วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

13.2 มหา' ลัย ชีวิต.....ภาพ.....













ตอนที่ 3

รักเอย...จริงหรือที่ว่า
หวาน



ชีวิต ที่วัดมหรร บอกแล้วว่า โลดโผน โจนทะยานมาก มีทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต  ทั้งด้านขาว และดำ รวมถึงเทา ๆ ด้วย แค่เอาตัวรอดมาแบบ ฉิวเฉียด หวุดหวิดได้มาทุกกรณี คิดูเอาก็แล้วกัน สมัยที่พำนักนอนอยู่ในบริเวณที่ ถูกขนานนามว่า...บางสตางค์น้อย...คนสูบ เฮโรอีน คละคลุ้ง เต็มไปหมด รอบข้าง หรือ ซอกหลีบที่ลับตาคน แต่รุ่นพี่ ที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งเรานี้ ดีมาก มีคุณธรรม ไล่ให้ไปไกล ๆ อย่ามายุ่ง ขอดูก็ไม่ได้ ...ช่วงในวัยนั้น ถือเป็นเด็ก เป็นวัยแรกรุ่น ไม่ได้คิดถึงอะไรในชีวิต นอกจากสนุกสนาน มีกินให้อิ่มไปวัน ๆ ขอให้อะไรที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไปไม่ได้ทุ่มเท หรือจริงจังกับอะไร โดยเฉพาะ.....

ความรัก  ย่อมเกิดขึ้น ตามแบบฉบับของวัยรุ่น หนุ่ม สาว ที่โตขึ้นมา ต้องมีความพึงพอใจ ในทางเพศกับเพศตรงข้าม กามเทพแผลงศร รักปักทรวงเป็นเรื่องปกติของวัย ชีวิตก็เหมือนละคอน เหมือนนิยาย เพราะคนเขียน ต้องเอาข้อมูลมาจากข้อเท็จจริง ที่ประสบพบเห็น หรือ ประสบกับตัวเอง มีรัก มีบู๊ มีทุกรส ในอริยบทของชีวิต เพียงแต่ฟ้า จะลิขิต ให้เป็นไปฉันใด ตามกรรมที่เชื่อกันมา หรือ ความสามารถที่ตัวเองคาดหวังเองได้ ไม่มีใครรู้ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิต ต่อให้วันพรุ่งนี้ และวันต่อ ไป ชีวิตเรา ก็หนีไม่พ้น กฏแห่งกรรม เพียงแต่แค่เริ่มต้น ....ชีวิต พบรักแรก กับความรักบริเวณละแวกนั้น ...เล็ก เราสนิทสนมกันพอสมควร ตามอัตถภาพ ของความนึกคิด และวัย


แต่ด้วยขีดจำกัด ของวัย และขนบธรรมเนียมประเพณี จึงค่อนข้างอึดอัด กับความรัก ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในการพบกัน หรือใกล้ชิดกันในบางโอกาส นาน ๆ ถึงจะได้ไปไหนมาไหน กันบ้าง เช่น ไปเที่ยวงานวัด จะไปไหนไกลเกินกว่านี้ไม่ได้ หรือไม่ก็ไปแวะเจอกันเวลาโรงเรียนเลิก...เบญจมราชาลัย...ข้างวัดสุทัศน์ เมื่อใกล้เส้นทางถึงบ้าน ก็ต้องหลบสายตาคน ...แยกย้ายกันคนละฟากถนน .....? 

หรือ ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  มานั่งอาศัยดู ทีวี ที่บ้าน พอจะได้แอบใกล้ชิดกันบ้าง รักนี้ต้องตราตรึงในใจ เพราะถือว่า เป็นรักครั้งแรก ทุกวันเวลานึกถึง ความรัก ที่เคยประสบ ก็ต้องนึกถึง เจอกันเมื่อ งานสละร่าง คุณยายเป้า คนเก่าแก่แถววัดมหรร เมื่อ 4 - 5 ปี ที่ผ่านมา ก็ได้ทักทาย ถามไถ่ กันปกติ ตามมารยาท แถมได้เจอน้อง ๆ ที่เคยสนิทกันมา บางทียังนึก ชื่นชมที่มีครอบครัว ที่สมบูรณ์ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ในบริษัท จำหน่ายรถยุโรป ยี่ห้อดัง

ในช่วงของที่ชีวิต ที่เริ่มมีอาการหักเห เอาอะไรแน่นอน ในการดำรง หรือดำเนินชีวิตไม่ได้ ทุกอย่างดูเหมือนไปตาม อารมณ์มุมมอง และสภาพที่แวดล้อมตัวเองอยู่ในขณะนั้น  ช่วงนั้นมี พี่ชาญ ( รุ่นพี่ ที่เป็นเพื่อนสนิท กับพี่ พันธ์หลังวัง จิ๊กโก๋ ดัง ในยุคนั้น ซึ่งถูกปลิดชีพลง ที่หน้าโรงภายนตร์เมโทร ประตูน้ำ และเป็นญาติ กับ โรจน์... ฤทธิโรจน์ เลิศฤทธิ์  ในปัจจุบัน ก็ยังพบกัน เพราะโรจน์ สนิท ใกล้ชิด ยกเส็ง และจะเป็น ผุ้ประสานงาน เวลามีนัดพบ สังสรร วัดมหรร - ศาลเจ้าพ่อเสือ

พี่ชาญ อยู่ในแวดวง ดงคนขาใหญ่ เป็นบอร์ดี้การ์ดให้วง เอลวิสเมืองไทย วิสูตร ตุงครัตน์  เวลาไปแสดงตามงานวัด ต่าง ๆ เราเลยได้อาศัยตามไปดูฟรี ...พี่ชาญ มาสถิตพักอยู่ด้วยกัน ที่ บางสตางค์น้อย ...พี่ชาญ เกิด รักปักอก กับพี่หมู ซึ่งในก๊วน มีอีกสองสาว คือ อ๋า - บ้อ ก็เลยมักชวนเรากับบ๊อก ...(น้องสมหวัง บ้านบึง นักมวยสากลระดับ แชมป์ภาคตะวันออกไกล ซึ่งเป็นนักมวยก่อนรุ่น ชาติชาย เชี่ยวน้อย ). เข้าตลาด...บ๊อก คือ ถวิลศักดิ์ วิโรจน์สกุล  จัดเป็นเพื่อนรัก สนิทกันมากคนหนึ่ง ในสมัยนั้น และต่อมาชีวิตหักเห บ๊อก-บ้อ อยู่กินเป็นครอบครัว.....เรื่องมันยาว ....


 ช่วงนี้ จะเข้าไปเตร่อยู่ในตลาด ตอนสาย ๆ กลางวัน ตอนที่ คุณแม่ทั้งสองท่านไม่อยู่ หลบไปพักผ่อน พูดคุยกันหรือ มีกิจกรรมเปิดเพลงฟังกัน มีกุ้งแห้ง เป็นของแกล้มใส่ปาก ทั้งบ๋อ และอ๋า จะเป็นคอเพลง ทั้งเอลวิส และคลิฟ ริาร์ด ก็เลยมีสื่อทำให้พูดคุยกันได้สนิทสนม  บางคืนหัวค่ำ ก็จะมาเจอกัน ที่ร้านนายปั๊ง ขนมปังสังขยา หรือ ไปกินอะไรที่ในแพร่ง ฯ ไปกินข้าวต้มเป็ด สำราญราษร์ ข้างวัดเทพธิดา บางวันไปไกลกันถึงสะพานเหล็ก กินไอศครีมไข่แข็ง ซึ่งตอนนั้นดังมาก รวมถึงนาน ๆ ก็จะโฉบไปกิน เต้าทึง ฯลฯ แถวเยาวราชโน่น เลยยิ่งมีโอกาสใกล้ชิด สนมกัน ส่วนบ๊อก ยังมีเพื่อนอีกกลุ่ม คือ กลุ่มวัดบวร และอุเทนถวาย มี แขก บ้านอยู่ข้างโรงเรียนพระนคร เป็นหัวโจก บางทีก็มารวมกลุ่มเฮ ฮา กันบ้างตามโอกาส 
โดยเฉพาะ เวลามีการจัดรายการดนตรี พร้อม ฉายภาพยนตร รอบเช้า (มืด) รอบนักเรียน นิสิต นักศึกษา หารายได้การกุศล บัตรราคา 20 บาท   อย่าลืมว่า ทองคำ บาทละ 400 บาท ในยุคนั้น พวกเราจะลิงโลด คึกคักกันมาก เมื่อมีโปรแกรมนี้ในวันหยุด ไปโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่เช้ามืด ชมดนตรี ดูหนัง เลิกประมาณ 10 โมงเช้า ฟรีเดย์ จะไปต่อกันที่ เขาดิน สวนสัตว์ดุสิต เป้าหมายที่ไม่มีที่ไป ดีกว่านี้แล้ว ทั้งมีเวลา สถานที่เอื้ออำนวย ให้ใกล้ชิด ยิ่งถ้ามีเงิน ยิ่งมีความสุข ไปถึงเย็น แล้วก็แยกย้าย กลับไปหาเวลา..... ฝันหวาน ! ! ?

โดยส่วนตัวในช่วงขณะชีวิต  ตอนนั้น เข้าออกตลาด บ่อยจนเกือบ ..หรือ ห่างเหิน กับรักแรกเริ่ม ความสนิทใจ ที่ตัวเองทำตัว จางหายไป..... จนเข้าหน้าไม่ติด....บังเกิดความสนิทสนม กับ บ้อ ค่อนข้างพิเศษ ประจวบกับขณะนั้น คุณเตี่ย ของบ้อ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ยามเย็นหลังจากเก็บร้านแผงค้าแล้ว ก็ไป เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาล เดินตัดสนามหลวง ไปลงเรือที่ท่าพระจันทร์ นานวันเข้าก็ยิ่งใกล้ชิด

รวมถึงได้พูดคุยกับพี่นิด พี่สาว จนค่อนข้างเข้าใจอะไร ...ทุกวัน บ้อ จะตื่นแต่เช้า เพื่อมาเปิดแผงร้าน จะแวะมาที่พัก เอาอาหารทานเล่น เช้า ๆ มาให้อยู่เสมอ  จนคนรับรู้ไปทั่วเกือบทั้งตลาด แทบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน ดีที่มีพี่นึก ผู้มีบารมีในตลาด คอยแนะ...พี่นึก จะเป็นขาใหญ่ ในตลาด ตอนที่โตมา ไม่มีใครไม่รู้จักร้านพี่นึก ร้านพี่นึก จะขายของเล่นสมัยตอนเด็กสารพัด คู่แข่งมากับร้าน ไอ้แก้ว  ซึ่งต่อมา ไฟไหม้ สร้างตึกใหม่ ร้านไอ้แก้ว ก็พัฒนามาเป็น ร้านเกรด แล้วมาเป็น สตาร์ไวท์ ตัดเสื้อผ้า ขวัญใจวัยรุ่น ในยุค เทเลอร์ ลงท้ายชื่อร้าน

ที่จริงในขณะนั้น เหมือนโกหก กับชีวิตตัวเอง โลกชีวิตส่วนตัว มีปัญหามาก อันสืบเนื่องมาจากสภาวะของครอบครัว การเล่าเรียน ต้องสะดุดหยุดลง เกือบเอาตัวไม่รอด  เรียนไม่รู้เรื่อง ใจคอไม่หมกมุ่นกับการเรียน ...จะตั้งใจเรียนไปได้อย่างไร ขนาดไปเรียน มศ.ปลาย เพื่อให้ผ่านไปให้ได้ หลังจากที่ย่ำอยู่กับที่มาหลายขยัก จนถึงห้วยขวาง โรงเรียนกุนนทีรุทธาราม

แป๊ะ เพื่อนรัก จบม.6 จาก ดำเนินศึกษา แล้วไม่ได้เรียนอะไรต่อ นอกจากเรียนภาษา เพื่อเตรียมไปต่อเมืองนอก ...บ่าย ๆ จะไปเอาก้อนอิฐ ขว้างใส่หน้าต่าง เป็นสัญญาณ...ข้ามาแล้ว...รีบลงมา (โดดเรียน)  ร่ม กางในทันใด เป็นที่รู้กันของเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียน แถมเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน อีกต่างหาก แล้วก็เพลิดเพลินเจริญใจ กันไปตามทางชีวิต

มีอะไรเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตมาก เพราะเป็นช่วงวัยระเริง ...บ๊อก มีก๊วน แขก ที่ไปเตร่ แถวโรงเรียนสตรีประเทืองวิทย์ ชวนเราไปร่วมด้วย แต่สับหลีกเวลาชีวิตยากมาก เวลาที่จะไปด้วยไม่เอื้ออำนวย ติดเรียนบ้าง แล้วขณะนั้น แป๊ะ กับเรา ก็เหมือนตังเม ไปไหนต้องไปด้วยกัน แนวทางแป๊ะ กับแนวสรวลสรร เฮฮา กับหญิง ที่ไม่ใช่กลุ่มของตัวเอง แป๊ะ ไม่ค่อยถนัด ขนาดเข้าไปในตลาด แป๊ะ ยังไม่เข้า

 เราเลยต้องบริหาร จัดหลีกเวลาคบเพื่อน ไม่ให้เสียเพื่อนไป ...เหมือนเช่น ?....ก๊วนบ๊อก-แขก มีเพื่อนหญิง อีกกลุ่ม จากยมราช คือ คุณทองห่อ (คนที่เคยเล่าไว้ว่า แป๊ะ ทำดนตรี เดินแถวทหาร ฮับ ทู ฮับ นั่นแหละ)  ไม่มีใครพูดความจริง ว่า บ๊อกจีบคุณทองห่อ ได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่ได้แสดงตนชัดแจ้ง นอกจากพูดเล่นกัน ไปเที่ยวไปไหน ไปนำเที่ยวไปบ้านเพื่อน ริมน้ำเมืองนนท์ ก็วางตัวเหมือน เพื่อนทั่ว ๆ ไป

อาจจะเป็นเพราะฟ้าลิขิต คุณทองห่อ กับ บ้อ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ต้องเก็บความรู้สึก แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับใจตัวเอง เมื่อคบ พูดคุย โดยเฉพาะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นการเล่าเรียน จนตัวเองได้รับความรู้สึกดี ๆ มีทัศนคติ จาการโน้มน้าว จาก คุณทองห่อ  แนะแนว ให้ไปเรียนกวดวิชา ถึงจะไม่ผ่านซ้ำ จนเสียเวลารวมไปหลายปี จนท้อไปแล้ว คงเป็นเพราะ ความปรารถนาดี ของ คุณทองห่อ  พยายามเคี่ยวเข็ญ ในการให้เอาใจใส่เล่าเรียน ในฐานะ เพื่อนที่ดี จึงทำให้เราห่างอะไรที่เป็นความสนุก รื่นเริงออกมาบ้าง  มองเห็นสัจจะรรมชีวิตมากขึ้น มาพร้อมกับความสนิทสนมกับคุณทองห่อ จนเดินไปไหนด้วยกัน สองต่อสองได้.

โลก หมุนเปลี่ยน พวกเราสนทิสนมกันจน ไม่ได้แสดงออกว่า รักใครชอบใคร อย่างออกนอกหน้า นอกจากความรู้สึกของตัวเอง ที่ผันแปรไปตามสถานะการณ์ และอารมณ์..... พี่หมู -  พี่ชาญ แต่งงาน ไปสมกับเป็นคู่ ฟ้าส่งมา ปัจจุบันทราบว่า เดินทางไปใช้ชีวิต ที่สหรัฐอเมริกา นานนับหลายสิบปีแล้ว...ส่วนในขณะนั้น...บ๊อก - บ๊อ ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน หลังจากเข็นมอร์เตอร์ไซค์ มาเป็นพาหนะคุู่ชีพ ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครค้นหา ว่า ทำไม ? 


และแล้ว ชีวิตของเพื่อนรัก บ๊อก ต้องอับปางลง เมื่อ ก่อนหน้าที่คุณทองห่อ จะสละร่าง 20 หรือ 30 ปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ เจอกันนับครั้งได้ บ้อ ไปใช้ชีวิตที่อเมริกา เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ที่ต้องกล่าวถึง เพราะครั้งหนึ่ง ใน เสี้ยว....ของชีวิต เคยมีความผุกพัน รักใคร่กันมาระยะหนึ่ง ถึงแม้ว่า....ไม่เคยได้พูดเปิดใจอะไรกัน

มีเพื่อนที่เป็นสุภาพสตรี ที่สนิทกันในระดับ พูดคุยอะไรด้วยได้ และครั้งหนึ่งเมื่อชีวิตมีปัญญา ก็เคยได้ไปพึ่งพิง จนมาถึงทุกวันนี้...อ๋า...กัญญา วิไลศิลปดีเลิศ.....อ๋า เป็นเพื่อนที่อาภัพชีวิตรัก ชอบดื่มเปปซี่ ถึงขั้นผสม แบล๊ค หรือ ชีวาส แทนน้ำหรือโซดา คอแข็ง ชนิดที่เราดื่มสู้ไม่ได้ ...อ๋า เป็นลุกคนจีนคนโต ที่ต้องทำมาค้าขายโดยทั่วไป ส่งเสียน้องสามคน เรียนจบปริญญาทุกคน น้องชายคนหนึ่ง รับราชการ เป็นปลัดอำเภออยู่แถวอีสาน ป่านนี้จะได้เป็นนายอำเภอ หรือยังไม่รู้ เห็นบ่น ๆ อยู่ ...นาน ๆ จะได้พบกัน ก็ต่อเมื่อมีงานนัดสังสรร หรือไปทำบุญ สงกรานต์ ประจำปี รวมญาติ คุณทองห่อ  ที่วัดมหรร.

นี่คือ เสี้ยว บาง เสี้ยว.....ของชีวิต ในบทความเรื่อง มหา' ลัย ชีวิต ...ชีวิตบางตอน แตกต่างกันไป ยังมีอะไรอีกมากมายในชีวิต ที่จะเล่าเรื่อง เรื่องเล่า ต่อไป วันนี้คงต้องจบเพียงแค่นี้ก่อน ...วันอาทิตย์ มีโปรแกรมประจำชีวิต ทั้ง เดิน เพลิน จตุจักร แล้วต่อด้วย ...มิวสิค อิน เดอะ พาร์ค

บันทึกเมื่อ....10 กุมภาพันธ์ 2551.....เวลา 21.30 น.
พิมพ์เมื่อ.......23 พฤศจิกายน 2555
                                                                                                                                                                   





โปรดติดตาม ...เสี้ยว....ของชีวิต .....ตอนต่อไป


ขอบคุณ ที่ติดตาม กรุณา ช่วยคลิก >
..................ลงชื่อเข้าใช้.....ขอบคุณ





ภาพสะท้อน วัย ที่ผ่านมา

1 ความคิดเห็น:

add comments.