วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

17. เมื่อเราบวช


  นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต......


ใช้ชีวิต เริ่มต้นใหม่ บาง เสี้ยว.....ของชีวิต  ที่บางขุนพรหม มาได้ปีเศษ เกือบถึงสองปี เราทั้งสอง จึงปรึกษาหารือกัน ในเมื่อไม่มีอะไรที่ต้องเป็นภาระ นอกจากรับผิดชอบตัวเอง ความที่เป็นภาระของครอบครัวยังปราศจากหน้าที่ งานการก็ไม่ได้ดิ้นรนหาทำในขณะนั้น ในเมื่อไม่มีอะไรต้องทำ น่าที่จะหากิจกรรมอะไรทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ในยามสภาวะที่ตัวเอง เพิ่งเจอะเจอปัญหาชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เป็นคราวแรก ทำอะไรให้ตัวเองดูดี และความเป็นคนสมบูรณ์แบบ ตามแบบอย่างขนบธรรมเนียม ประเพณีชายไทย ทหารก็รับการเกณฑ์แล้ว เสี่ยงเข้าไปจับใบดำใบแดง ก็รอดการรับใช้ชาติมาแล้ว จึงตัดสินใจ ร่วมกับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ อาทิ คุณย่าถวิล ทั้งหมดที่รับรู้ในขณะนั้น ขานรับกับเป็นเสียงเดียว...เห็นควรด้วย...บวช ซะ เพื่อชีวิตจะได้พบกับสิ่งที่ดี เมื่อสึกออกมา.....

เดิมพูดคุย ปรึกษาตกลงกันไว้ว่า จะบวชที่วัดเอี่ยมวรนุช ที่บางขุนพรหม นั่นแหละ เพราะสะดวกดี ด้วยประการทั้งปวง กุฏิ ก็สามารถเลือกจำพรรษาได้ เพราะที่วัดนี้ เป็นวัด ในอุปการะของตระกูลจารุเสถียร ใคร ๆ ที่บางขุนพรหม จะทำงานบุญ งานอนิสงฆ์ ต่าง ๆ ก็จะทำกันที่นี่ โยมแม่เจ้าอาวาส เราก็สนิทคุ้นเคยดี ป้าสวัสดิ์ เป็นขาประจำบนเรือน กับคุณย่าถวิล ในวัดเข้าออกได้ทุกบริเวณ งานเลี้ยงงานสังสรร หลังทำบุญแล้ว ทุกคนก็จะ ตั้งโต๊ะ เหมือนที่บ้าน ดังนั้น จึงเดินทางไปปราจีน ฯ เพื่อกราบลาบวช เรียนญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ นับถือของตนเอง ...แม่ใหญ่.. คุณย่าทอง ฯลฯ













เหตุการณ์ที่ตั้งใจไว้ต้องแปรเปลี่ยนในทันที เมื่อญาติผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือใกล้ชิดมาตั้งแต่เกิด ร่ำร้องกันเซ็งแซ่ ให้ไปบวชที่วัดแสงสว่าง บ้านโคกมอญ หรือโคกไทย โคกปีป ปราจีนบุรี จะดูแลจัดงานทุกอย่าง ...อะไรไม่ว่า หลังจากมีข่าวว่าจะไปบวชที่นั่น มีข่าวแพร่สะพัด ว่าจะมีการขัดขวางงานบวชนี้ จากเจ้าหนี้ของคุณพ่อ ที่มีอะไรกันอยู่ก่อน ที่น่าอดสูก็คือ เจ้าหนี้รายนี้เป็นมารดา ของคนใกล้ชิดที่ติดต่อ มีความสัมพันธ์กันอยู่....จะไปขัดขวางตามประเพณีหน้าโบสถ์ โดยประกาศว่า...." พี่เดช ซึ่งเป็นญาติที่ใกล้ชิด และสนิทกับเราพอสมควร ก็เลยประกาศ ในนามของผู้ใหญ่บ้าน " บักโอ๊ค บวชไม่ได้ ก็จะได้เห็นดีกัน " กระแสต่อต้าน รวมถึงโดยส่วนตัวที่ไม่พอใจ ที่บุตรสาวมามีความสัมพันธ์กับเราด้วย จึงซาปากไป..... ไม่ได้ถือ โกรธอะไร เพราะมีคนขอร้องอย่าคิดอะไร เพื่อ.....คงจะเป็นอารมณ์มากกว่าที่จะทำจริง ...ขออโหสิกรรมไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะทั้งสองแม่ลูก ได้จากกันไป นานหลายปีแล้ว

              











บทสรุป งานนี้ จึงมาบวช จัดงานที่ วัดแสงสว่าง ปราจีนบุรี โดยตกลงกันไว้ว่า บวชแล้วจำวัดที่นี่ ประมาณ 7 วัน แล้วจะมาจำพรรษา ที่ วัดเอี่ยมวรนุช บางขุนพรหม ...งานบวช ก็ดูสมน้ำสมเนื้อ ตามฐานะและการจัดการ คุณทองห่อ เป็นแม่งาน ทางบ้านปราจีน มีหลายคนดูแลให้ คุณย่า ..แม่ใหญ่อ้วน.. พี่ยม เป็นแม่งาน ทำอะไรได้สมเกียรติของตัวเอง ญาติ ๆ และผู้ที่เคารพนับถือ ชาวบางขุนพรหม แทบจะปิดบาง ฯ ซอยพายัพ... พี่มาก จัดรถบัส จากสายใต้ ที่ตัวเองคุ้นเคย มารับผู้ไปร่วมงานเต็มคันรถ รวมถึงรถส่วนตัวของคนอื่น ๆ ที่ไปด้วย มีเพื่อนทั้งฝ่ายของคุณทองห่อ ที่สนิทกัน ที่คุ้นเคยกันทั้งนั้น และเพื่อนรักของเราเอง ต้อย..ประกาย ,วิจารณ์ เพื่อนที่บางพลี กนก เดินผ่านมา กระโดดขึ้นรถไปด้วย โดยไม่ได้ตั้งใจ ...สิงห์...มานพ เจริญรัตน์ เอาดนตรี ขึ้นไปช่วยทำให้งานคึกครื้น ...ผู้ใหญในงาน คุณย่าถวิล...อาว์นิด อาว์เชื่อม มาเป็นตัวแทนพ่อ-แม่ ซึ่งคงอยู่ระหว่างขุ่นใจอยู่..... แต่หลังจากบวชแล้วก็ไปรับฉันเพลที่บ้าน ซอยพาณิชยการ ธนบุรี


                                                        

งานบวช ในชีวิตครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นงานที่เป็นงานของตัวเองงานแรก ด้วยอนิสงฆ์ความตั้งใจ เพื่อชำระจิตใจให้ผุดผ่อง และกระทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชายไทย ทุกอย่างราบรื่น ความตกลงที่มีกับญาติผู้ใหญ่ที่มีกันไว้ ทุกอย่างเมื่องานจบ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับมากรุงเทพ เพื่อจำพรรษาที่วัดเอี่ยมวรนุช คุณย่าทอง ย่าที่แท้จริงของชีวิต แม่ใหญ่อ้วน รวมถึงคนอื่น ๆ
หลวงพี่เทียบ หรือ หลวงลุงที่ใคร ๆ กล่าวขานกัน ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแสงสว่าง และมีศักดิ์เป็นพี่ใหญ่ ในตระกูล ของพ่อที่บ้านปราจีนบุรี เพราะท่านเป็นลูกชายคนโต ของพี่สาวใหญ่ของพ่อ แม่ใหญ่มือเย็น ( ฉายานี้เราเป็นคนตั้งให้เอง เพราะเมื่อเด็ก ๆ แม่ใหญ่มากรุงเทพ พักที่บ้านอานิต วัดพระยายัง พาไปเดินดูน้ำพุ ราชเทวี แกคงตื่นเต้น มากรุงเทพครั้งแรก เดินมือเย็นเฉียบ เมื่อประมาณ 50 กว่าปีที่ผ่านมา )  บ้านเหนือ นั่งล้อมวงน้ำตาซึม เมื่อเราจะจากมา ร่ำร้องขอให้จำพรรษาที่นี่ และรับปากจะดูแลให้อย่างดี หลายคนเป็นห่วงพระใหม่ ความไม่คุ้นเคยในวิถีชีวิต ต้องตัดสินใจอีกครั้งในชีวิต คุณทองห่อ โยม เพื่อนสนิท คนใกล้ชิด ที่พยุงชีวิตมาร่วมกัน อึ้ง !...ส่วนโยมทางนี้ ไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ได้พูดคุย ทำความตกลงกันก่อนมาบวชแล้ว กับทุกฝ่าย ที่มีวิถีชีวิต เข้ามาเกี่ยวข้องกับตนเอง ทุกคนอยู่ในฐานะเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด คนที่สามารถพูดคุยอะไรได้ ในระดับหนึ่ง ตามสภาพและสภาวะของแต่ละคน ความสำคัญของแต่ละคน ไม่ใช่ เครื่องชี้วัด ว่า......

ปีที่เราบวช เป็นขณะที่ บ้านโคกมอญ หรือโคกไทย ในปัจจุบัน ถนนทางหลวง วิ่งระหว่าง พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ๆ ไปอำเภอเมือง ปราจีนบุรี กำลังราดยาง มาถึงหมู่บ้านพอดี ยิ่งทำให้การเดินทางไม่ค่อยสะดวก ถนนยังเป็นฝุ่นแดง ช่วงจากพนม ฯ ถึงจะมีรถประจำทางวิ่งสะดวกไปมา แต่ยังลำบากอยู่ อีกทั้งที่วัดแสงสว่าง กำลังก่อสร้างศาลาการเปรียญ หลังใหม่ เพิ่งจะก่อโครงวางเสา และคานพื้น...  คุณทองห่อ ก็ไม่ได้บ่นว่าอะไร กลับยินดี ที่ตัวเอง จะมาดูแลส่งเสบียง ของเตรียมจังหัน อาหารคาว รวมทั้งของหวาน ของใช้ต่าง ๆ ในทุกวันอาทิตย์ที่หยุดงาน มาเช้า บ่ายก็กลับกรุงเทพ

ทุกคน ที่บ้านโคกมอญ ยินดีกันถ้วนหน้า พระ ตัดสินใจจำพรรษาที่วัดแสงสว่าง แม่ใหญ่อ้วนและพี่ยม รับหน้าที่ดูแล จัดปิ่นโต โดยมี คุณทองห่อ เฝ้าเพียรมาทุกอาทิตย์ ส่วนตัวเรา ก็ต้องปรับตัวเองให้รับสภาพ โดยเฉพาะ ความเป็น สมณเพศ ทั้งเรื่อง ที่อยู่หลับนอน อาหารการฉัน ฯลฯ ทุกอย่างในชีวิต ปรับเปลี่ยนทุกอย่าง จากฆารวาส มาสู่ ร่มกาสาวพัตร์ ...หลวงลุง หรือ หลวงพี่ จัดให้จำวัด ในห้องใกล้ ๆ กัน แต่ในห้องมีร่างพ่อใหญ่ อยู่ใน...นอนอยู่ด้วย แรก ๆ ก็พยายามทำใจให้ปกติ สักระยะ แล้วก็ผ่านมาด้วยดี

                          
ความเป็นพระ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปทั้งหมด ทั้งเรื่องส่วนตัว การกิน อยู่ หลับนอน และความนึกคิด ทำตัวเอง ปฏิบัติตนให้อยู่ในวัตรปฏิบัติ ให้ถูกต้องทุกอริยบถ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เคร่งครัดอะไรกับตัวเองนัก แต่ก็ทำให้มีจริยวัตรที่งดงาม ไม่ให้เป็นที่ติฉินนินทาของชาวบ้าน โดยเฉพาะรู้ว่าตัวเอง เป็นจุด เป็นพระ ที่ทุกคนจับตามอง โดยเฉพาะเวลาลงศาลา มีงานบุญ ฯลฯ ...มีอยู่สิ่งเดียว ที่ปฏิบัติไม่ได้ คือ การไปนั่งเรียน นักธรรม ซึ่งมีอาจารย์หลวงพี่เทียบสอน ตามฐานะเจ้าอาวาส...หลวงลุงไล่ให้ไปเฝ้ากุฏิ ตั้งแต่วันแรก เมื่อเข้าพรรษาแล้ว เปิดเรียนปริยัติธรรม ตามปกติ....คงคิดว่าเราเรียนอะไรมามากแล้วมั้ง ?

เลยต้องมาสอน เรียนตามหนังสือนวกะใหม่ เอาเอง ถึงเวลาสอบสนามหลวง ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ ก็ไปสอบ มีแม่ใหญ่หอบปิ่นโต ตามไป ผลปรากฏว่า สอบนวกะใหม่ ได้นักธรรมตรี ที่ 1 ของจังหวัด หน้าบานไปทั้งโคกมอญ รับเชิญรับนิมนต์เทศน์ จนพระรูปอื่น ๆ ไม่อยากรับนิมนต์ เทศกาลเทศน์มหาชาติ เลยอ่วมอยู่รูปเดียว เทศน์ วันละ สองถึงสามรอบ ค่ากัณฑ์เทศน์ มอบการกุศลตามพื้นที่ทุกบาท โดยเฉพาะเทศน์ หรือปาฐกถาตามโรงเรียน ไม่รับใส่ย่าม แค่มารับมาส่ง ก็ยินดีรับนิมนต์ นอกจากนั้นรวมถึงบทท่องสวดต่าง ๆ...เสี้ยว.....ของชีวิต  ที่รับการเป็นไปอีกบางเสี้ยว ไม่ได้ยากลำบากอะไร เพียงแต่ต้องรบกับสภาพจิตตัวเอง เพื่อให้รับกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ที่จำต้องเปลี่ยนไปกระทบกับสภาพของตัวเอง...บางครั้งหรือ ทุกคืนก่อนจำวัด ต้องแอบ พัก ลักจำ บทสวด ที่พระข้าง ๆ กุฏิ ท่องบ่น เป็นนิจ แล้วพระที่ท่องบทสวด ก็คือ พระอาว์เชียร อาเขย พ่อหมู (เคยมาอยู่ที่บ้าน หน้ารพ.สยาม สมัยมาเรียนที่ ม.จันทร์เกษม ) ซึ่งบวชพรรษาเดียวกัน ... ( * ....ปัจจุบัน อาว์เชียร - พี่เดช - พี่มะลิ และแม่ใหญ่อ้วน จากชีวิต ไปหลายปีแล้ว จนมาถึงขณะบันทึก ปี พ.ศ.2551...หลวงพี่เทียบ ก็จากไปแล้ว เมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา....* ).....


ถึงแม้ว่า ระหว่างที่เป็นพระนั้น จะมีสีกา ทั้งที่กรุงเทพ และที่โคกมอญ คอยดูแล เอาใจใส่ให้เกือบทุกอย่าง อาหาร ของว่างของคาว เครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำขิง และสารพัดน้ำชงดื่ม โดยมีพี่มะลิ คอยเป็นคนกลางประสานให้เพื่อไม่ให้ สีกา ทำอะไรดูไม่งาม โดยเฉพาะคนในชนบท จะรู้ได้ไวในเรื่องนี้  ความสงบเงียบ ส่วนลึกของหัวใจ เฝ้าถนอมจิตใจ ไม่ให้อาวรณ์ เพื่อบังเกิดอนิสงฆ์ กับทุกคนที่ปรารถนาดี ให้ต่อกัน


มีเรื่องราว เป็นตำนาน และจำต้องบันทึกไว้ ในปี พ.ศ.2516 ปีที่ เมื่อเราบวช ...ได้เกิดเหตุการณ์  14 ตุลาคม รายละเอียดคงจะไม่ต้องกล่าวถึงมาก เพราะตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วม เพียงแต่ว่า ...วันนั้น เดินทางเข้ากรุงเทพ กับลูกศิษย์ประจำกาย อำนาจ ลูกชายพี่มะลิ มาฉันเพลที่บางขุนพรหม เพื่อมาติดตามเหตุการณ์ และติดต่อเพื่อน ๆ หลายคนที่มีส่วนร่วม วันนั้นเป็นวันที่ "เหตุการณ์ 14 ตุลา"    รุนแรงที่สุด เหมือนกับว่า จีวรร้อน จีวรปลิว โยมทางกรุงเทพ ต้องรีบนำส่งกลับ มาขึ้นรถประจำทางตามปกติ เมื่อเดินทางมา ที่ขนส่งหมอชิต ผ่านพบเห็นเหตุการณ์ ความรุนแรง เผา ทำลายสถานที่ต่าง ๆ มาตลอดเส้นทาง กว่าจะเคลื่อนพ้นกรุงเทพมหานคร ดูเหมือนว่า คนที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ คนทางปราจีน เมื่อรถถึงบ้านโคกมอญ ทุกคนมารอยืนรับ เมื่อพบว่า ทุกอย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะสายตาห่วงใยของ.... ถึงแม้ว่าจะฉุกละหุก ในการเดินทาง และเป็นห่วงลูกศิษย์ ถ้ามาเพียงลำพังอาจจะ...ได้พบความหวาดกลัว ได้เจอะเจอ กับเหตุการณ์ ผ่านประสบด้วยสายตาตัวเอง ความรู้สึกสับสน เพราะที่บางขุนพรหม รู้อยู่แล้วว่า เป็น...?...ไม่ขอเล่า ข้อเท็จจริงอะไร เพราะทุกสิ่ง คนส่วนมากรู้กันทั่วว่า เกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทย



                                                      




บันทึกเมื่อ.....24 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 17.50 น.                          โปรดติดตาม.....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
พิมพ์เมื่อ.......19 ธันวาคม 2555                                                       เสี้ยว.....ของชีวิ  ตอนต่อไป

ขอบคุณ.....ที่ติดตาม

3 ความคิดเห็น:

  1. I just wanna thank you for sharing your information and Stumblerz your site or blog this is simple but nice article I've ever
    Kerala Tour Packages Bangkok Tour Package
    Tour Packages For Goa

    ตอบลบ
  2. ....ตนนี้มีทุกรส เรื่องราวเสี้ยวชีวิต น่าติดตามมาก
    ....ผูใช้นามสกุลเดียวกับเราก็ร่วมอยู่ใสเหตุการณ์นี้ด้วย..*มานพ เจริญรัตน์*
    ....คุณโอ๊กเองก็คนปราจีน ผมก็คนปราจีน
    ....มาได้พบกันใน G+ เป็นที่น่ายินดีมากครับ

    ตอบลบ

add comments.