วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

13.5 มหา' ลัย ชีวิต.....ภาพ.....











ตอนที่ 6

วัน เวลา
บ่งบอก...สัญญาณ





 
ระยะหลังของการใช้ชีวิตที่วัดมหรร เติบโตขึ้นมาก มีชีวิตอย่างค่อนข้าง วาดหวังอะไรในชีวิต เพียงปล่อยให้ชีวิตผ่านไป นอกจากบางครั้งเวลาช่วงปิดเทอม พี่มาก ญาติผู้พี่ จากปราจีน ที่มาอยู่ร่วมชายคาตั้งแต่จบชั้นประถม 4 แล้วมาเรียนต่อมัธยม ที่โรงเรียนพระนครวิทยาลัย อยู่ในความอุปการะของที่บ้าน ...พี่มากจะพาไปบ้านปราจีน มีชีวิตสนุกไปอีกแบบ ..สนุกแบบบ้านทุ่ง ขี่ควาย สัมผัสกลิ่นโคลนสาบควาย หอมกลิ่นปลาร้า ไปแรก ๆ ก็ไม่ค่อยจะชินนัก คนที่นั่นเขาเรียกว่า ไทกรุงเทพ (คำพื้นเมือง) แต่โชคดีที่อยู่ในลักษณะ ขวัญใจญาติ เป็นเหมือนลูกแก้วเลยทีเดียว มีคนฟูมฟัก ดูแลเอาใจใส่ ในระดับตามสภาพแวดล้อมที่นั่น

ชีวิต ที่ปราจีน มีอะไรฝากไว้กับชีวิต เป็นตำนานมาก โดยเฉพาะเรื่องของความรัก ได้พบเพื่อน ที่เป็นทั้งญาติ และคนรู้จัก สนิทกันมาจนกระทั่งหลายคน จากไปด้วยเวลายังไม่สมควร มีหลายครอบครัว สนิทชิดเชื้อ อย่างใกล้ชิดมาก และที่พิเศษ สำหรับบุคคลพิเศษในชีวิต...ยิ้น.. สิริลักษณ์ ไชยนุสรณ์ และ คุณครูงามนิตย์ เขตต์ชีวะ และอีกสองสามคน ในจำนวนเพื่อนหญิง ในรุ่นนั้น ... จะสนิทกันมาก จนกระทั่งเป็น.....

ความรัก      เริ่มต้น มีความรักแบบจริงจัง และจริงใจ กับสิริลักษณ์ จะสนิทกันมาก เราจะมีหน้าที่ พาไปไหน ๆ เมื่อครั้งลงมาเรียนต่อ พาณิชยการสีลม จนเป็นที่ร่ำลือทั้งตำบล แต่ชะตาชีวิตหักเห ถ้ามีโอกาส เล่าเรื่อง เรื่องเล่า เสี้ยว....ของชีวิต ที่ปราจีน จะเล่ารายละเอียดในโอกาสต่อไป ..ชีวิตเราก็แบบนี้แหละ บางครั้ง ก็ กลับดำ เป็นขาว หรือ กลับขาว เป็นดำ ในชั่วข้ามคืน ดังเช่น เรากับสิริลักษณ์..." ถ้าไม่แต่ง ยิ้นจะ.."เท่านั้นแหละ ชีวิตรักก็อับปางในบัดดล เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาวะจิตใจอย่างสุดรันทด
น้ำท่วมกรุงเทพ ในอดีต


( เหตุเกิดจากหลังลาสิกขา ที่บ้านในซอยเนตรประสม  ลาดพร้าว ซอย 18 ) ...ก่อนหน้านั้น...ตอนที่ย้ายไปอยู่ ฝั่งธน ฯ บ้านบางเสาธง เรากับคุณทองห่อ เริ่มมีความสนิทสนมกันมากขึ้น มีอะไรเปิดเผยในการคบหากัน โดยไม่ต้องระวัง หรือ หวาดระแวง เกรงใจอะไร เพราะเป็นขณะที่ บ๊อก-บ้อ ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ชีวิตส่วนตัว ก็ยังหวังมุ่งมั่น ที่จะเรียนหนังสือ ให้ผ่านอะไรไปให้ได้ ในระดับใด ระดับหนึ่ง คุณทองห่อ ต้องลดชั้นลงมาประกบการศึกษา พยายามกระตุ้นให้เรา ผ่านให้ได้

    *.....น้ำท่วม กรุงเทพ เมื่อ ปลายปี 2554.....*

 
ผ่านมาได้แค่ระดับหนึ่ง เพียงแค่ผ่านมัธยมศึกษา หลังจากที่เพียร เรียน 7 - 8 หรือ มศ.ปลาย ตอนเป็นช่วงเปลี่ยนระบบการศึกษา ไม่ผ่านอยู่สองสามปี เลยต้องยุติไว้เพียงแค่นี้...เมื่อต้องหยุดการเรียนลงอีก ก็ยังเวียน ไปวัดมหรร เหมือนเดิม ช่วงนี้ เล็กใหญ่ เป็นหัวโจก มี เป๋ง เข้ามาร่วมวง รวมในกลุ่มด้วย เล็กใหญ่ พาไปนั่ง ศรแดง  ที่นี่ จะเป็นที่ชุมนุม ของเกย์ รุ่นใหญ่ในสมัยนั้น


ดูเหมือนเพื่อนจะทำท่า จัดสรร เป็นโมเดิลลิ่ง ในยุคนี้ ทำนองนั้น ที่นี่ ได้กิน ได้เที่ยวไปอีกแบบ มีพี่่ ปาน  บุนนาค รุ่นเดอะของวงการนี้ ( ขออภัย เจ้าตัวเสียชีวิตไปนานแล้ว) เป็นแกนนำ กิน และเที่ยวที่ พีเลียเม้นท์ อยู่พักหนึ่ง จบแล้วก็ไปสถิตกันที่ หอพักหลังวัดปรินายก แถวสะพานวันชาติ แต่เรากับแป๊ะ ก็อาศัยหลบภัยเอาตัวรอดมาจาก...อีกเช่นเคย ...กิน เที่ยว อย่างเดียว อย่างอื่น...งด 
  
                                                                         
                                                                                                                                                                        



 เล็ก เปิดร้านเกรดเอ สอนพวกเราเต้นรำ เพื่อเข้า สังคม      เข้ากลุ่มใหม่...ทำตัว    เป็นพี่ใหญ่ ในกลุ่ม และเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้ ...บางเสาร์ เราก็จะไปเที่ยวกันถึง บางปู  ไปเต้นรำ หรือไม่ก็ สทร.ท่าช้าง  เริ่มเพิ่ม แสงสี เพลง เข้ามาในวิถึชีวิต สนุกได้รสชาดขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ส่วนโลกส่วนตัว ทั้งคุณทองห่อ และ เพื่อนรัก ที่ปราจีน ก็ยังติดต่อประสานใจ ไม่ได้ยิ่งหย่อน ตามปกติ ...
แป๊ะ  เริ่ม หมกมุ่นกับเกมส์ มากขึ้น โดยเฉพาะบิลเลียด.....ไปสนามม้า บ้าง แต่ไม่ทุกนัด ความเติบโต ทำให้ชีวิตเรา เข้าไปหาความแปลกใหม่ในชีวิตยิ่งขึ้น ตัวเอง ก็ยัง ใช้ชีวิต กลางวันวัดมหรร กลางคืนก็กลับฝั่งธน นาน ๆ หรือ อาทิตย์ละครั้ง ก็ยังเจอ คุณทองห่อ  เป็นแบบปกติ มีอะไรคอยดูแลซึ่งกันและกัน มิได้ขาด ชีวิตต้องบริหารจัดการตัวเอง ระหว่างเพื่อนกับ....


ตอนที่ 7

เมื่อพระเพลิง.....?             
               
ต้น ปี พ.ศ. 2510 ...หน้าวัดมหรร และบริเวณหลังศาลเจ้าพ่อเสือ เกิดอาถรรพ์ อีกครั้ง เมื่่อมีอัคคีภัย ครั้งใหญ่มาเยือน เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อขณะเราใช้ชีวิต อยู่ในขณะนั้นตามปกติ ครั้งที่ไหม้ครั้งแรก ที่บ้านเราโดนนั้น ตัวเราอยู่ราชบุรี แต่ครั้งนี้ร่วมอยู่ในที่เกิดเหตุ...พระเพลิงพิโรธ เกิดมาจาก บริเวณ ตรอกช่างทอง หลังโรงเรียนตะละภัฏ เพลิงโหมกระหน่ำยามบ่าย ลามเป็นบริเวณกว้าง มาถึงบ้านเซม่วย บ้านบ๊อก บริเวณตรอกแขก ยันถนนตัดใหม่ ประชิดตรอกครุฑ รุกกระหน่ำ มาจนถึงบ้านอ๋า

พระเพลิงโอบล้อม เป็นอาณาบริเวณกว้าง มาจนถึงโรงพิมพ์ บ้านแป๊ะ บ้านพี่หมู...ธีระ ...ข้ามถนนบุญศิริ จากร้านลูกชิ้นอนามัย และลูกชิ้นสวรรค์ บ้านร้านอาลี บ้านแขก โรงเรียนพระนคร โรงเรียนหงศ์สุรนันทน์ ประชิดลุกไหม้ บ้านแสง อู๊ด เปราะ และก๋วยโบ้ เผาที่ทำการ ช่อง 8 วอดวายเป็นตอตะโก ไฟลามมาจนถึงเกือบหน้าวัด บริเวณที่เคยไหม้มาแล้วเมื่อครั้ง ปีกึ่งพุทธกาล 2500...ตั้งแต่หอพัก ราบเรียบ ดำ มืด เมื่อไฟมอด ครั้งนี้ บ้านที่เป็นเพื่อนเติบโต สนิท วิ่งเล่นกันมา โดนครบทุกบ้าน แทบไม่มีบ้านใครรอด 

จากพระเพลิงกระหน่ำในครั้งนี้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อน ๆ ที่เติบโตมาด้วยกัน ก็เลยต้องแยกย้าย กันไปตาม ๆ กัน ที่บ้านแป๊ะ ยังตั้งหลักได้ สร้างโรงพิพ์ขึ้นมาใหม่ โอ่โถง ทันสมัยกว่าเก่า ยกเส็ง ไปอยู่หน้าศาลเจ้าพ่อเสือ อ๋าก็ยังอยู่ตึกแถวใหม่ใกล้เคียงที่เดิม บ้านเซม่วย ย้ายมาอยู่ ริมคลองข้างวัดมหรร ติดร้านท่านชาย นอกนั้นก็กระจัดกระจาย ไปหลายทิศทาง บางคนก็ขาดการติดต่อไปในทันใด และแล้ว หลังจากนั้น ทุก ๆ ชีวิต ที่วัดมหรร ค่อย ๆ จากหายหน้ากันไป บางคนชีวิตก็แปรเปลี่ยนไป เช่น อู๊ด-หมู สองพี่น้อง เปราะ  จบจากนายร้อย จปร. รับราชการเป็นนายทหาร ไม่เจอกันเลย .....ยกเส็ง-ยกง้วน สองพี่น้อง เพื่อนรัก เริ่ม เข้าสู่แวดวงยุทธจักร ที่ชอบของเพื่อน จนเป็นมืออาชีพ ในกาลต่อมา

ซุปเปอร์แมน ยุคแรก

ไม่มีปฏิหารย์ ไม่มีมนุษย์กายสิทธิ์ ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน เหมือนในภาพยนตร์ มีแต่ความทรงจำ ภาพ ในอดีต ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ผ่านไป ความห่างเหิน เริ่มเข้ามาเยือนวิถีชีวิต หลายชีวิต เพื่อน...รวมถึงคนอื่น ๆ ที่รู้จักกันดี ต่างคนต่างต้องไป บางคนต้องดิ้นรน ขวนขวายหาที่อยู่ใหม่ คนที่โดนซ้ำสองในรอบ สิบปี จึงต้องล้มเซ ไปบ้างเป็นธรรมดา จึงได้ยินเสียงอาทรณ์ ถอนใจ เฮือกใหญ่ ๆ ใครที่มีประกันเพลิง ก็ค่อยยังชั่ว สามารถลุกขึ้นมายืนได้ในทันที ใครไม่มี ก็ต้องก้มหน้าซบฝ่ามือตัวเอง ...มันเป็นความเศร้าอย่างมหรร..


                                  สวนลุมพินี ในอดีต

มีเพื่อนอีกกลุ่ม ที่จะไม่กล่าวเล่าถึงคงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีกิจกรรมร่วมกัน เพียงแค่เรียนหนังสือด้วยกัน เพียง สามสี่ปี แต่ความรู้สึกดี ๆ ความระทับใจ ที่มีให้กัน ก็มิอาจเลือน ภาพทรงจำอะไรใน เสี้ยว....ของชีวิต ไปได้ ช่วงปีพ.ศ. 2500 - 2504 เรียนหนังสือชั้นมัธยม ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี  ที่สนิทกันมาก หลังจากมากรุงเทพแล้ว ก็ยังติดต่อกันระยะหนึ่ง ไปมาหาสู่ เวลาใครมีงานการอะไร ก็มาเจอกัน
สวนลุมพินี ในปัจจุบัน
 ฟัดเฉ่ง แซ่ฉั่น ต่อมาเปลี่ยนเป็น สุรัตน์.....อีกคน สมบัติ โกประจำ ด.ร.และ วีรพันธ์ โชติวนิช หรือ เจ้าด้อง ..บุญจอง วีระนนท์ เพื่อนที่ราชบุรี เคยพา แป๊ะ และเพื่อนในกลุ่ม ไปถล่ม จนประทับใจกันตาม ๆ กัน มีแต่ความ มัน..สนุก ลูกเดียว ...เมื่อตอนที่เราเข้าสู่ชีวิตสมรส เพื่อนก็มาแถมพาคุณครูที่เคยสอนมาอวยพร ในงานด้วย ..เชิดชัย เมทะยานนท์ นี่ก็สนิทกัน ต่อมาทราบข่าวว่า เป็นถึงนายพลกองทัพบก ...มีสองสามคน รู้จักทักทายกัน ยังมาเจอกัน ที่เรียนเกริก.....วันคืนผ่านไปนานหลายสิบปี อะไร ๆ มันก็ต้องเลือน จางมิตรภาพ คงว่ากันไม่ได้ มีอะไรที่เป็นเกล็ด เสี้ยว....ของชีวิต  เมื่อบันทึกเล่าเรื่อง เรื่องเล่า พาดพิงไปถึง จะค่อย ๆ เล่าสู่กันอ่าน

ระหว่างไปพักเรียนมัธยมปลายที่ ผะดุงศิษย์พิทยา และ กุนนทีรุทธารามวิทยาคม ห้วยขวาง ก็มีเพื่อนสนิทหลายคน แต่เป็นการไปเรียน ช่วงสั้น ๆ เหมือนไปพักเพื่อเรียน พิสูจน์ความตั้งใจเรียนของตัวเอง ..ทิพวรรณ โวอ่อนศรี...อรสา(อ้อย) สารพัฒน์ ...ปาน ...บุษบา สองคนหลังนี่ มาเป็นพยาบาลอยู่ที่ รพ.ราชวิถี เคยเจอกันบ้าง และคนอื่น ๆ อีกหลายคน เป็นขวัญใจประจำชั้น มีเพื่อนเป็นกลุ่ม หลายกลุ่ม ทั้งหญิงและชาย ...กมล สุขพืช คนนี้ตอนที่ ยกเส็ง ต้องหลบภัยไปปราจีน ไปมาด้วยกันด้วย ต่อมาเพื่อนเข้านักเรียนพลตำรวจ เป็นนายสิบประจำการสถานีพญาไท ..ป่านนี้คงเกษียณ แล้ว รุ่นนี้มีคนดัง ในวงการเพลง...วินัย กลีบบัว เพื่อนเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นเดียวกับที่ ดิอิมพอสซิเบิล ได้แชมป์ประเภทอาชีพ

ตอนที่ทำงานอยู่ ทีวี เคยไปนั่งฟัง ดู ที่ เอราวัณ ทีรูม เข้าไปทักเพื่อน ทำเป็นไม่แยแส คุยแบบแกน ๆ แต่พอมาออก รายการเสาร์สวิง ...เห็นเรากำลังทำงานสาละวนอยู่ รีบพาเพื่อน ๆ ในวงเข้ามาทัก ...แบบนี้ล่ะสังคม ....พี่ตุ๋ย ยังบอก หนังคนละม้วน เพราะตอนที่ไปพบ คุยให้พี่ตุ๋ย ฟังว่า เป็นเพื่อนเรียนหนังสือมาด้วยกัน.....ชีวิตตอนที่เรียน มศ.ปลาย เครียดมาก อาจจะเป็นเพราะตัวเองไม่ค่อยจะมุ่งมั่นเท่าใดนัก ดีที่มี คุณทองห่อ  คอยกำกับบทเรื่องเรียน เพราะ คุณทองห่อ  สอบสิงหา ได้ เป็นครั้งสุดท้ายที่จัดให้มีการสอบ เราก็เลยเหมือนสิ้นหวังในทางนี้ อีกประการหนึ่ง ใจคอ วอกแวก เวลาไปเรียน เพราะรู้ว่า เดี๋ยวบ่าย ๆ ...แป๊ะ  จะต้องเอาก้อนอิฐ มาเหวี่ยงใส่บานหน้าต่าง ...แม่น ซะด้วยนะ เพื่อน ...ส่วนเพื่อนอีกกลุ่ม ...วัดราชบพิธ ยิ่งเรียนสั้น ๆ แค่ไปพักเรียนหนึ่งปี เพื่อนส่วนใหญก็อยู่ในละแวกนั้น นั่นแหละ ก็เลยไม่มีเพื่อนสนิทสนมมากนัก .

         













บันทึกเมื่อ.....13 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 20.35 น.
พิมพ์เมื่อ........29 พฤศจิกายน 2555
โปรดติดตาม เล่าเรื่อง เรื่องเล่า เสี้ยว....ของชีวิต  ตอนต่อไป

ขอบคุณ.....ที่ติดตามอ่าน กรุณาช่วย
.........ลงชื่อเข้าใช้ ...........ขอบคุณ

                                                                                  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.