วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

13. มหา' ลัย ชีวิต...ภาพ....ความทรงจำในอดีต
















เล่าเรื่อง....เรื่องเล่า
ตอนที่ 1
ชีวิต...เมื่อเริ่มต้น...ตัวตน ?


อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะก่อสร้าง
ค่อนชีวิต ที่ใช้ชีวิตเติบโตมาจากถิ่นกำเหนิด วัดมหรรณพาราม ...ศาลเจ้าพ่อเสือ เลขที่ 150 ถนนบุญศิริ อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพ ฯ ....ในระหว่างปี พ.ศ.2505 ถึง 2511 ถือเป็น มหาวิทยาลัยชีวิต ที่โชกโชนในระดับที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันโดยทั่วไป จักเปรียบเสมือน เป็นช่วงที่ชีวิต อยู่ในระยะเติบโตสู่วัยรุ่น สุด ๆ เพราะเป็นวัย เดินทางชีวิตเข้าสู่วัยหนุ่ม อายุ 15 - 20 ปี ตามตำราชีวิต มักถือกันว่า เป็นช่วงล่อแหลมของชีวิต เสี่ยงต่อการหักเห หรือ ชีวิตพลาดพลั้งได้ง่าย ในการดำเนินชีวิต เป็นอย่างยิ่ง กอร์ปกับ...

                     ขณะก่อสร้าง วัดเบญจมบพิตร
ขณะนั้นสถานะการณ์ทางบ้าน มีปัญหาในการดำเนินชีวิต  บางครั้งบางขณะต้องดูแลตัวเอง ให้อยู่รอดในชุมชน ที่ถูกขนานนามว่า...บางสตางค์น้อย.....นับเป็นจุดแรกของชีวิตที่เริ่มผกผัน  แต่ภาระ ความรับผิดชอบ  หน้าที่ และวัยเยาว์เกินกว่าที่จะรับรู้การตัดสินใจ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิต ช่างเถอะ...เรื่องราวหลายเรื่อง เมื่อบันทึก เขียนแล้ว คงจะมีส่วนกระทบถึงบุพการี ขออนุญาต ไม่กล่าวถึงรายละเอียด ที่ผ่านมา 
ในวัยเด็กก่อนที่จะก้าวมาสู่วัย ที่กล่าวถึงดังข้างต้น ...เติบโตมาจากการอยู่ในกฏ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อห้ามมาก.....ชีวิตเติบโตมาจาก การดูแลกำกับชีวิตโดย น้ายุพา น้องสาวของแม่ อยู่ในบ้านเรือนไม้สองชั้น และครอบครัว คุณพ่อก่อตั้ง สำนักพิมพ์ ธรรมเสวี ที่ด้านริมถนนบุญศิริ พิมพ์หนังสือสารคดี ต่าง ๆ รวมถึงพิมพ์ปกสมุด ของโรงเรียนต่าง ๆ ...จนกระทั่งเกิดอัคคีภัยใหญ่ เมื่อปีกึ่งพุทธกาล ปี พ.ศ.2500 ทั้งบ้านที่พักอาศัย และส่วนของกิจการดำรงชีพ ถูกพระเพลิงเผาผลาญ จนหมดสิ้น

                         ร.ร.ตะละภัฏศึกษา
ครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน ต้องเริ่มมีปัญหา แยกย้ายกันไป ประจวบกับเราเองจบการศึกษา ชั้นประถมศึกษาจาก โรงเรียนตะละภัฏศึกษา ที่ตั้งอยู่ตรงแพร่งสรรพศาศตร์ จึงต้องหาที่เรียนต่อในระดับมัธยม ...ชีวิตต้องหักเห สัญจรไปอยุ่กับคุณลุงวิญญา พี่ชายแม่ ที่ โรงเรียนดรุณาราชบุรี..... ต่อมาผู้ใหญ่ก็เกิดการขัดแย้งกันอีก เกินกว่าที่เราจะอยู่ในฐานะ รับทราบ วิเคราะห์ วิจารณ์อะไรได้ จนต้องเข้าเรียนประจำ ชีวิตเริ่มเหมือนนิยาย เข้าไปเรื่อย ๆ ...เมื่อทางบ้านต้องประสบภาระค่าใช้จ่าย ไม่สามารถจะเรียนในสถานะเดิมได้ จึงต้องไปอาศัยวัดช่องลม กับ เจ้าคุณนิเทศธรรมวาที ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อ คน บ้านซ่อง ใกล้ ๆ กับ บ้านโคกมอญ ปราจีนบุรี เป็นที่พักอาศัย เรียนซ้ำชั้นในมัธยมปีที่ 4 หลังจากหมดอาลัยสนใจเรียน เพราะชีวิตรันทดไปทุกสิ่ง หมดอาลัยในการเรียน  จึงต้องกลับมาสภาวะเดิม สู่วัดมหรร มาใช้ชีวิต วัยรุ่นที่นี่ ....ปิดตำนานชีวิตที่ราชบุรี ....บางทีถ้าสมอง และอารมณ์พาไป จะเล่าเรื่อง เกล็ดในชีวิต ตอนราชบุรี ที่มีอะไรเกิดขึ้น...

ห้องน้ำ กลางสนามหลวง
สนามหลวง เมื่อต้น ๆ ปี พ.ศ.2500
ชีวิตที่วัดมหรร เป็นชีวิตวัยรุ่น ที่มีแต่ ไร้ทุกข์ สนุกสนาน สมองยังปราศจากความรับผิดชอบทั้งมวล เป็นวัยที่ต้องการเพียง กินอิ่ม นอนหลับ เที่ยวให้สนุก เล่นให้ร่าเริง ทั้ง ๆ ที่ตกอยู่ในท่ามกลางอบายมุขสารพัด ทั้งการพนัน ยาเสพติด ซึ่งในยุคนั้น เฮโรอีน เริ่มเข้าสู่สังคมยาเสพติด  ยิ่งช่วงเวลาปิดเทอม ปิดภาคเรียน ทุกชีวิต ในวัยเดียวกัน จะ สนุกมาก มีที่ชุมนุม สังสรรมากมาย ในวัด...หลังตลาดศาลเจ้าพ่อเสือ กองขี้เรื่อย ....ในโรงเรียนพระนคร  เล่นบอลล์ เล่นบาส และเล่นไพ่... มาเก๊า ยี่อิด... เรี้ยบตุ่ย... ล้อต๊อก... ปิงปอง ทุกอย่างจะเป็นเกมส์ การพนันทั้งหมด...

 มีเพื่อนหลายคน ที่มีเชื้อสายเป็นลูกคนจีน ต่อมา ได้ยึดการเล่นการพนัน เป็นกึ่งอาชีพ มานานแสนนาน โชคดี ที่เรามีเพื่อน ที่ต่อมารัก สนิทกันมาก ..ยกเส็ง.....ไม่เคยสนับสนุนให้เราเล่นการพนัน มีแต่ ไล่ให้ไปไกล ๆ...." มึงไม่ต้องมายุ่งเลย ไปไกลๆ มึงโกงไม่เป็น มึงเล่นการพนันไม่ได้ ไปไกล ๆ "

นี่ไง  บาเยีย ของแท้

ยิ่งถ้าเป็นหน้าว่าว ช่วงโรงเรียนปิดเทอมใหญ่ พวกเรายิ่งมันมาก กลางวัน ไปเช่ารถจักยานสองล้อ หัดถีบเล่น ชั่วโมงละ บาทเดียว รถดี หรู ก็สองบาท ยามเย็นก็ไปเล่นว่าว ส่วนใหญ่จะไปวิ่งรอกว่าว เอามาขาย หรือ แกล้งคนอื่น ที่เล่นอยู่ มีสตางค์ก็ไปนั่งกิน บาเยีย อร่อยมาก มายุคนี้ไม่เห็นแล้ว ถึงมีก็เพี้ยนไปไม่อร่อย ไม่เหมือนของเดิม
จักรยานให้เช่า เต็มสนามหลวง
วัน ที่จักรยานสองล้อ... อำลาสนามหลวง
 สนามหลวง เป็นสถานที่พวกเราเติบโตมาจะต้องไปใช้ชีวิต โลดโผน โจนทะยาน สนุกสนาน มีอะไรที่ในชีวิตจะต้องผูกพันกับสนามหลวงมาก นอกจากกิจกรรมขี่จักรยาน หรือเล่นว่าวแล้ว พวกเรายังรวมกันไปเตะบอลล์ สนามเล็ก ทุกเย็น ปัจจุบัน คือ บริเวณ ที่เป็น อนุสาวรีย์กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หลังพระแม่ธรณีบีบมวยผม...นอกจากนี้สนามหลวงยังมีการแสดง ที่เรียกว่า ปาหี่ ...อับดุลย์...รุู้ไหม...รู้ อับดุลย์ ....นี่อะไร ....ชายตอบ ...หญิงตอบ....อับดุลย์...ถามอะไร ตอบได้...เฮ้....แล้วขายยาแก้ปวดฟัน ไอ แคร๊กเดียว ฟันหลุดออกมา อัศจรรย์จริง ๆ.....แล้วก็ดูงูเห่ากัดกับพังพอน.....มันจริง ๆ ....


อับดุลย์ ..รู้ ถามอะไรตอบได้..ได้
(อับดุลย์ นอนคลุมโปงอยู่)

นอกจากกิจกรรมที่เล่ามานี้ เคยบอกกล่าวถึง ในการแสดงดนตรี ฤดูแข่งว่าว และกิจกรรมสำคัญของสนามหลวงในอดีต คือ ตลาดนัด ...ตลาดนัดสนามหลวงเป็นตำนาน ไปแล้ว สมัยนั้น ตลาดนัดจะจำหน่ายของถูก ถูกจริง ไม่เหมือนตลาดนัดในสมัยนี้ ยิ่งเย็นลง ของยิ่งถูก โดยเฉพาะของสด และที่เป็นตำนานของตลาดนัดสนามหลวง คือ จะมี ถุงโชคดี เดินขาย เพื่อให้คนที่ไม่ได้เตรียมมา ซื้อใส่ของ เป็นเสน่ห์ของตลาดนัดสนามหลวง สมัยที่เราทำโรงพิมพ์ ซอยพาณิชยการ จรัล ฯ 13 จะมีคนมาจ้างพิมพ์ เป็นงานประจำ


 







ถุงโชคดี จะเป็นสัญญลักษณ์ ของคนในยุคนั้น เมื่อไปจับจ่ายซื้อของ  ตอนนั้น ไม่มีถุงใส่ของสวยงามเหมือนสมัยนี้ ของสด ห่อใบตอง มีน้ำใส่กระทงใบตอง แห้ง หรือสด แล้วแต่สภาพของ บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด วางลงบนใบตอง รองด้วยกระดาษ ผูกด้วยเชือกกล้วย หิ้วกันทั้งบ้านทั้งเมือง แถมเด็ก ๆ  หมุนควงเดินมา หก กระจุยอีกต่างหาก...ด้านหนึ่งจะพิมพ์เป็น ตารางหมากรุก  ทำให้คอหมากรุก หมากฮอส ไม่ต้องเสียเวลาขีดเส้น กางถุงออกบนโต๊ะ เอาฝาจีบ มาวาง สนุกได้เลย
  
ว่าวจุฬา ไล่ คว้า ว่าวปักเป้า
แผงขายหนังสือ รอบ แม่ธรณีบีบมวยผม






เกษตรกร ของแท้

ป่านนี้ แม่หนูคนนี้ ประมาณ 50 แล้ว
ปลาเนื้ออ่อนแห้ง - น้ำอ้อย คั้นสด ๆ ฮิทมาก
เต้าหู้ เผือก ทอด หาบดั้งเดิม
ผักสด สารพัด....ถุงโชคดี
หาบเร่ ของแท้
 ต้ม เครื่องในวัว ชามละ 1 บาท ข้าวเปล่า ถ้วยละสลึงเดียว







































ภาพบรรยากาศ  ในอดีต
ตลาดนัดสนามหลวง










จราจร ในอดีต
             
ของเล่น ที่เคยสัมผัส
          

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.