วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

13.3 มหา' ลัย ชีวิต.....ภาพ.....

                                                                                                
ตอน ที่ 4
วีรกรรม......นาฏกรรมชีวิต

ระยะเวลาที่เติบโต มาเรียนรู้ชีวิต ในถิ่นอาศัยวัดมหรร บ้านเมือง เข้าสู่ยุค การเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านต่าง ๆ ทำให้ได้เริ่มพบกับสิ่งแปลกใหม่ โดยเฉพาะ สภาพสังคม รถสามล้อถีบ รถราง เริ่มหายไปจากสังคม มีรถแท๊กซี่ออสติน แวนสีเทา เข้ามาวิ่ง ติดมิเตอร์ ค่ารถแท๊กซี่ยังไม่โหดเหมือนสมัยนี้ ตอนนั้น ถ้านั่งจากวัดมหรร ไปบางลำภู มิตอร์จะขึ้นมา ที่ 5 บาท เมื่อถึงจุดหมาย ทั้งรถจักรยานยนตร์ รถเมล์ ความจอแจในถนนเริ่มหนาแน่นขึ้น

รถเมล์เมืองไทย โหนกัน มานานแล้ว !
ถึงแม้ว่าจะเป็นวัยรุ่น แต่ชีวิตในขณะนั้น มีเรื่องราว เรื่องเล่า เล่า เรื่อง เกิดขึ้น ในแต่ละเสี้ยว ....เสี้ยว.....ของชีวิต  จนไม่มีวันลืมเลือน ไปได้ กาลเวลาผ่านมานับเป็นหลายสิบ ปี ความทรงจำ ที่ถ่ายทอดมาไว้ในบันทึก ไม่มีวันที่จะลบ ไปจากสมอง....แถมบางเรื่องเป็นตำนานชีวิต มีหลายเรื่อง ที่นั่งนึกถึง แล้วพลัน น้ำซึม ออกมาจากเบ้าตา ในแต่ละเรื่อง ที่เกิดมากับชีวิต ไม่สามารถเรียกร้อง หรือขอให้กลับมาเหมือนเดิม  ขอเปลี่ยนแปลง วาด สร้างสีสรรใหม่ 

จราจรกรุงเทพ ในอดีต
 ผ่านมาแล้วต้องผ่านไป เหมือนกับที่..อะไรจะเกิด ก็ ต้องกิด....มีเพื่อน ร่วมก๋วน หลายกลุ่ม หลายสิบคน ที่เดิบโตมาด้วยกัน ยกเส็ง- ยกง้วน หมู-อู๊ด สองคู่นี้เป็น คู่พี่น้อง เหมือนหลัก-เซ๊ส เปราะ อู๊ด แสง ลี เบ้ง ดาว-ตับ นี่ก็พี่น้องกัน ฯลฯ ยังมีอีกหลายคน ....ยกเส็ง..และ.แป๊ะ กับเรา สนิท และร่วมวีรกรรมอะไรกันมามาก มาก จนขนาด แต่ละ เสี้ยว....ของชีวิต ต้องจดจำไปตลอด เช่น....กาลครั้งหนึ่ง เมื่อชีวิตอยู่ในวัยสำราญ เราทั้งสองคน ค่อย ๆ ย่อง เข็นรถโอเปิล ซึ่งเป็นรถเก๋ง ที่บ้านโรงพิมพ์ ของ พ่อทับ ใช้ในครอบครัว ....ช่วยกันเข็น ออกมาจากที่จอด ออกมาให้พ้นเขตบ้าน มาจนถึงเกือบถนนบุญศิริ แล้วจึงค่อยสต๊าร์ทรถ เพื่อขับเคลื่อนต่อไป ...การกระทำแบบนี้ ไม่ได้ทำครั้งเดียว แต่ทำเกือบประจำ เมื่อต้องการจะไปไหน ๆ กัน ...แป๊ะ  จะมี พรสวรรค์พิเศษ ในการเรียนรู้อะไร ได้ไว ยิ่งเรื่องอะไรที่ซับซ้อน เป็นเทคโนโลยี่ แป๊ะ จะเข้าใจง่ายกว่าเรามาก สอน หรือ บอกอะไร เดี๋ยว ขยับได้หมด ไม่ว่าจะเป็น เรียนกีร์ต้า ...เกมส์ ลูกดิ่ง บิลเลียด...ที่จำแม่น ถือเป็น วีรกรรม หรือ นาฏกรรมที่ทำเอาไว้อีกเรื่อง...ตู้ม้า...ตู้บิลเลียดไฟฟ้า แรก ๆ ก็ใช้เหรียญ 50 สตางค์ ตามกติกากำหนด เล่นไปเล่นมา หันมาใช้ เหรียญสังกะสี ที่ทำขึ้นเอง แล้วเอามาหยอด เล่นทั้งวัน คราวละเป็นชั่วโมง ๆ แล้วเจ้าของโต๊ะ หรือ ตู้ ที่ไหนจะไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะร้าน ไอ้แก้ว โดนเป็นประจำ ไขตู้ ดึงออกมา มีแต่เหรียญ ...เท่านั้นยัง ไม่พอ ยังยั่วแหย่ ลูกชายเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นเด็กพิเศ ไม่ปกติเหมือนเด็ก ทั่ว ๆ ไป แป๊ะ  ชอบกระเซ้า แหย่ ทุกวัน
                                                                   
สร้างความเครียด ชิงชัง เกลียดขี้หน้า เราต้องคอยประสานให้เสมอ ไม่งั้น จะไม่มี ที่พักร้อน พักผ่อน นะสิ...เพราะร้านเกรดเอ ถือเป็นศูนย์กลาง ของแต่ละจุดหมายในวัน ๆ ที่จะทำกิจกรรมอะไร ใครมีอะไร มาแล้วไม่เจอใคร สั่งบอก ฝากอะไรไว้ได้ ดังนั้น หวานต้องรีบกลืน อย่างที่เล่าเอาไว้มาตลอด เวลาที่เขียนบันทึกถึง ตัวละคอนสำคัญในชีวิต ที่เติบโตมา ด้วยกัน จนมาถึงทุกวันนี้ จึงต้องมีเพื่อนคนนี้ตลอดเวลา .....วีรกรรมของ แป๊ะ  มีมากเพราะเราสนิทกัน จนกระทั่ง เวลามีการคาดโทษ ทั้งพ่อทับ และแม่อารี จะต้องถือว่าร่วมกระทำความผิดด้วยกัน

จาก ศูนย์การค้าราชประสงค์... ไดมารู
ฮอนด้า...รุ่นนี้ แหละ !


มาเป็น เวิลร์เทรด เซ็นเตอร์

แล้วมาเป็น เซ็นทรัลเวิลร์ ในปัจจุบัน








ตอนวัย 18 -19 ปี กำลังรุ่ง ฮ้าว สุดขีด ชีวิตไม่มีลิมิท หลายชีวิต วัยรุ่นขณะนั้น ที่พ่อแม่ พอจะมีอันจะ...กำลังฮือ ฮา กับรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า รุ่นสปอร์ต ดูเท่ ใครเห็นก็อยากเป็นเจ้าของ ราคาตอนนั้น 6 - 7 พันบาท เทียบกับเดี๋ยวนี้ คนรุ่นปัจจุบันต้อง จุ๊ ปาก ซี๊ด แน่ ?...บ่ายวันหนึ่ง แป๊ะกับหมู หรือ อู๊ด คนใดคนหนึ่งนี่แหละ เพราะทั้งสองทำงานในโรงพิมพ์ เปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยง คอยดูแล หรือ เป็นเพื่อน พากันไปออกรถดังกล่าว มาบิด โฉบไปมา หายไปสักพัก ...ยังไม่ทันตะวันตกดิน ไม่รู้รายงานข่าว เข้าไปถึงโรงพิมพ์ ที่บ้านแป๊ะ ได้อย่างไร ...พ่อทับ ออกมาเจอเราที่หน้าโรงเรียนพระนคร ออกเสียงทุ้ม ๆ กับเรา....." บอกให้เอาไปคืน ภายในวันนี้ ไม่งั้น ไม่ต้องเข้าบ้าน  ".....ผล ต้องเอารถไปคืน ถูกหักเงินไปพอสมควร จะไม่ให้พ่อทับ โกรธ ก็กระไรอยู่...
พี่เล็ก....พี่ชายแป๊ะ ขับรถ เทานุส ไปกับ พี่ยัง  ซึ่งเป็นคนกว้างขวางจากสำนักงานทนายความ ชมภู และเพื่อน ทำหน้าที่คล้าย ๆ พี่เลี้ยงดูแลการขับรถให้ พาเพื่อนหญิง รวมถึง เล็กใหญ่ ของเรานี่ด้วย ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต ...ส่วนเล็กใหญ่ รอดตาย จนได้มาเจอกันทุกวันนี้ แต่ก่อนจะปกติ ก็อานมามาก ...ตอนงาน ฯ พี่เน้า ยังเอา หนังเอลวิสมาฉายกลางแปลง ข้างหอระฆัง ในวัดมหรร เป็นที่ ฮือ ฮา ในตอนนั้นมาก

     เบียร์การ์เด้น สี่แยกปทุมวัน มาเป็น Siam Discovery
   ตึกซ้ายเป็น MBK. ขวามือเป็น ศูนย์ ฯ กทม.ในปัจจุบัน
ชีวิตในวัยรุ่น ยิ่งก่อนที่ แป๊ะ จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ ดูเหมือนพวกเราจะสั่งลา กันจนสุดเหวี่ยง เพราะโตกันขึ้นมาก แต่ก็ยังเป็นวัยเริ่ม ฉกรรจ์ อายุเฉียด 20 ปี ดีกรี เริ่มแก่กล้า ที่จะทำอะไร นอกจากเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง กันตามประสา พวกเราเริ่มเที่ยว เคล้าโลกีย์ เข้า เที่ยวบาร์ คลับ แถมอาบอบนวด จนมีหวานใจ พาไปตลุยเที่ยวกันที่เคยเล่า เอาไว้ก่อนหน้าบทความเล่าเรื่อง หน้านี้น่ะแหละ...ชักสนุก ในรูปแบบใหม่ มี แสง สี เสียง จิตใจวูปวาบ แถมมี อู๊ด-หมู สองพี่น้องเข้าไปเป็นบริกร ในไนท์คลับ แถวถนนราชดำเนิน แล้วกอร์ปกับที่หอพัก "ศิริชัย" บ้านเล็กใหญ่ ซึ่งเป็นห้องเช่า มีพาร์ทเนอร์ เช่าอยู่ ก็ยิ่งทำให้ชีวิต สดใสมีชีวิตชีวา ...จะกินจะเที่ยว ไฟเขียวสะดวกยิ่งกว่าโยธิน ทั้งกรม เที่ยวกันยิ่งกว่า ลูกเสี่ย มาเอง .....

  มีเพื่อนอีกคน ที่หลัง ๆ มาเดิน มานั่ง ซาเล้ง ร้านน้ำแข้ง ยกเส็ง ด้วย คือ คีย์ บ้านใหญ่ ฉายาของเขา เพราะเวลาจะลาจากกัน จะต้องบอกว่า เดี๋ยว...." เข้าบ้านใหญ่ก่อน " ....ไอ้เราก็นึกตั้งนานว่า บ้านใหญ่หลังไหน เป็นเพราะคุณแม่ เป็นแม่บ้านดูแลบ้าน ของ มรว. ทองแถม ทองใหญ่ บ้านอยู่เยื้อง ๆ กับบ้าน โบ้-ย่าม ถนนมหรร หน้าศาลเจ้าพ่อเสือ นี่เอง...บ้านใหญ่จริง ๆ ก็เลยเรียกกันว่า " ไอ้บ้านใหญ่ " มาสนิทกันช่วงที่ก่อน แป๊ะ จะไปเมืองนอก ก็เลยได้ไปไหน ไปด้วยกัน สามคน นาน ๆ ยกเส็ง จะมาร่วมขบวนด้วย  หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันเลย จนเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา เจอกันที่ลานจอดรถวัดมหรร เมื่อคราวไปทำบุญรวมญาติ คุณทองห่อ บอกกันไว้ว่า งานสังสรร แล้วจะมาเจอกัน... ผ่านไป สองสามครั้งแล้ว ยังไม่เจอ คิดถึงอยู่นะ ในฐานะ ดู ช่อง 8 เลยมาสนิทกัน ...คีย์ เป็นเพื่อนกลุ่มหน้า ตลาดศาลเจ้าพ่อเสือ.

                 สี่่แยก ปทุมวัน เป็นวงเวียน ก่อนจะ......
จะมองดูว่า อะไร ๆ ที่ผ่านมา มีด้านลบมาก ก็คงจะไม่ได้ นอกจากเล่าเรื่อง อะไรต่อมิอะไร ที่ผ่านมา ในชีวิต การเติบโตมาจากกลุ่มแต่ละกลุ่ม ยังมีด้านสังคม เอื้อให้กับชีวิตบ้าง มีเพื่อน ๆ และรุ่นพี่หลายคน ที่มีกีฬาอยู่ในหัวใจ เช่น บาสเกตบอลล์ เป็นเพราะมีสนามให้เล่น ในโรงเรียนพระนคร จึงมีการตั้งทีมบาส ไปแข่งขันบาสประชาชน ที่กทม.จัด บริเวณหน้าวัดสุทัศน์  เสาชิงช้า ปัจจุบัน เป็น ลานคนเมือง เวลามีการแข่งขัน พวกเราจะยกโขยงไปเชีร์ย....อินทรีย์ผยอง

มี ...ศูนย์การค้าสยาม
สนุกสนาน กันไปอีกแบบ ทีมพระนคร ไม่ใช่หมู มีรุ่นพี่หลายคน ชูโรงมาตั้งแต่ทีมใหญ่ ครุฑแตรงอน เก่า เจ้าเล็ก ...เล็กใหญ่ เพื่อนเรา ก็ถือเป็นมือชู๊ด โยนเป็น เสียบห่วง งานนี้มี พี่เน้า เป็นสปอนเซอร์ บางครั้งต้องเรี่ยไร ซื้อน้ำแข็ง มาแช่น้ำดื่ม แต่เวลา เตี่ยไม่อยู่ ...ยกเส็ง บอก มึงรีบเอาไปไกล ๆ เลย...ของฟรี ต้องรีบตามที่เพื่อนบอก บางงานไปแข่งกันถึง วัดดอน ยกโขยงไป มีเรื่อง เป็นตำนาน กลับมาอีก ...ก่อนที่แป๊ะ จะเดินทาง ดูเหมือนว่า มีอะไรต้องจำกันหลายเรื่อง โดยส่วนตัวเป็นช่วงที่ย้าย ไปอยู่ฝั่งธน กับอาว์นิด - อาว์เชื่อม  ที่บางเสาธงแล้ว แต่ก็ยังวนมาวัดมหรร แทบทุกวัน อย่างที่เล่าไว้มาสถิต ที่ร้านเกรดเอ รวมพลก่อนจะทำกิจกรรมกัน
      
    เป็น สี่แยก ...ศูนย์การค้า ฯ....ทั้งสองฝั่ง เต็มพื้นที่

ขีวิตจะเริ่มรู้ อะไร ควร ไม่ควรมากขึ้น ก่อนหน้านั้นครอบครัว รวมถึงน้อง ๆ ไปอยู่อุบล โดยเรานั่งรถไฟไปส่ง ไปอยู่ด้วยสักพัก  ทำงานที่แคมป์กิโลศูนย์ ยุคสงครามเวียดนาม ทำได้ไม่เท่าไหร่ คิดถึงเพื่อน คิดถึงคนที่รัก ในขณะนั้น จึงกลับมามาชีวิตตามเดิม แล้วอาว์นิด จึงมารับตัวไปอยู่ด้วย ทั้งนี้กับชีวิต ที่สุ่มเสี่ยง ต้องจารึก นึกถึง คุณทองห่อ เพราะจะคอยฉุด รั้ง หรือ คอยต้าน ในการกระทำที่เห็นว่า....จนถึงขั้นงอน ไม่พูดด้วยก็หลายครั้ง ...เมื่อข้ามฝากไปอยู่ฝั่งธน วิถีชีวิต เปลี่ยนแปรไปบ้าง แต่ก็ไม่มากนักยังคงเวียนว่าย อยู่แบบเดิม ตรง บางสตางค์น้อย ก่อสร้างตึกแถวขึ้น

                         สยาม..ลิโด้..สกาล่า
                        สองฝั่ง ย่านสี่แยกปทุมวัน
เลยมีเพื่อนใหม่ เป๋ง - สิงห์...มานพ เจริญรัตน์   เป๋ง มาเป็นคู่หู กับ เล็กใหญ่  เพราะรสนิยม เรื่องหญิง ใกล้เคียงกัน  ...กาลเวลาต่อมา สิงห์ มาเป็นเพื่อนร่วมเรียน ห้องเดียวกันกับคุณทองห่อ พร้อม เอี่ยว สุรพล พงษ์ปริตร ...จะได้เล่าถึงในโอกาสต่อไป.....ส่วน ยกเส็ง ก็ได้เพื่อนใหม่ ร้านทองที่มาเปิดฝั่งตรงข้าม ร้านน้ำแข็ง ซี้ กันตอนหลังมีแป๊ะ เข้าไปร่วมกิจกรรมด้วย เมื่อกลับมาจากอเมริกา... มีรุ่นพี่ ที่สนิทและใกล้ชิดมาก คือ พี่เน้า ...พี่เน้าจะเป็นรุ่นพี่ที่สนิทได้ทุกกลุ่ม คบได้ทุกชนชั้น ไม่มีขีดเส้น  มีคนเกรงใจ พูดอะไรกับใคร เชื่อถือได้  พี่เน้า มี JAVA รุ่นทหารเยอรมันใช้ในสงครามโลก เป็นคู่ชีพ มีพ่วงข้าง เท่ มาก เอาไว้ส่งหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่ยุค สารเสรี ไทรายวัน  ฯลฯ พี่เน้า คุยได้ทุกเรื่อง ไม่ว่า เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม โดยเฉพาะยุค สองจอมพล   พี่เน้า ให้ฉายาว่า ยิ้มกินคน พี่เน้าอยู่ใกล้ชิดข่าว ย่อมมีอะไรมาคุยให้ฟังทุกวัน เพราะในสมัยนั้น เรื่องข่าวสาร ยังอยู่ในวงแคบมาก ...ที่เป็นตำนานของเรา ก็คือพี่เน้า รวมพล มีพี่จีฤทธิ์ เป็นหลัก เพราะเข้าใจภาษา ออกนิตยสาร อาศัยคุ้นเคยกับกองบรรณาธิการ เช่น คุณประเดิม เขมะศรีสุวรรณ..คุณบรรเจิด ทวี หรือ ไก่อ่อน ...พี่วีนัส พยัคฆ์ชาติ บุคคลเหล่านี้อยู่สายวงการบันเทิง มาสนับสนุนพี่เน้า เลยออกหนังสือ บันเทิง นิตยสาร ดารา TV ซึ่งถือว่า เป็นหนังสือบันเทิงยุคแรก  พิมพ์ที่โรงพิมพ์ บ้านแป๊ะ ออกอยู่ได้ สาม สี่ฉบับ ก็ต้องม้วนเสื่อ หมดทุน นะสิ (ปัจจุบัน ทั้งสองท่าน พี่เน้า และ พี่จีฤทธิ์ สละร่างไปทั้งหมดแล้ว )

พี่เน้า จะจัดให้เรามีรายได้ โดยเวลามีธุระ ก็จะให้เราไปส่งนสพ. แทน ใช้ขี่จักรยาน ร้านหนังสือ รอบ ๆ เกาะรัตนโกสินทร์ นอกจากนั้น เวลาที่จะกลับฝั่งธน พี่เน้า ก็จะมาส่ง ทุกครั้ง ถึงแยกย้ายกัน รอพรุ่งนี้มาเจอกันใหม่...นี่แหละชีวิต     
                          
                        *..... สี่แยก ปทุมวัน ในปัจจุบัน.....*

บันทึกเมื่อ.....11 กุมภาพันธ์ 2551..... เวลา 14.45 น.
พิมพ์เมื่อ ......24 พฤศจิกายน 2555

เล่าเรื่อง เรื่องเล่า.....มหา' ลัย ชีวิต.....ภาพ.....
ยังไม่จบ โปรด ติดตาม ตอน...ต่อไป

ขอบคุณ.....ที่ติดตาม กรุณาช่วยคลิก >
................ลงชื่อเข้าใช้.....ขอบคุณ   



                                                                              


                                                                               

2 ความคิดเห็น:

  1. ถ่ายทอด เหมือนผู้อ่านอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเลยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณ... ที่ติดตาม

      ลบ

add comments.