วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

6.1 ฟังดนตรี เถิด.....













" ชนใดไม่มีดนตรีกาล 
ในสันดาน เป็นคนชอบกลนัก "



พระราชนิพนธ์  ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  ความหมายในคำ คงไม่ต้องอธิบายอะไรเลย.... ชัดเจน...ยิ่งบทต่อไป ยิ่งขยายความหมายเพิ่มขึ้น ดังนั้น เวลาที่มาฟังเพลง ต้องเป็นคนที่มี ดนตรีในหัวใจ รักเสียงเพลงจริง ๆ ใครจะร้องก็ได้ ฟังแล้วเพราะหมด แต่ในสมัยนี้ เขาเคซี่ กับนักร้อง ต้องสวย หนุ่ม หน้าตาดี หรือ ปลุกปั้นมาจนดัง เพลง แค่ส่วนประกอบ การแสดงสำคัญกว่า เวลามีคอนเสริ์ท จะร้องเพลงเป็นภาษาเพลง หรือ รักษาอักขระ คำร้อง ไม่ต้องคำนึงถึง ร้องไปแบบบ่นไป เต้น เข้าไว้ จะทำอะไรต้องให้ แฟนเพลง แฟนคลับ กรี๊ด                                                                    

บรรยากาศ ทั้งหมดที่เล่าเรื่อง เสี้ยว.....ของชีวิต บางเสี้ยว ที่ประสบจนเป็น โปรแกรมชีวิตประจำตัว แล้วเอามาบันทึก เล่าเรื่อง เรื่องเล่า ที่จะต้องติดตามกันต่อไป อย่างที่บอกไว้แล้วว่า หน้าบล็อก หรือ   social media ...ที่พบอ่านอยู่ ไม่เหมือนใคร มีอะไรมากมายในชีวิตที่ประสบ ฯ
ขอบคุณ กรุงเทพมหานคร ...มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนี่กรุงเทพ (BSO) และที่สำคัญ ไม่มีแรงสนับสนุน คนกรุงเทพ หรือ ใครที่ผ่านไปมา ก็คงจะไม่ได้พบกับบรรยากาศ ที่เล่าเรื่อง ดนตรีในสวน....บริษัท บุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด  ผู้ลงทุนสร้างศาลาแปดเหลี่ยม บนสวนปาล์ม ภายในสวนลุมพินี เพื่อให้นักดนตรีได้เล่น อย่างไม่ต้องกังวลฝน ที่อาจจะตกลงมา แล้วก็ตกทุกปี แต่คนดู คนฟังก็ดูแลตัวเองก็แล้วกัน เมื่อตอนเริ่มต้น มีดนตรีในสวน เล่นกลางแจ้ง ชุลมุนเวลาฝนตก โยกย้าย ไปตามบริเวณ ข้างเคียงในปัจจุบัน....นอกจากคำกล่าวขอบคุณ ที่ทำได้ คือ สนับสนุนเครื่องดื่ม ตราสิงห์ โดยเฉพาะ เบียร์ แช่แข็ง เปิดพร้อมกับการฟังการบรรเลงเพลง แล้วจะรู้ว่า อารมณ๋ ความรู้สึก นึกคิด จะสุนทรีย์ นั้นเป็นเช่นไร...
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อการแสดงดนตรีของวง BSO หมดช่วงลง ก็จะเป็นช่วงของ สมัยกาลดนตรีไทย จะมีการแสดงของวงดนตรี หลากหลาย เราก็จะไม่ได้มาทุกอาทิตย์ จะมาบ้าง ตามแต่วง ที่มาบรรเลง หรือ เราชื่นชอบจึงจะมา เรียกว่า มาบ้างไม่มาบ้าง ตามอารมณ์ ไม่ได้กำหนดเหมือนช่วงแรก ถ้าเป็นวงที่พอจะรู้จักอยู่บ้างเ เช่น วงดนตรีของกรมประชาสัมพันธ์ ที่เล่นบรรเลงในสไตล์ ของสุนทราภรณ์ ก็จะไม่พลาด เคยพาพี่ดา และพี่ปุ๊ก รวมถึงปุ้ม ไปนั่งพักผ่อน คิดถึงความหลัง แต่ปีต่อมา ชวนอีก คงไมอยากไปนั่งปูเสื่อกับพื้น ลำบากกับผู้สูงวัย ก็เข้าใจ....
เวลาที่ วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ มาแสดง ก็เหมือนกับวงสุนทราภรณ์ ที่เราคุ้นเคยถึงในอดีต  ยังคงเล่นเพลงในแนวเดิม แถมทางสวนลุมพินี โดย กทม. ก็ยังเอาใจ เท้าและคอเพลง ทำแบบงานบอลล์ ฉลองปริญญา กลางสนามฟุตบอลล์ ในยุคเราเลย ....เอาฟลอร์กลางแจ้ง พื้นไม้กระดาน มาวางประมาณ 5 คูณ 5 ตารางเมตร พอถึงวันที่วงกรมประชาสัมพันธ์ มาแสดง จะมีแฟน ๆ เท้าไฟ มารอกันเพรียบ นับสิบคู่ แต่งกายเหมือนกับไปงานบอลล์ ปลดปล่อย ลีลา น่าดู น่าชม ก็ว่ากันไป สนุกสนานกันอีกแบบ

มาถึงยุค 2000 แทบจะหาของดูฟรี ไม่มีแล้ว จะมีที่ได้ข่าวแจก ก็มีที่ เสรีเซนเตอร์ ถนนศรีนครินทร์ จะมี ชมรมลีลาศ มีการสอนเต้นรำ และมีกิจกรรมทุกอาทิตย์ มีงานลีลาศ ให้แสดงออกสำหรับสมาชิก หรือบุคคลทั่วไป ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าสมาชิก ฯลฯ หรือไม่ ในปัจจุบันก็ต้องไปที่ บางปู สะพานสุขตาในอดีต ที่ปรับปรุงใหม่ มีอาหาร ดนตรีลีลาศ ทุกวันเสาร์ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง รวมถึงบัตรเข้าสถานที่ และต้องสั่งอาหาร มาวางบนโต๊ะอีก เมื่อตอนที่ยังมี lancer ขับ เคยโฉบไปเพื่อถามหาบรรยากาศเก่า ๆ ซึ่งตอนนั้น กำลังเริ่มปรับปรุง บรรยากาศก็ยังเหมือนเดิม แต่คุณน้อย บ่น ของแพง มันก็คงเป็นไปตามยุค จะให้ขายเบียร์ ขวดละ 20 บาท ได้หรือ ? ไปไกลถึงบางปูแล้ว กลับมาสวนลุม ฯ ดีกว่า....
                                                                                                                                
ที่สนุกสนาน ก็ตอนที่วงบอยไทย ซึ่งขณะนี้กำลังโด่งดัง มาแสดง คนดู คนฟังจะคึกคักมาได้ใจไปเต็ม ๆ เพราะเพลงที่เอามาเล่น มาบรรเลง ส่วนใหญ่จะค้นหูกันดี เลยฟังง่าย สนุกสนาน ทุกคนได้สัมผัส ขุนอิน ที่แสดงในภาพยนตร์ เป็น ๆ แล้วก็เลือกเพลง มาตรึง อารมณ์ ทำให้คนมีส่วนร่วม เป็นอย่างมาก แต่ก็จะเสียอารมณ์ไปบ้าง กว่าที่จะได้ชมการบรรเลง เพราะคุณผู้หญิง ที่เป็นผู้จัดการวง จะพูดมาก พูดกินเวลาเนิ่นนานไปมาก แถมยกย่องเชียร์ นักดนตรีในสังกัดอย่างออกนอกหน้า พาดไปหาคนอื่น ที่แยกวงออกไป ธุรกิจก็จะทำให้คนเป็นแบบนี้ อาทิตย์อื่น ๆ ก็สลับเปลี่ยนการแสดงวงอื่น ๆ ต่อไป เช่น วงที่ชนะเลิศจากการ ประกวดของกรุงเทพมหานคร วงแจ๊ส ของมหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงดนตรีไทย ประกอบการแสดงต่าง ๆ เช่น โขน

มาฟัง มาชมดนตรีในสวน ที่สวนลุมพินี ถ้าเอารถมาเองจะลำบากสักหน่อย เพราะที่จอดรถของสวนลุม ฯ ที่จัดไว้ให้อยู่คนละมุมกับ สวนปาล์ม ที่ทำการแสดง ไปทางด้านหน้าสถานีตำรวจ ฯ ถนนวิทยุ นอกจากคนที่มาสวนลุม จนคุ้นเคย จึงจะรู้ว่า จอดรถตรงไหน สะดวกที่สุด เพื่อเดินเข้ามาภายในสวน ถือเป็นความสามรถเฉพาะตัวเลยทีเดียว  ถ้าไม่ลำบากมารถขนส่งมวลชน รถเมล์จะสดวกที่สุด  ยิ่งเดี๋ยวนี้มีทั้งรถ ไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน  (....ส่วนใหญ่เราอาศัยรถแอร์ ปอ.514 หรือ 77 ถ้ามาจากตลาดนัดจตุจักร ) และที่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ รถแท๊กซี่ 

วันไหนดนตรีเลิกแล้ว...วันดี วันพอจะมี ก็ไปต่อข้าวต้ม สะพานเหลือง หรือ เลยไปเยาวราช บางครั้งก็ไปต่อที่ CARTON เจ้าเก่าของชีวิต ที่สีลม ก็ยังเคย ไปรื้อฟื้นความหลังในอดีต กับทั้งเพื่อน พี่ที่ร่วมงาน รวมถึงคนที่เคยใกล้ชิด หลายท่านที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ในอดีตที่ผ่านมา ....เรื่อง ไร้ทุกข์ สนุกสนาน เมื่อไหร่ที่ทำได้ ไม่ต้องบอก จะไปในทันใด จะทำในทันที ไม่ต้องรอให้ใครมา....แล้วพูดเหมือนที่เขาชอบพูดกัน เมื่อ....

มีข้อควรสังเกตุ ที่จะต้องคำนึงถึง เพราะเป็นธรรมดา ที่สวนสาธารณะ จะต้องมี กฎ ระเบียบที่ต้องปฎิบัติ สำหรับผู้มาใช้บริการ ที่ยอมรับ และรู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า...ห้ามดื่ม และจำหน่ายสุรา ....ห้ามสูบบุหรี่ ...แต่ก็อย่างว่า แหละ...คอเพลงอย่างเรา และก็อีกหลาย ๆ คน บางทีเป็นกลุ่ม ก็ยังต้องแอบกระมิดกระเมี้ยน หลบภาชนะ อาศัยยกขึ้นดื่มแบบเกรงใจสถานที่ ยังดีที่ไม่มีคอเหล้าแบบ เจี้ยวจ้าว หรือ คอสุราพาลำบาก มามีรสนิยมในสวนนี้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติ แต่บางทีก็มีเจ้าหน้าที่ หรือ พิธีกร พูดออกไมค์ ให้กระดากใจเหมือนกัน มีเพียงบุหรี่ ที่จะโชยกลิ่มมาแบบไม่เห็นคนสูบ คงยืนพิงหลังต้นปาล์ม


อีกเรื่องคือ ห้องน้ำ เก็บค่าบริการ 2 บาท ก็ไม่ว่ากัน แต่บางจุดมีป้าย บริการฟรี จึงอยากจะถามทางกทม. ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ อาจจะเป็นพวกที่มาออกกำลังกาย โวยเอาละมั้ง ? ถึงได้เก็บบ้าง ไม่เก็บบ้าง หรือคิดว่า อยาก ฉี่ ฟรี ก็เดินเอาหน่อย ไม่ได้มีปัญญาอะไรมากมายหรอกนะ ...เพียงแต่สงสัย ยังหาคำตอบไม่ได้ จะถามคนดูแล ก็กลัวถมึงตาใส่ เพราะที่ฟรี ก็จะมีกระดาษวาง พร้อมป้ายบอก ๕ บาท เหมือนแกล้ง ๆ เก็บตังค์โดยปริยาย.

*....อย่างที่เล่าเรื่อง ดนตรีในสวน บอกเอาไว้แล้วว่า เทศกาลดนตรีในสวน มีระยะเวลาการแสดง ประมาณ 3 เดือน นอกจากที่สวนลุมพินี ก็ยังมีตามสวนอื่น ๆ เช่นกัน แต่ไม่ใช่เป็นโปรแกรมประจำปี เหมือนที่นี่ ที่ถือ เป็นเทศกาลดนตรีในสวนไปแล้ว สถานที่อื่น ๆ ก็จะมีเอกชนเข้าไปจัดแล้วแต่จะมี ....รายการทำให้สังคม ของกรุงเทพมหานคร   จัดกันมาต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ปีนี้ ปีที่พิมพ์บันทึก เข้าปีที่ 20 แล้ว คิดว่าคงจะอยุ่ต่อ ๆ ไป เพื่อให้คนกรุงเทพ ได้มีทางเลือกพักผ่อน ฟังเพลงสบาย ๆ ตามแบบฉบับที่โลกสากลเขามีกัน ...สำหรับตัวเรา ดูเหมือนส่วนโปรแกรมประจำชีวิตเข้าไปแล้ว ขอเพียงมีค่ารถ ไป -กลับ หรือ จะหิ้วอะไรไปประกอบการฟัง

 ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ ทำตัวเองให้มีความสุข แม้เพียงแค่สองสามชั่วโมง ก็ดื่มด่ำ ถ้าเมื่อไหร่ ที่ชีวิต ทำแบบนี้ไม่ได้ แสดงว่า ชีวิตคงถึงจุด ที่จะต้องบอกกับตัวเองว่า ....พอกันทีสำหรับชีวิต ถ้าจะลืมที่จะหายใจ ก็ลืมมัน ไป ซะ !.....*

บันทึกเมื่อ.....21 มกราคม 2551.....เวลา 20.35 น.   โปรดติดตาม... เล่าเรื่อง เรื่องเล่า อืน ๆ ต่อไป

พิมพ์เสร็จ.......27 ตุลาคม 2555                      ขอบคุณ....จบ.....เล่าเรื่อง ฟังดนตรี เถิด.....ชื่นใจ



                                                             

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.