วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

14. ชีวิต.....เหมือน เริ่มต้น












เรียนหนังสือ เสริมสร้าง
ประสบการณ์ชีวิต





 แป๊ะ เพื่อนรัก  จากไปเรียนต่อยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนเป็นสัญญาณ บอกการเริ่มต้นที่ดี ...รู้นะคนที่พึงพอใจ คือ คุณทองห่อ  เพราะนับแต่นั้นมา เราเปรียบเหมือน ขาดเพื่อนคู่หู ที่จะทำกิจกรรมอะไรกันในชีวิต ที่ผ่านมา แยกกัน เมื่อต่างคนต่างไป ที่นอนของตัวเองเท่านั้น วันทั้งวัน จะอยู่ใกล้ชิดกันเกือบตลอดเวลา ไม่นั่งคุยกันบน ซาเล้ง รถส่งน้ำแข็งของเพื่อน ยกเส็ง.. ก็นั่งร้านนายปํ๊ง...สถิตร้านเกรดเอ ...โต๊ะบิลเลียด ไปชมภาพยนตร์  ไปเดินหลังวัง  ฯลฯ  ตามประสาวัยรุ่นในยุคนั้น ยิ่งโตขึ้นมา ความถี่ในการใช้ชีวิตยิ่งจัดจ้านขึ้น ถึงขั้นเที่ยวเตร่ คละเคล้านารี แถมมี กีฬาพาชีบัตรด้วย ...ชักจะเริ่มสะสมประสบการณ์ แปลกใหม่ ให้กับชีวิต

เมื่อชีวิต เติบโตมาจากถิ่นวัดมหรร ศาลเจ้าพ่อเสือ บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน วิ่งเล่น เดินเล่น ผ่านกิจกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่เริ่มโตจนมาเป็นวัยแรกรุ่น มองเห็นอาคาร สถาบันอาจารย์เกริก...(ต่อมาพัฒนาเป็น เกริกวิทยาลัย มาเป็น วิทยาลัยเกริก วิทยาลัยเอกชนเริ่มแรกของประเทศไทย และในปัจจุบัน เป็น...มหาวิทยาลัยเกริก )... มาตลอดที่ใช้ชีวิต มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ไม่เคยนึกว่าจะมาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ แรงใจผลักดันของคุณทองห่อ ยอมสละการสอบ เอ็นท์ทร๊านซ์ เข้าจุฬา และเพื่อนร่วมรุ่นส่งเสริม พากันมาสมัครเรียนที่นี่ ทำให้ คุณทองห่อ พูดหว่านล้อมโน้มน้าวใจ เพื่อจะได้เรียนด้วยกัน คงเป็นเพราะจะได้ ดูแลใกล้ชิดล่ะเปล่า ? ก็ไม่ทราบได้ อาจจะเข้าข้างตัวเอง ...แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ต้องรำลึกนึกถึง ความปรารถนาดี จริงใจ และทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นฝ่ายได้รับ มาเกือบค่อนชีวิตที่ผ่านมา

รถเมล์บขส. สาย 25...ท่าช้าง - ปากน้ำ จอดรอคิวท่าราชวรดิษฐ์
ทำให้ชีวิตมีจุดเริ่มต้น จากการศึกษาเล่าเรียน ทำให้มีอะไรในชีวิต ตามมามากมาย ในกาลต่อมา เรียนในสถานที่แห่งนี้จนจบการศึกษาในระดับหนึ่ง ในสาขาวิชาเลขานุการ และการประชาสัมพันธ์ ที่เกริก ....การไปเรียนหนังสือ สนุกมาก เพราะต้องเดินทางไปเรียนถึง โค้งบางด้วน เลยสำโรง ปากน้ำ สมุทรปราการ ...


รถเมล์ ในปัจจุบัน
ชีวิตพบกับความเปลี่ยนแปลง อบอุ่น เรียนหนังสือแบบสนุก ตามสไตล์ อาจารย์เกริก  มีกิจกรรม ทั้งหลักสูตรการเรียน และกิจกรรมส่วนตัว ให้ได้ทำอะไรมากมาย ชีวิตในรั้วแวดล้อมด้วย ต้นจาก ภายในสถาบัน หลากหลาย มีเพื่อนมาก ในวัยที่จะต้องเริ่มรับผิดชอบตัวเอง ต้องดูแลบริการจัดการค่าใช้จ่าย ให้บรรลุในการไปเรียน ได้รับวันละ 10 บาท ต่อการไปเรียน มี คุณทองห่อ เป็นที่พึ่งเมื่อยาม ...ต้องเรียนให้จบ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต....แค่การเดินทางจากซอยจรัล ฯ 13  มาท่าวังหลัง ศิริราช ...50 สตาค์ ขึ้นเรือข้ามฟาก..25 สตางค์ มาต่อรถที่ท่าช้าง รถเมล์บขส.สาย 25 ท่าช้าง - ปากน้ำ ...1.50 บาท...ค่าอาหารกลางวัน 3 - 5 บาทต่อวัน 

ในแต่ละวันที่ไปเรียน เริ่มเดินทางก็สนุกแล้ว ที่ท่าช้าง เป็นต้นสาย ของรถเมล์ ของบขส. ที่วิ่งไปปากน้ำ เช้า ๆ คนจะมารอขึ้นรถมาก เพราะเส้นทางผ่านไปที่เจริญ ผ่านถนนเจริญกรุง หัวลำโพง สามย่าน ราชประสงค์ ไปสุขุมวิท ตรงตลอด ไปถึงปากน้ำ .....แค่จ้องที่นั่งก็สนุกแล้ว วันไหน คุณทองห่อ ร่วมเดินทางไปเรียนด้วย ก็ต้องใช้วิชามารกัน เอาหนังสือ โยนขึ้นไปวางตรงที่นั่งก่อน แล้วค่อย เบียดตามคิวขึ้นไป ...มันเขาล่ะ ส่วนใหญ่คุณทองห่อ จะเรียนที่อาคารราชดำเนิน ไปเรียนที่ปากน้ำ แค่ วันพุธ กับศุกร์ จนปีสุดท้าย ถึงไปเรียนที่ปากน้ำมากวันขึ้น


ตามปรัญญาของสถาบัน.."ความรู้ทำให้องอาจ"..กล้าคิดกล้าทำ กล้าพูด และเป็นตัวของตัวเอง   ที่นี่เลยได้แสดงออก ตามนิสัยของตัวเองอย่างเต็มที่ เรื่องแก่นแก้ว..เฮี้ยว...ทลึ่ง ตึงตัง และสุภาพ มีครบทุกรสของชีวิต ยิ่งเวลามีงานรื่นเริง บันเทิง สนุกสนาน ...จัด หรือไป นำเที่ยว ..งานปาร์ตี้ ...งานบอลล์ ถูกโฉลกกับชีวิตมาก จัดงานหารายได้เสริม...มีเพื่อนเป็นกลุ่มบันเทิง หนู ... น้องอ้อย  เป็น สาวทิฟฟานี่ รุ่นแรก เมื่อเรียนจบไป... หนู จะอยู่ในแวดวงของสาวประเภทสองจึงขลุกอยู่ในวงการแฟชั่น จึงทำให้เราจัดงานปาร์ตี้ งานบอลล์ ขายบัตร อยู่หลายโรงแรม จัดงานริมสระน้ำ บรรยากาศรื่นรมย์ ทำให้มีรายได้อีกทางหนึ่ง น่าเสียดาย ที่กาลเวลาต่อมา หนู ต้องจบชีวิตลง จากการเสริมแต่งหน้าอก จนแพ้อาการจากไป...สมองแล่นไวมาก ทำอะไรมาขาย พิมพ์ปกสมุด ไดอารี่ ฯลฯ 

มีอะไรในหมู่เพื่อนนักศึกษา เป็นต้องมีชื่ออยู่ในสามรายชื่อแรกตลอด จำต้องแก้ตัวเอาตัวรอด ทำทัณฑ์บน หลายเรื่อง  มีอาจารย์ ที่สนิทสนม ...คอยเป็นพี่เลี้ยง ก็หลายท่าน ที่ช่วยประคองให้โทษหนัก เป็นเบา ไม่ถึงกับต้องพักการเรียน หรือ เรียกผู้ปกครองมาพบ  แต่ก็มีอาจารย์อีกหลายท่าน ที่ต้องทำตามหน้าที่ในการปกครอง ...จ้องฟัน ไม่เลี้ยงเหมือนกัน...บางท่าน เช่น...อจ....ถึงกับออกประกาศ ห้ามนักศึกษาหอ ฯ มาขออนุญาต ไปงานที่ เราจัด ...ยิ่งกับอาจารย์เกริก กับเรา เป็นเหมือนขมิ้นกับปูน  เหมือนน้ำมันราดบนกองไฟ...ไม่ใช่จะมีแค่งานบันเทิง งานกิจกรรมที่เป็นสาธารณะประโยชน์ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย งานการกุศล ร่วมกับสถาบันอื่น ก็ไปร่วมทุกงาน หรือ ขอความร่วมมือในการหาทุน ขายบัตร อะไร ก็ช่วยเต็มที่ น้ำพึงเรือ..



ตามที่เคยบันทึกเอาไว้ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ไม่น่าเชื่อตัวเองเลย เมื่อมาถึงวาระนี้ การไปเรียนหนังสือ รู้สึกสนุกกับการได้ไปเรียน จะไม่ให้สนุกได้อย่างไร การเดินทางไปเรียน ผ่านย่านเจริญ ตอนนั้นกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทย เข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองมากมาย สถานที่ผ่านไปแต่ละวัน เยาวราช สยามสแควร์ ราชประสงค์ ถนนสุขุมวิท สี่แยกราชประสงค์  ห้างไดมารู ที่มีบันใดเลื่อนห้างแรก ตรงป้ายรถเมล์ เริ่มหลักกิโลเมตร ถนนสุขุมวิท  เช้า ๆ จะมีเด็กเกริก มายืนรอรถนับสิบ ๆ...บางคนก็นัด มากางร่มกัน..วันหนึ่ง ขณะนั่งรถจะกลับบ้าน ผ่านสยามสแควร์ โรงภาพยนตร์ สยาม เปิดโรงใหม่ ด้วยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์...รถถังประจัญบาน นำแสดงโดย...เฮนรี่ ฟอนดา..โรเบิร์ต ชอว์...ฯลฯ เราสองคน โดดลงชมภาพยนตร์กันด้วยความตั้งใจมานานวัน....ผ่านแหล่งบันเทิง ทุกวัน เพื่อน ๆ หลายคน ก็จะมีจุดนัดพบ ที่โต๊ะบิลเลียด * นายเลิด ประตูน้ำ ตลาดอาหารโต้รุ่ง.... 
*.....ปัจจุบัน เป็น โรงแรมโนโวเทล และ ห้างแพททินั่ม....*

บันทึกเมื่อ.....16 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 19.15 น.
พิมพ์เมื่อ...  3-4 ธันวาคม 2555

ตอนที่เรียนหนังสือที่เกริกนั้น มันมีอะไรที่มีความสุขไปอีกแบบ โดยเฉพาะเวลาที่ได้ไปเรียน ช่วงนั้นมีโรงภาพยนตร์ เกิดใหม่และเปลี่ยนแปลงระบบมากภาพยนตร์จีน ของชอร์บราเดอร์ จะโด่งดังมาก เช่น เดชไอ้ด้วน..นำแสดงโดย เดวิด เจียง ...นางพญาหงส์ขาว ...หนังกำลังภายในต่าง ๆ โรงภาพยนตรที่ฉาย เช่น สามย่านรามา..แมนดาริน นิวโอเดียน และโรงภาพยนตร์ศรีเยาวราช ผ่านทุกวัน มันก็ต้องมองตากัน ดูใจแล้วพยักหน้า ดู

นอกจากได้ชมภาพยนตร์ ในย่านนี้แล้ว ถ้ามีสตังค์ เพียงพอ ยังได้ชิมลิ้มรส อาหารอร่อย อีกต่างหาก รู้กันอยู่แก่ใจ ของคนกรุงเทพ ยามเย็น ถนนเยาวราช จะเต็มไปด้วยร้านอาหาร นานาชนิด ทั้งอาหารจีน อาหารทะเลสด สารพัดก๋วยเตี๋ยว เลือกกินตามกำลังทรัพย์ เรากับคุณทองห่อ มีร้านข้าวต้มปลาจาระเม็ด ที่เป็นขาประจำ ประเภทอาหาร คนละชาม ชามละ 25 บาท ราคาขณะนั้นไม่เบาแล้ว ที่ร้านข้าวต้มปลาจาระเม็ด-เต้าซี่ สะพานเหลือง ตอนนั้น 40 บาท ....*.....ล่าสุดไปทาน กับ คุณน้อย ชามละ  200 บาท แล้วครับท่าน.....* .....เวลาที่เป็นเทศกาล ส่วนตัว เช่น วันเกิด หรือ วันที่เกิดอยากจะกิน แล้วมีกะตังค์ เราก็จะกินอาหารทะเลกัน เมื่อก่อนนั้น สองร้อย ก็กินทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ครบ ...แต่ปัจจุบัน พกไปพันบาท ยังต้อง สั่งแบบระมัดระวัง ?

 มีอะไรที่อยากทำอยากได้ ถึงได้บอกเอาไว้ ต้องทำมาหากิน
หารายได้มาจุนเจือตัวเอง  แต่ถ้าขาดเหลือ ก็ยังมีคุณทองห่อ รอรับ การตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง เป็นที่พึงใกล้ชิดสนิทสนม มากขึ้นตั้งแต่ไปร่วมเรียนหนังสือด้วยกัน หลายครั้งหลายครา ไม่ต้องพูดอะไร มองตาก็รู้ใจ ว่าคิดอะไรอยู่ ...จะไปไหนที่แหวกกิจกรรมตามปกติ ก็ต้อง เช็คเค้ากันก่อน ..ถามกันว่าพอไปไหม มีก็ไปกัน กินกัน ไม่มีก็เฉยไว้ รอไว้มี ...วันนี้ ตัวใครตัวคุณ...บ้านใครก็กลับไปตามทางตัวเอง...อย่างแย่ ๆ ยัง ลาบประตูน้ำ หรือ ลาบซอยต้นสน นัดกันไปทีละหลาย ๆ คน เพื่อนในกลุ่ม ฝ่าดงน้ำครำ ไปกินกัน สนุกดี ลาบใส่จานสังกะสี จานละ 3 บาท ข้าวเหนียว 50 สตางค์...มันพ่ะยะคะ

        ผลไม้ อบแห้ง-แช่อิ่ม จากจีน ของโปรด ที่เยาวราช
ชีวิตนักศึกษาที่เกริก สนุกทั้งการเรียน และเล่น การใช้ชีวิตในแต่ละบท แต่ละตอนของความเป็นคน มีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายก๊วน หลายคณะ ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน ไม่มีวรรณะ ไม่มีแบ่งชั้น คณะเรียน ที่สนิทสนมกัน เพราะบางส่วน จะเป็นจำพวกตก ม.ศ.ปลาย หรือ พวกที่ไม่ติดเอ็นซ์ ฯ แล้วมาเรียนที่นี่ แต่ส่วนมากจะเป็นพวก ลูกคุณท่าน หลานคุณเธอ พวกคุณโอ๋ ลุกคนมีสตังค์ เพราะค่าเล่าเรียนก็ค่อนข้างแพง เทอมละหลายพัน แต่เราโชคดี ที่หลุดเข้าไปเรียนได้
                                                                                             
โฆษณาสินค้าสมัยก่อน รำลึกถึงพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ที่สนับสนุน ให้เข้าเรียน ถึงแม้ว่าจะ ต้องขวนขวายตัวเองบางส่วนด้วย......ชีวิต ก็เลย ไลฟบอยย์ มีแต่ความสุข สดชื่น ร่าเริง ในขณะเรียน...พวกเพื่อน ๆ บางส่วน มาจากต่างจังหวัด จะพักกันในหอของสถาบัน พวกที่คงแก่เรียน เรียนอย่างเดียว เรื่องอื่นไม่ยุ่ง มุ่งศึกษา ก็จะอยู่ตามซุ้มต่าง ๆ หรือ ในห้องสมุด พวกชอบวิเวก จะอยู่ตามสุ่มทุมพุ่มไม้...พวกเฮฮา ก็จะสถิตตามเกาะลอย หรือ สามแยกปาก... หรือโต๊ะ(จอง) กลุ่มใครกลุ่มมัน พวกที่สาละวนกับกีฬา ก็ชุมนุมที่สโมสรกีฬา พวกชอบไฮเทค ก็เข้าห้อง lab พวกชอบอิสระ ก็เตรียมมุดรั้ว ผจญสุนัข ฝ่าดงจาก หรือขาใหญ่ ก็เดินออกไปหน้าตาเฉย เวลามีแต่ยามเฝ้า อาจารย์เวร แวบไปห้องน้ำ ฯลฯ พวกลูกไม้สะสม ก็เขียน ใบลา สารพัด เหตุผล ...เป็นอันว่า สารพัดหลากหลาย มาชุมนุมที่เกริก เพียงแต่ไม่มีพวกเกเร อันธพาล หรือ พวก ยกพวกถล่มกัน...ไม่มี ในรั้วเกริก อยู่ในสังคม รักใคร่ กลมเกลียว ไม่เคยเห็น ต่อยกัน ตีกัน เถียงกันบ้าง เขม่นกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่มีอะไรให้ต้องเดือดร้อน ไปตาม ๆ กัน หรือ เป็นเพราะ สถาบันอาจารย์เกริก สอนให้...SELF  ต่าง ๆ ...4 SELF....จำกันได้ไหม ?....มาทบทวนกัน....ในตอนต่อไป

กรุงเทพสมัยก่อน มีเกิน 100 ปีด้วยนะ มาดูกันคะ :
กรุงเทพสมัยก่อน มีเกิน 100 ปีด้วยนะ มาดูกันคะ :

บันทึกเมื่อ.....16 กุมภาพันธ์ 2551
.....เวลา 22.35 น.
พิมพ์เมื่อ........ 4 ธันวาคม 2555

โปรดติดตาม.....เล่าเรื่อง เรื่องเล่า...เสี้ยว.....ของชีวิต ตอนต่อไป

 

ขอบคุณ.....ที่ติดตาม กรุณาช่วย คลิก >
...................ลงชื่อเข้าใช้........ขอบคุณ









กรุงเทพสมัยก่อน มีเกิน 100 ปีด้วยนะ มาดูกันคะ :








กรุงเทพสมัยก่อน มีเกิน 100 ปีด้วยนะ มาดูกันคะ :                                                 
                                                   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.