วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

16. มุ่งสู่.....บางขุนพรหม

                                                                                                     












 ตอนที่ 1
ชีวิต....เริ่มต้นใหม่
  


ชีวิต เหมือนกับต้องเริ่มต้นใหม่ อยู่เรื่อย ๆ ทำอย่างกับ จะสร้างความชาชิน ว่าจะต้องประสบอะไร ข้างหน้าอีกมาก คงไม่ใช่บท ทดสอบ หรือ สร้างความเกร่งอะไร มันเริ่มต้น เมื่อนับหนึ่งมา บอบช้ำ จนเกินกว่าที่สภาวะจิตใจ จะทานทนมาได้ ดีที่มี คุณทองห่อ คอยอยู่ใกล้ ดูแลให้ในทุกสิ่ง ยิ่งในยามที่ต้องประสบ ชะตากรรม เหมือนมีส่วนร่วม คุณทองห่อ ก็ยังยืนฝืนตัวเอง ไม่ล้ม ไม่เคยเห็นน้ำตา เพราะหากมีอะไรกระทบ คุณทองห่อ  จะเบี่ยงหน้า หลบเดินจากไปทันที ทำให้รู้ว่า นั่นแหละ  คือ น้ำ  ได้ล้นออกมานอกดวงตา โดยที่เจตนาไม่ให้เราเห็น
 
ด้วยกระเป๋า หนึ่งใบ พร้อมของใช้ส่วนตัว ที่ต้องนำออกมา ...บัดนี้ พรหมลิขิต ขีดเส้น เกณฑ์ชะตา  ...ฟ้าดิน อินทร์พรหม ยมพระยา ข้า ฯ หรือ เกรง...ขอหัวเราะ..เยาะเย้ย เหวย ๆ ฟ้า ....( เย้ยฟ้า ท้าดิน ก็เลยเป็นเพลงประจำตัว เมื่อต้อง ครวญคราง จนหลายคน บอกให้ยุติ เพลงนี้ เพราะมัน....) .....คุณทองห่อ  นำพามาสู่ บางขุนพรหม โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้า เหมือนจะรู้ว่า ต้องมีวันนี้...วัน ที่....อะไรจะต้องเกิดขึ้น ในชีวิต ที่มาร่วม ชะตากรรมด้วย.....ที่ บางขุนพรหม คุณทองห่อ มีเพื่อนสนิท ที่เติบโต และดูแลครอบครัวมาด้วยกัน คือ จิ๋ว และแม่สมจิตร... เหมือนกับว่า ทุกคนที่นี่ จะรู้แล้วว่า วันนี้ จะมีสมาชิกใหม่ มาร่วมในถิ่นนี้

ก้าวแรก ได้รับความอบอุ่น จากทุกคน ไฉน ...เพื่อนคุณทองห่อ ที่เป็นช่างเรียง ทำงานร่วมกันมา ช่วยยกของเข้าที่ มีผู้หลัก ผู้ใหญ่ ที่เป็นคน เก่าแก่ ในย่านนี้ เป็นที่ เคารพ รัก และชอบพอกับ คุณทองห่อ มีไมตรี ต้อนรับทุกคน โดยเฉพาะ..คุณย่าถวิล บุณยรัตนพันธ์ ที่เป็นที่รักใคร่ชอบพอ กับทุกคน ...เรียกให้ทานข้าว พร้อมยกชาม ข้าว ขนมจีนพร้อมแกง มาส่งให้ ...เป็นอาหารจานแรก ที่บางขุนพรหม ความรู้สึกตีบตีนสุดจะพรรณา

คุณย่าถวิล มีบุคคลิกภาพ ที่เป็นผู้ใหญ่ใจดี พูดจานิ่มนวล ไพเราะ เป็นความประทับใจ นับแต่นั้นมา และเกิดความรู้สึก ที่ดี เมื่อต้องมารับชะตาชีวิต ของตัวเอง เหมือนลอยแพ มีที่ยึด ...( กาลเวลาต่อมา เป็นที่สนิทสนมเหมือน ลูก หลานคนหนึ่ง เป็นที่ไว้วางใจ ไปไหน มาไหน มาไหน ใช้วานทำอะไร เหมือนรับใช้ มาจนท่าน ได้จากไป เมื่อ 4 - 5 ปี ที่ผ่านมา ) .....ใช้เวลาระยะหนึ่ง เพื่อปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพสังคม ชีวิตในสถานที่ใหม่ สร้างความคุ้นเคย และสลัด ความระทม ที่เกิด

ขึ้นมาในชีวิต ให้ออกไปจากความทุกข์ยาก ที่จำต้องยอมรับสภาพ ชีวิตที่บางขุนพรหม เป็นชีวิต ที่เหมือนเริ่มต้น ชีวิตใหม่ จริง ๆ ความที่ยังไม่คุ้นเคย การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ต้องพับเก็บอะไร ที่มีในชีวิต ความห่างเหิน ในสิ่งที่ตัวเอง เคยมีเคยกระทำ ทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องของหัวใจ วันนี้ ชีวิตอยู่ระหว่าง คาบลูกคาบดอก ของความเป็นคน คนที่ต้องมีสำนึก ในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงจะนึกถึง คิดถึง ร่ำหา ครวญเพรียก เรียกร้อง เพื่อไปมาหาสู่กัน จำต้องระงับใจ ตีบตันความรู้สึก วางตัวในสถานะใหม่ นึกจะทำอะไรเหมือนที่เคยไม่ได้แล้ว

บ้านจิ๋ว+ฮิ้น สองสามีภรรยา เปิดเป็นร้านขายอาหาร และครื่องดื่ม กาแฟ-โอเลี้ยง... โดยเฉพาะตอนเย็น จะมีกับข้าวหลายอย่าง ผลิตออกมาขาย ฝีมือมีระดับ เรียกว่า ระดับชาววัง หันมาตักซ้ำ คุณทองห่อ ช่วยขยับ ปรับแต่ง หรือ เป็นลูกมือในการทำกับข้าว มีที่ปรึกษาใหญ่ คือ คุณย่า ถวิล นี่แหละ ชาวชุมชนบางขุนพรหม ดูแล้วมีความสุข สนุกสนานมาก

ยามเย็น แดดร่ม ลมโชย จึงมีคนมาชุมนุมที่ร้าน ทั้งซื้อกลับบ้าน และตั้งวง ล้อมกันด้วยสุรา กับแกล้มเพียบ มองไม่เห็นความทุกข์ร้อน หรือ อาทรณ์ใด ๆ บางท่าน ก็นั่งดื่มคนเดียว แต่ก็คุยกับทุกคน ท่านที่เป็นคนเก่าแก่ ในย่านนั้น ก็จะมีก๊วน กินดื่มเฮฮา มีแต่ความผูกพัน ความสุขใส่กัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้อาวุโส ไม่มีวงวัยรุ่น หรือ วงพลัดมานั่งดื่ม ร่วมด้วยมาช่วยเฮ ไม่มี....นานวันเข้าก็เริ่มรู้จักหลายครอบครัว และคนมากขึ้น พูดคุยกันตามอัธยาศรัย ความใกล้ชิด กับคุณย่า ก็เพิ่มขึ้นตามวัน คอยรับใช้ใกล้ชิด ไปไหนไปเป็นเพื่อนด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ่้านเจ้านาย ระดับพระองค์เจ้า บ้านเก่าคลาสสิค ที่ถนนเพชรบุรี แถวกิ่งเพชร ปัจจุบัน เป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ไปนั่งพับเพียบ

มาหลายครั้ง รวมถึงไปส่งบ้านบางเขน ยามที่คุณย่าจะไปค้าง แล้วบางครั้งก็ไปรับกลับ อีกทั้งบ้านสุโขทัย บ้านท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร เพื่อชุมนุม พักผ่อนสมอง บวกนับเลข และที่ไปบ่อย บ้านบางซ่อน ซึ่งเป็นบ้านน้องสาวคุณย่า... คุณหญิงแวว ภรรยา พลเอกจำเป็น จารุเสถียร จึงเป็นผลทำให้ชีวิต ได้ใกล้ชิด ผู้ใหญ่ ....นอกจากนั้น ก็พากันไปในสถานที่ต่าง ๆ ไปนั่งที่ร้านตลาดนัดสนามหลวง ซึ่งเสาร์-อาทิตย์ จิ๋ว จะมีร้านขายอาหาร หรือไปเที่ยวปากคลองตลาด... ฮิ้น สามีจิ๋ว จะมีแผงขายผัก ไปพบกับชีวิต ตลาดปากคลอง แบบคึกคัก อีกแบบหนึ่ง ที่ถือเป็นหน้าที่ คือ รับกลับขึ้นเรือน ตามเวลาสองทุ่ม เมื่อจบวิชาเลข ชีวิตส่วนตัวเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อมาอยู่บางขุนพรหม มีสังคมอีกแบบหนึ่ง ทั้งสูง และต่ำติดดินกับคุณทองห่อ ใกล้ชิด ดูแลเหมือนเป็นครอบครัวด้วยกัน สาย ๆ ก็จะมาจากบ้าน ค่ำลงเราก็จะเดินไปส่ง ความเป็นสันโดษ ได้รับการแวดล้อม จากสังคมใหม่

นานวันผ่านไป จนปรับตัวเข้ากับชีวิต ที่บางขุนพรหม ได้แล้ว เริ่มมีคนรู้จัก สนิท และเข้าใจความเป็นมาของเรา มีผู้ใหญ่หลายท่าน เคารพ รักใคร่ชอบพอกัน เหมือนญาติไปแล้ว เช่น ลุงเด่น (ลูกชาย คุณหญิงแวว) กับพี่มะลิ ภรรยา มีลูกชายคือ ด่อง ซึ่งต่อมาก็สนิทสนม เคยเป็นพี่เลี้ยง ไปรับส่งที่โรงเรียนพันธะศึกษา ข้างโรงเรียนเซ็นคาเบรียล ด่อง ร่างกาย ไม่สมบูรณ์ กำลังขาไม่เหมือนคนโดยทั่วไป จึงต้องมีคนใกล้ชิด เวลาไปไหนมาไหน ครอบครัวนี้กับเราค่อนข้างสนิท กันมาก สามารถเข้าออกบ้านบนเรือนได้ บางวันก็กินนอน ร่วมด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี พี่ปุ๋ย บุตรสาวคุณหญิงแวว เช่นกัน และครอบครัว พี่ป้อม กับคุณแม่ พี่แต๊บ - พี่นึก - พี่ถม ฯลฯ อีกหลายคน ในวงศาคณาญาติ ตรงนี้ จะเป็นจุดรวมพล ถือแก้ว นอกจากที่ร้านจิ๋ว แถมมีสังสรร เกมส์นับเลข ทั้ง เผ ซิมเซก ไพ่ผ่อง และโปกเกอร์ เสาร์อาทิตย์ หรือ เย็นวันศุกร์ จะมีการละเลงทำอะไรทานกัน มีคุณทองห่อ ไปคอยจับจ่าย จากตลาดบางลำภู มาร่วมปรุงแต่ง ที่เราชอบมาก คือ ข้าวผัดหมี่ .....ยังมีอีกหลายชีวิต ที่วนเวียน เข้าออก บนเรือนนี้ จนมาถึงทุกวันนี้ ก็ยังใกล้ชิด ไปมาหาสู่ โดยมี บ้านปัฐวิกร เป็นศูนย์ ฯ เมื่อมีเทศกาลงาน ถือแก้ว

วังบางขุนพรหม
โลกนั้น กลม จริง มีเรื่องแปลกประหลาดใจ เกิดขึ้นกับชีวิต ที่นี่ ...ในจำนวนหลายท่าน ที่เคารพ รักใคร่กัน เมื่อพักอาศัยมาชั่วระยะ คุ้นเคยกันแล้ว ...ร.ท. สมนึก จันทมาศ ( ได้จากไป เมื่อ 30 กว่าปี ผ่ามมาแล้ว ) มีภรรยา ชื่อ พี่ อารี ...วันหนึ่ง ได้ยินขณะนั่งเล่น อยู่ที่ร้านจิ๋ว ตามปกติ ได้ยินคุยกัน ไปงานญาติผู้ใหญ่ คุณยายทวด ที่จังหวัด ราชบุรี และบ้านประตูผี รู้สึก ทะแม่ง ๆ คุ้น ๆ เรื่องราวที่ได้ยินอยู่ ...เลยตัดสินใจ เข้าไปนั่งคุย ถามเรื่องราวให้กระจ่าง จึงทราบว่า พี่อารี คือ ลูกหนู หรือ พี่หนู ตามศักดิ์ที่เราต้องกล่าวขาน เป็นผู้ที่ แม่ยุพัฒน์ เคยดูแล อยู่ระยะหนึ่ง เมื่อตอนเป็นสาว แล้วย่้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพ พี่อารี เป็นลูกสาว ของคุณลุงขุน พิสูจน์ ญาติ ลูกพี่ลูกน้องกับแม่ยุพัฒน์

 

บ้านเดิมนั้นอยู่ ข้างวัดสัตตนารถ ฯ ริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี สมัยเมื่อตอนอาศัย อยู่กับคุณลุงวิญญา ที่ราชบุรี เคยไปมาหาสู่ กับแดง ลูกคุณลุง บ่อย ๆ  และรู้จักญาติทางนี้อีกคนคือ เปี๊ยก เมื่อคราวตอนงาน คุณลุงขุน ที่วัดตรีทศเทพ ก็มอง ๆ อยู่ แต่ไม่เห็น ....ทั้งหมดจึงเป็นที่มา ถึงความสนิทยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กับพี่นึก-พี่อารี แต่เรากับคุณทองห่อ ก็ทำตัวแบบปกติ  แถมไม่พูดถึงกับคนอื่น ๆ ให้รู้ไปเองโดยปริยาย มีแต่พี่อารี ที่จะบอกกับใคร ๆ ว่า นี่น้องชายฉันเอง.
                                                

























สนามหลวง...ในอดีต












































บันทึกเมื่อ.....23 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 10.45 น.
พิมพ์เสร็จ.....14 ธันวาคม 2555

ขอบคุณ.....ที่ติดตาม กรุณาช่วยคลิก                                     โปรดติดตาม เล่าเรื่อง เรื่องเล่า
................ลงชื่อเข้าใช้.....ขอบคุณ                                    เสี้ยว.....ของชีวิต ตอนต่อไป



 






                                                 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.