตัว ที่ค่อนไปทางบันเทิงเริงรมย์ ทำให้เจ้านาย เหล่ หลายครั้ง แต่ก็เอางานเป็น โลห์ป้องกันความเสื่อมเสียมาโดยตลอด มิให้งานที่รับผิดชอบต้องมีอุปสรรค ทำไม่ได้ หรือไม่สำเร็จ ถ้าถ่วงเหนี่ยวไปค่อนจะเช้า ก็ไม่ต้องนอน รีบไปทำงาน ทันที แถมไปเช้ากว่าปกติ 


คงจะเป็นเพราะทำงานที่จะต้องอยู่ฝ่ายธุรการ และจะต้องประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งภายใน และภายนอกสถานี เมื่อยามที่ต้องมีงานติดต่อกัน รวมถึงตัวบุคคลต่าง ๆ จึงทำให้งานหลักในหน้าที่รับผิดชอบ ต้องติดต่อกับทุกสายงาน แม้กระทั่ง วงการกีฬา (โดยเฉพาะมวย) รวมถึงสื่อแขนงอื่น ๆ ยิ่งตอนดำเนิน เรื่อง สถานีถ่ายทอดดาวเทียม ตามจังหวัดต่าง ๆ งานธุรการ การติดต่อ บุคคล ระดับสูง ลงมาถึงผู้ว่า ฯ มีมาก ในแต่ละแห่ง เป็นผลทำให้ ต้องออกไปติดต่อราชการ กับผู้รับผิดชอบ ทุกระดับ



โดยมี พี่ตุ๋ย... มงคล เป็นใบเบิกทาง  พี่ตุ๋ย เป็นหัวหน้าฝ่ายข่าว  ที่มักคุ้นกับสื่อทั้งมวล  แถมนอกเวลางาน เราก็ได้มีโอกาสใช้ชีวิตส่วนตัวกันอย่างสุข สำราญ สนุกสนานมากในแต่ละวัน เพราะยามทำงาน พวกเราซีเรียส กันมาก งานยุ่ง แถมบวก อารมณ์เจ้านาย...ก็จะทำให้ ทุกอย่างต้องเครียด กว่าจะผ่านงานมาแต่ละวัน ถ้าวันหยุด หรือ เสาร์อาทิตย์ พวกเราก็จะไม่ค่อยได้หยุดกัน บางคนไม่มีเวร หยุดไม่มาก็ได้ แต่พวกเราก็จะมาทำงานเป็นเพื่อนกัน บางเรื่อง บางวัน จำต้องมีตัวตนอยู่ ไม่จำเป็นต้องให้เรียก หรือ ให้รถเวรมารับตัวไปทำงาน ก็เลยพร้อมหน้ากันเกือบทุกวัน ทุกงาน ไม่ได้มาทำงานตามตารางเวร รับผิดชอบในแต่ละงาน 

นอกจากงาน ที่เป็นงาน ที่ต้องทำงานแล้ว ยังจะต้องรับผิดชอบ และดูแลเรื่องส่วนตัว ของเจ้านาย และพี่อึ่ง คอยระแวดระวังเรื่องรายรับ รายจ่าย ในแต่ละรอบบัญชี อีกทั้งต้องคอยสับหลีก รางรถไฟ ขบวนต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละวัน บางครั้งหลายขบวนมา สถานีเดียวกัน ต้องมีวิชา ผสมมาร แก้ไขสถานะการณ์ในแต่ละ ช๊อต ให้ผ่านหน้าสถานี หรือที่สัญจรอยู่ให้ราบรื่น เสมือน ไม่มีอะไเกิดขึ้น ถ้าหากมีอะไร ? นั่นย่อมหมายถึง สถานะภาพ ในวันนั้น จะต้องโดนพายุอารมณ์ ...ตามมาด้วย

ที่กล่าวมาในบันทึก ถือ เป็น เสี้ยว.....ของชีวิต อีกบางเสี้ยว บางเสี้ยวเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ไม่อาจเล่า ลงลึกในรายละเอียด หรือ เล่าสู่กันฟัง กันอ่านได้  มีรายละเอียดมากมายที่ตัวเอง มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง อาจถึงไปเกี่ยวพันกับชีวิต ที่เกือบทำให้ชีวิต ต้องมีอันเป็นไป ในอีกบางเสี้ยว เสี้ยว...ของชีวิต ที่จะต้องจารึกไปนานแสนนาน จนกกว่าจะล้มหาย ตายจาก พร้อมกับเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และตัวเอง เป็นตุ๊กตาในแต่ละเรื่อง นานวัน แล้ว ...นานจน คนที่คุยด้วยได้ เมื่อเจอกัน ก็พลันล้มหาย ตายจากไปจากโลก กันหมดแล้ว.....                                         
                                                             
เมื่อเริ่มต้น ทำงานอย่างจริงจัง กับหน้าที่การงาน ในสถานที่ดูเหมือน เป็นองค์กรระดับชาติ ทำให้ทำงานได้สนุกตามนิสัยส่วนตัว ถึงแม้ว่าบางครั้ง บางขณะ จะซีเรียส เครียดกับงาน โดยเฉพาะเมื่อยาม ที่เจ้านาย มูดดี้ หรือไม่พอใจในการะกระทำ จะถูกไล่ต้อน ไม่เป็นผู้เป็นคน ทันที จะต้องเตรียมชี้แจง ด้วยตัวเอง ไม่มีตัวช่วย ไม่มีพยาน หรืออ้างใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องแสดงเอง เพื่อลบ ภาพ หรือข้อข้องใจ ให้หมดสิ้น ไม่งั้นโดน แน่ ? จึงอาจทำให้ระบบในการทำงานที่นี่ ไม่ใช่การเมเนจเม้นต์ ...

ตามระบบออฟฟิชทั่วไป บุคคลากรที่นี่ ในทุกฝ่าย ก็มีการชิงดี ชิงเด่น ชิงพูด(ฟ้อง) ชิงบ่น ให้คนอื่นได้ยิน รวมทั้งช่วงชิงผลประโยชน์ให้กับตัวเอง ทุกอริยบถ แม้กระทั่งลักลอบอยู่เวร เพื่อรับเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ เป็นต้น จนถึงบางขณะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบ ตรวจทาน ก่อนนำเสนออนุมัติ ท้วงติง อยากเอาไปประทะด้วย แต่พี่ตุ๋ย ก็จะคอยบอก ...ช่างมัน...ตักเตือนหรือ ตั้งข้อสังเกตุอะไรไป บางทีตัวเองอาจจะเดือดร้อน เพราะที่นี่ เต็มไปด้วย เด็กเส้น เด็กฝาก เหนือฟ้าจะมี ฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ไม่รู้ใครเป็นใคร เราเองก็รู้อยู่กับงานแล้วว่าใคร เพาะเป็นธุรการ จะต้องรู้และผ่านเรื่อง ใส่แฟ้มให้นาย เซ็นต์  จึงต้องรู้ที่มา ที่ไป ระดับผบ. ระดับ ผอ. จากช่อง ที่ดูแล ช่อง เราอยู่ และจากกรม กอง ต่าง ๆ ที่เจ้านาย ต้องรับมา เต็มไปหมด คงจะต้องหมายถึงตัวเราด้วย ระดับผลประโยชน์นอกเหนือที่เรา เอื้อมไม่ถึงทั้งนั้น ต้องเอาตัวให้รอด  

อย่าพยายามไปมีอะไรกับใคร ตีกรรเชิง เรื่องใครเรื่องของมัน ยกเว้นเรื่องของเจ้านาย เดี๋ยวเอาเส้นขึ้นมาวัดกันแล้วจะลำบาก ลำพังเจ้านาย เมื่อถึงจุด ไม่สนใจใครทั้งนั้น ฟันเละ ทุกคน ถ้าไม่พอใจ หรือไม่ต้องการ จะดีแค่ไหน แสนเก่ง แสนรัก ไม่มีใครรอด เมื่อถึงยามนั้น...ระวัง....ยิ่งตัวเราเอง นานวันที่ทำงาน ก็มีศัตรู ที่แอบแทงข้างหลัง ระดับลูกท่าน เหมือนกัน ที่บางขุนพรหม นี่แหละ คุณย่าถวิล ได้แต่พร่ำบอก เฉย ๆ ไว้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา...เรานี่เฉย แต่เขาคอยใส่ไฟ เตะตัดขา กับคนที่เขารัก ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ทำอะไรไม่ได้ก็คอยดิสเครดิต แถวเคาน์เตอร์ ยามเมื่อมารับ...กลับบ้าน คงจะนึกว่าเราจะเอา นิสัย สันดานเขามา เล่า ให้คนที่นี่ฟังล่ะมั้ง ? ...

ขณะที่ทำงานในระยะเริ่มต้น ของการทำงาน ขณะนั้นคุณทองห่อ ทำงาน บ.ซัมมิท ที่ถนนสีลม ทุกอย่างในชีวิตดูเหมือน แฮปปี้ ในสายตาคนทั่วใจ ส่วนลึกของตัวเอง ยังมีความสัมพันธ์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งคุณทองห่อ ก็ทราบดี มาตั้งแต่ต้น และยิ่งรู้รายละเอียดเจอ ตัวเป็น ๆ เมื่อคราวงานบวช..ทำงานด้วยความเพลิดเพลิน เจริญใจสนุก กับชีวิตในสังคม หน้าที่การงาน...มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาประทะ ชีวิตได้ทราบข่าว ทำให้แปลกใจ อึ้ง ไป เหมือนกัน เพราะ ...* คุณสิริลักษณ์ แจ้งให้ทราบว่า จะแต่งงาน พร้อมยื่น คำขาด ไม่ใช่คำขอนะ ว่าถ้าจะแต่ง ก็ขอให้รีบมาคุยกัน มิฉะนั้น... เหมือนมีตัวเลือก รออยู่ มันเป็นความกระอักกระอ่วน ใจ !

เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่า ใคร ต่อใคร พยายามเชียร์ เพราะพูดกันแต่เพียง จะได้สบาย ตกถังข้าวสาร แต่เรากลับไม่รู้สึก เพราะยังไม่ได้ตกลงไป นอกจากขณะคบกันมา ก็เป็นไปตามมิตรภาพ มีหรือไม่มี ก็จะบอกตรง ๆ ใครมีก็จ่ายไป หรือตามมารยาทใครชวน ก็คงจะต้องพร้อม ถึงชวนไปไหนมาไหน ...ไม่ต้องการให้สังคม มองในแง่...? โดยเฉพาะที่บ้านโคกมอญ ...ไม่ได้ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ เล่าให้คุณทองห่อ ฟัง ...คุณทองห่อ บอกว่า ตัดสินใจเอง เรื่องส่วนตัว เรื่องของหัวใจ ไม่อยากยุ่งด้วย และไม่ต้องการ...ความรู้สึกที่ไม่ดี...ให้กัน... จบข่าว...นานวันผ่านไปไม่นานนัก บทสรุป ก็มาถึง.....

เมื่อทราบว่า คุณสิริลักษณ์ ได้แต่งงานไปกับ ข้าราชการท้องถิ่น ระดับที่ทำให้ครอบครัวมีหน้ามีตา เป็นความต้องการของคนท้องถิ่น โดยทั่วไป อยู่แล้วที่ลูกสาวได้แต่งงาน กับข้าราชการในท้องถิ่น......มันเป็นความระทม ที่มีความรู้สึก หักห้ามใจไม่ได้ คบกันมานาน ตั้งแต่เมื่อครั้งเติบโต พร้อมกับเพื่อนสนิทของเขา ที่เติบโตมาด้วยกันเช่นกัน...คุณงามนิตย์ เขตต์ชีวะ และอีกสองสามคน ทั้งหญิงและชาย ไปไหน ขี่จักรยาน สนุกสนาน เที่ยวสวนมะม่วง เที่ยวต้นโพธิ์ ฯลฯ  เฮฮา จากเด็ก สู่วัยรุ่น มีอะไรคอยเกื้อหนุน และช่วยเหลือกันไปมา เป็นเพื่อน เป็นคนสนิท ระดับ คนรักกัน ยิ่งตอนเมื่อครั้งมาเรียนหนังสือ ต่อที่กรุงเทพ พสล. ยิ่งเพิ่มความใกล้ชิด ไปไหน ต่อไหน กันตลอดทุกวันหยุด โดยเฉพาะ ชมภาพยนตร์(ไทย) เกือบทุกเรื่อง ที่เข้าฉาย เวลาเพื่อนจากปราจีนมาเที่ยวหา ก็ทำตัวเหมือน ไกด์ พาไปเที่ยวไหนกัน...ความทรงจำ เสี้ยว...ของชีวิต เสี้ยว หนึ่ง ที่สำคัญกับชีวิต ส่วนตัว ที่ไม่ลืมเลือน ความรู้สึก ความใกล้ชิด ความปรารถนาดี ที่หยิบยื่นให้กัน...อนิจจา ...นึกไม่ถึงว่าจะ ด่วนตัดสินใจ โดยมิได้ปรึกษา คงจะนึกว่า ได้บอกกล่าวตกลงไว้แล้ว ตั้งแต่ตอน สึก แล้วพบกันวันนั้น เราเอง ผิด ตรงที่ไม่ได้สานต่อ เพราะคิดว่า ยังไม่ถึงเวลา มัววุ่นวาย สับสนกับชีวิต...

ตัวเองนั้น ก็ยังอยู่ในระดับ ไม่มีอะไรพร้อมทุกอย่าง ห้องก็ยังต้องเช่าอยู่ ข้าวก็ยังต้องซื้อกิน งานก็เพิ่งจะทำได้ไม่นาน ได้รับการ์ด รู้สึก เย็นวูป ไปเหมือนกัน คงจะต้องโทษ ตัวเอง ที่มีกรณีนี้เกิดขึ้น เหมือนกับว่า จับปลาสองมือ คนทั่วไป ที่ใกล้ชิดต้องเห็น เป็นเช่นนั้น ใครเขาจะมารอ การตัดสินใจ ที่ไม่แน่นอน ไม่มีคำยืนยัน เหมือน ขอให้ผ่านไปแต่ละครั้งที่เจอกัน ความจริงของตัวเอง ก็ยังคงไม่อยู่ในสถานะ ที่จะมีครอบครัวได้ ถ้าตัดสินใจในตอนนั้น ชีวิตก็คงต้องอยู่ที่ปราจีน แน่นอน ทุกอย่าง ยิ้น set ไว้หมดแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้น ตามใจปรารถนาของ...หน้าบันทึก เสี้ยว.....ของชีวิต ตัวอักษร ก็ต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่ เรื่องเล่า เล่าเรื่อง เหมือนเช่นนี้ ....แน่นอน !

ภาพ วาดหวัง ที่ได้เคยคุยไว้ต่อกัน ...อนุสรณ์ รำลึกถึง...หม่องยิ้น...สิริลักษณ์ ไชยนุสรณ์ 








บันทึกเมื่อ....25 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 9.30 น.                 โปรดติดตาม ....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า   
พิมพ์เมื่อ.....25 ธันวาคม 2555                                        เสี้ยว.....ของชีวิต.....ตอนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.