วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

5.1 พาเพลิน เดินเที่ยว...


 ตลาดนัดสนามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2501 จนถึง ปี พ.ศ.2525









 ก่อนจะ มาเป็นที่...
 จตุจักร.






ก่อนจะ มาเป็นที่.....จตุจักร..... ตลาดนัด มาจากทุ่งพระเมรุ สนามหลวงมาก่อน และก่อนที่จะมาถึงสนามหลวง ก็มีจุดเริ่มต้นมาจาก.....ตลาดนัดมีความเป็นมายาวนานกว่า 60 ปี มาแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ในปี พ.ศ.2491 รัฐบาลในสมัยนั้น คือ รัฐบาลที่มี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้มี ตลาดนัดทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อของถูก และให้เกษตรกร และผู้ผลิด ได้นำสินค้ามาจำหน่ายให้ผู้บริโภค หรือ ประชาชนโดยตรง สำหรับกรุงเทพนั้น เลือกเอา สนามหลวง เป็นที่จัดตลาดนัด ใน วันเสาร์และอาทิตย์ จัดอยู่ได้ไม่ถึงปี เนื่องจากสนามหลวง กิจกรรมงานพิธี และเป็นที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน เพื่องานพระราชพิธี ต่าง ๆ จึงย้ายตลาดนัด จากสนามหลวง ไปจัดที่ บริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์ และบริเวณริมคลองหลอด ไปจนถึงปากคลองตลาด ...ต่อมาสถานที่เริ่มคับแคบ ไม่สะดวกในการจัดร้านค้า ทั้งคนขายและคนซื้อ แออัด จึงขยับเพิ่มพื้นที่ทางด้านสนามไชย ฝั่งตรงข้ามวัดพระแก้ว สภาพก็ยังเป็นเช่นเดิม จึงย้ายกลับไปที่บริเวณ สนามหลวง ในปี พ.ศ.2501 ตลาดนัดสนามหลวง อยู่คู่กรุงเทพมานานร่วม 30 ปี ก็ถึงวาระจะต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2521 หลังจากที่กรุงเทพ ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองท้องถิ่น จากเทศบาลนครกรุงเทพ มาเป็น กรุงเทพมหานคร มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร มีนโยบาย ที่จะให้สนามหลวง เป็นที่พักผ่อนย่อนใจของคนกรุง ประกอบกับสนามหลวง ต้องใช้เป็นสถานที่ประกอบงานพระราชพิธี อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะจะต้องเตรียมจัดงาน ในปี พ.ศ. 2525 ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี



การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี ในสมัยนั้น จึงได้มอบที่ดินย่านพหลโยธิน ตอนต่อจากสวนจตุจักรด้านทิศใต้ ให้แก่ กรุงเทพมหานคร เช่า เพื่อใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ ดังนั้น กรุงเทพมหานคร ได้ปรับพื้นที่ เพื่อให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ขณะเดียวกันก็จะย้าย ผู้ค้าจากสนามหลวง และบริเวณแผงขายหนังสือ หลังพระแม่ธรณีบีบมวยผม มาด้วย มีการเยื้อสุดกำลังของผู้ค้า จะไม่ยอมย้าย...หาเหตุว่า สถานที่ห่างไกลจากสนามหลวง มีการประท้วง ชุมนุมวุ่นวายไปหมด จนมาสำเร็จเอาเมื่อปี พ.ศ.2525 โดยใช้ชือว่า ตลาดนัดย่านพหลโยธิน  ต่อมา  ปี พ.ศ. 2530 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น......." ตลาดนัดจตุจักร "


สนามหลวง เมื่อกล่าวถึง เสี้ยว....ของชีวิต  เสี้ยวหนึ่งจะผ่านไปไม่เล่าถึง ตำนานชีวิต ที่เกี่ยวพันกับสนามหลวง คงไม่ได้ ชีวิตในวัยเด็กนั้นเติบโตมาจากการวิ่งเล่น ที่สนามหลวง สนามหลวงเป็นเหมือน สนามชีวิต สนามหลวง ในสมัยนั้นเป็นที่ สารพัดประโยชน์ สำหรับประชาชน เวลาไม่มีงานเทศกาลใด สนามหลวง จะเป็นที่เช่า หัดขี่ จักรยานสองล้อ พอถึงเทศกาลกีฬาไทย มีทั้งตระกร้อวง ข้ามตาข่าย หมากรุก โดยเฉพาะแข่งขันว่าวจุฬา และปักเป้า รวมถึงว่าวนานาชาติ นานาชนิด เด็ก ๆ ในตอนนั้นจะสนุกกันมาก นอกจากนั้นยังจะมีร้านอาหาร เรียงเป็นแถวตลอดหน้าธรรมศาสตร์ ตอนหน้าหอประชุม มีดนตรีประเภท สตริงค์คอมโบ้ หรือ วงชาโด้ เป็นที่นั่งเก้าอี้ผ้าใบ กิน ดื่ม แม่โขง เป็กละบาทเดียว

สถานที่ทำให้กำเหนิด วงดนตรีมากมายใน ยุคซิคตี้ เช่น วงดนตรีซิลเวอร์แซนด์ สร้างให้ คุณวิรัช อยู่ถาวร โด่งดัง มาจนถึงทุกวันนี้ ...วง พี เอ็ม ไฟท์ ดอน สอนระเบียบ ก็ผ่านสนามหลวง รวมถึง เดอะดริ๊ฟเตอร์ วิสูตร ตุงคะรัตน์ เอลวิสไทยแลนด์ และอีกหลายวง ....มนตร์เสน่ห์ของการเล่นว่าว ที่สนามหลวง อยู่ตรงที่ได้ กิน บาร์เยียทอด หมูสะเต๊ะ เมื่ยงคำ ฯลฯ ส้มตำยังไม่ฮิท ....สนามหลวง จะเป็น ศูนย์กลางของคนกรุงเทพ และคนที่มาจากต่างจังหวัด เป็นที่รวมของรถเมล์ ที่จะอาศัยเดินทางไปทั่วกรุงเทพ.......(จะได้ เล่าเรื่อง...เมื่อกล่าวถึง บาง สี้ยว.....ของชีวิต ในตอนต่อไป )

คนที่เป็นเจ้าของ พื้นที่ทำกิน มาตั้งแต่ย้ายมาจากสนามหลวง ปัจจุบันเป็นเศรษฐี เสือนอนกิน กันไปเกือบหมดแล้ว .....ค้าขายแค่อาทิตย์ละ 2 วัน วันเสาร์กับวันอาทิตย์ เดือนหนึ่งค้าขายแค่ 8 วัน ไม่มีวันชดเชย วันเทศกาลใด ๆ เพิ่มให้ ค่าเซ้งโอนกรรมสิทธิ์ เป็นล้าน ขนาดเหลือเวลาสัญญาของกทม.กับการรถไฟ อีกสองปี (กทม.จะหมด ครบสัญญาเช่ากับการรถไฟ ในต้นปี 2555 ) ยังราคาขนาดนี้ แล้วย้อนไปพวกที่โอนกันก่อนหน้านี้ จะได้ราคาเท่าไหร่ ? ถ้าจะเช่าก็ตกอาทิตย์ละ 1 หมื่นถึงสองหมื่นบาท แล้วแต่ทำเล ล๊อคหนึ่งก็ประมาณ 4 ตารางเมตร ต้องขายของให้ได้กำไรอาทิตย์ละ 5 พันบาท ถึงจะ ทู่ซี้ อยู่ได้ นี่หมายถึง คนค้าขายจริง ๆ ไม่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่อง ไม่นับพวกเช่าแผงไว้ฟอกเงิน หรือ พวกไม่รู้จะทำอะไร ก็มีกิน...หรือ ประเภทมาหาทำเลให้ คุณ ๆ มีอะไรทำจะไม่ตาม ไป ราวี บ้านใหญ่

มุมองในภาพรวม ตลาดนัดจตุจักร เป็นชุมชน ชุมนุมคนสารพัดประเภท ที่ยิ่งใหญ่มาก มีคนจากทั่วทุกมุมโลก มาที่นี่ มีนักท่องเที่ยว พ่อค้า นักธุรกิจ ตลอดจนนักการทูต เอกอัครราชทูต ประธานาธิบดี หรือ เจ้าผู้ครองนคร เจ้าฟ้าชาย-เจ้าฟ้าหญิง จากทั่วโลก มาสัมผัสตลาดนัดจตุจักร ไม่เว้นแม้กระทั่ง ราชวงศ์ของไทย แทบทุกพระองค์ เสด็จมาเยือน ตลาดนัดจตุจักร....เดินเพลิน ๆ ก็จะได้ประสบ สมเด็จพระเทพ ฯ ท่านเสด็จมาที่ร้าน ภูชี้ฟ้า และ ร้านจิตรลดา ร้านในโครงการ ฯ ยิ่งพระเจ้าหลานเธอ ทั้งสองพระองค์ เสด็จมาบ่อยมาก แถมบางโอกาส ยังร่วมเสวย ส้มตำ ร้านฝุ่น ตลบ คนที่นั่งอยู่ก่อน ก็เลยไม่กล้าเคี้ยวเสียงดัง..... จะเห็นได้ด้วยตนเองว่า ตลาดนัดจตุจักร เสมอภาคกันหมด ทุกชนชั้น ไม่เคยปิดกั้น เฉพาะบุคคล อดีตประธานาธิบดี บิล คิลตัน ก็ยังเคยมาเดิน ซดน้ำ อึก ๆ เพราะร้อน เสียดายที่ไม่มีกล้องอยู่ในมือ เลยอดเห็นภาพประทับใจ

ปัจจุบัน ตลาดนัดจตุจักร กลายเป็นศูนย์กลาง ทำให้พื้นที่รอบ ๆ อาณาบริเวณใกล้เคียง ขยายชุมชนค้าขาย เพิ่มขึ้นมากมาย ด้านทิศเหนือ ก็มี จตุจักรพลาซ่า เป็นที่รวมงานหัถศิลป ของตกแต่งเรือนชั้นสูง เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ฯลฯ เลยขึ้นไป ก็จะเป็น j j Malls ที่นี่เปิดทุกวัน ทำเลดี ดูมีระเบียบ สินค้าก็จะเป็นอีกระดับหนึ่ง ดูดี ไม่มีคละเคล้า ติดแอร์ เดินเย็นสบาย ไม่ต้องตากแดดเหมือนตลาดนัดจตุจักร เสาร์-อาทิตย์ จึงมีคนถ่ายเทมาที่นี่ หนาแน่นพอสมควร ห้องน้ำสะอาด ฟรี อีกต่างหาก เราเองก็มาใช้บริการตบท้ายหลังจากเดิน มานั่งกิน ดื่ม กลืน   กาแฟ ร้านกาแฟแบ๊คแคนย่อน โดยมีคุณน้อย มาร่วมสมทบบ้าง ตามกาลเวลา หรือ ไม่ ก็ เป็นไกด์ พาน้องสาว บ้านบางเขน หรือ เพื่อน ๆ สนิท ในแวดวง .....แต่ทั้งสองแห่ง วันอื่น ๆ จะเงียบเหงา ต้องรออนิสงฆ์ จากตลาดนัดจตุจักร

ทางด้านตะวันออก เลยไปทางทิศเหนือของตลาดนัดจตุจักร ติดสวนจตุจักร และสวนรถไฟก็จะได้ประโยชน์จากตลาดนัดจตุจักร เช่นกัน ด้านนี้ จะเป็นโซนสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ pet shop ของประดับตกแต่ง หลากหลาย ทั้งกรง กล่องใส่ แบกหิ้ว เสื้อผ้า อาหารสัตว์ ตู้ปลา ฯลฯ โดยเฉพาะนก ปลา สุนัข และสารพัดสัตว์นำเข้า ตามความนินยมของไฮโซ หรือ คนชอบเลี้ยงสัตว์แปลก   *

* TOWN SQUARE ..... กำลังปรับปรุงพื้นที่ ก่อสร้างอาคาร ใหญ่มโหฬาร ทันสมัย .....ก่อนจะดำเนินการรื้อถอนอาคาร แผงเก่า สร้างใหม่ได้ ก็ต้องเล่นเอาล่อเอาเถิด กับผู้เช่าเดิม รวมถึงผู้บุกรุก ถึงขั้นตลุมบอน ....เป็นข่าว ขึ้นหน้าหนึ่ง อยู่หลายวัน เหมือนกรณี ชูวิทย์ ....เมืองไทย นี่แปลก แต่จริง เวลาจะไล่ที่ ทั้ง ๆ ที่หมดสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่ามักดื้อแพ่ง อิดออด จนต้องฟ้องขับไล่กัน ทำตามขั้นตอนของกฏหมาย มันก็ยังไม่จบ จะต้องมี มาเฟีย คนใส่ชุดดำ ชุดซาฟารี จะคนมีสี หรือไม่ ไม่ยืนยัน พร้อมรถแบคโฮ ลุยไถดะ เกือบทุกที่  ไม่เคยเห็นผู้เช่ารายเดิมค่อย ๆ ขนย้ายออกไป พ้นจากวิธีนี้ ก็ยังมีวิธีดั้งเดิม ที่ใช้กันเป็นอาจินต์ เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก กำลังคนก็ไม่ต้องเกณฑ์ ใช้แรงงานแค่สองคนก็เกินพอ ....วางเพลิง เผา แล้วจะได้เป็น....ไฟฟ้าลัดวงจร ตามสูตร จบ แบบน้ำตาอาบสองแก้ม นาฬิกาบอกเวลา สิ้นสุดกันที...... *

มีเรื่องตลกแบบเงียบ ๆ จะเล่าสู่กันอ่าน.....ก่อนที่จะเกิดเป็นอาคารชั้น ๆ ตอนเริ่มโครงการมีวัตถุประสงค์ ติดป้ายประกาศชัดเจน ว่า เป็นอาคาร บริการจอดรถ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า สถานที่จอดรถเป็นปัญหาสำหรับคนมาเดินเที่ยวตลาดนัดจตุจักร ที่หหวังจะได้จอด เช่น บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือ หมอชิตเก่า เจอผู้ค้ามาแต่ไก่ขัน เต็มเกือบหมดพื้นที่แล้ว ที่จอดรถที่ทางกทม.จัดให้ บริเวสวนเบญจสิริ ก็ไกลพอสมควร ผู้ดำเนินการเช่าที่รถไฟ เช่นกัน ทางด้านทิศใต้ ตรงข้ามประตูทางเข้า ตลาดนัดจตุจักร ประตู 1 ถนนกำแพงเพชร 2 ถนนที่มุ่งไปสถานีขนส่ง หมอชิตใหม่ ....หวังทำธุรกิจรับจอดรถ จึงสร้างอาคารจอดรถ เป็นชั้น ๆ ประมาณ 4-5 ชั้น จอดรถได้เป็นร้อย ๆ คัน ดำเนิการเสร็จไปเกือบ 100 % เกิดเปลี่ยนใจดัดแปลงอาคารสองถึงสามชั้น เป็นล๊อค เป็นร้านค้าเครื่องเรือนไม้ แต่เมื่อเปิดดำเนินกิจการแล้ว ยังเหงา ๆ อยู่ คนเซ้งคนเช่า กำลังใจหายใจคว่ำ เพราะคนลงรถเมล์ ก็เพียงเดินผ่านข้ามไปฝั่งตลาดนัดจตุจักร และ j j มอลลล์ เป็นส่วนใหญ่ ..... * กำลังขยับขยาย เป็น J J OUTLET *

*.....ที่กำลังเฝ้ามองอยู่ในขณะพิมพ์บันทึกอยู่ในขณะนี้ คือ การเกิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่บริเวณตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร ด้านทิศใต้ ฝั่งตรงสามแยก หน้าตลาด อ.ต.ก. ....อินน์ สแควร์...อลังการณ์งานสร้าง จะเป็นศูนย์ ฯ รวมสินค้าที่น่าจับตา เพราะโฆษณา แบ่งโซนที่เช่า เซ้งล๊อคชัดเจน ขณะนี้ก่อสร้างไปได้ 70-80 % แล้ว คาดว่าจะเปิดสิ้นปี 2555 หรือต้นปี 2556 นี้แน่ ผู้มาเที่ยวตลาดนัดจตุจักร จะมีที่เดินเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภค มีสิทธิ์เลือกเดิน และทำให้ มีการแข่งขันทางด้านธุรกิจ ทวีคูณยิ่งขึ้นในบริเวณ ย่านพหลโยธิน.....  *

ในบริเวณ ตลาดนัดจตุจักร  ห้ามสูบบุหรี่

 ตลาดนัดจตุจักร ก่อนยุค คุณอภิรักษ์ ในสมัยที่ คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่า ฯ ได้สร้างมิติใหม่ ให้กับตลาดนัดจตุจักร จัดให้มีร้านอาหารราคาถูก ในราคาจานละ 12 บาท กับข้าวสองอย่าง 15 บาท ( * ไม่มีแล้ว * ) และห้ามรถเข้ามาในบริเวณตลาดนัด ตั้งแต่เวลา 12.00 - 18.00 น. ห้ามสูบบุหรี่ เดี๋ยวนี้ก็ยังยึดถือปฎิบัติอยู่ ทำให้คนที่มาเดินเที่ยว สะดวกสบายในการเดินขึ้น ร้านค้าที่อยู่บริเวณริมถนนรอบ ๆ ก็ได้รับประโยชน์ กลายเป็นทำเลทองคำ เพิ่มมูลค่าขึ้นมาอีก ขยับขยายอาณาเขตเพิ่มโต๊ะ เพิ่มขอบเขตค้าขายเพิ่มขึ้น ต้องเข้มงวดกวดขันกันทุกอาทิตย์ ได้คืบแล้วจะเอาศอก เป็นธรรมดาของพ่อค้า-แม่ค้า รวมถึงกิจการที่อื่นด้วย ....ในยุค คุณอภิรักษ์ เกิดการระบาดของไข้หวัดนก ทำให้โซนทิศเหนือ ซึ่งเป็นโซนสัตว์เลี้ยงทั้งไก่และนก อีกทั้งเป็นที่รวมขยะมาสุมไว้ รอรถมาขนไปทิ้ง  ต้องถูกชะตากรรมธรรมชาติ ถูกกำจัดพื้นที่ โล๊ะทิ้งก่อสร้างเป็น ล๊อคพาณิชย์ ให้เช่าค้าขายอย่างอื่นแทน รวมทั้งมี ธนาคารกสิกรไทย เข้ามาเปิดสาขา ทำให้ดูสะอาดและเดินได้ปราศจาก กลิ่นและความกลัวไข้หวัดนก.

* .....  ก่อนที่จะ พิมพ์ เล่าเรื่อง  พาเพลิน เดินเที่ยว ตลาดนัดจตุจักร ลงในบล๊อก ตามที่ได้บันทึกเอาไว้
ขอแทรก เหตุการณ์ ที่ต่อเนื่องจากความเปลี่ยนแปลง ....*

ตลาดนัดจตุจักร  โดยการดำเนินการของ กรุงเทพมหานคร ได้ครบสัญญาเช่า กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อต้นปี  พ.ศ. 2555 ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย เล็ก ๆ กับกลุ่มคนที่ค้าขาย มีการจัดม๊อบ สร้างม๊อบ เพื่อต่อต้าน มิให้การรถไฟเข้ามาดำเนินการ โดยอ้าง พ่อค้านายทุน จะเข้ามาฮุบกิจการ และต่อต้านการขึ้นค่าเช่า ทั้งกับกทม. และผู้ค้า  ร้องเรียน ไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และปิดถนนพหลโยธิน ทางกทม. ถึงกับอ้างมติ ครม. เมื่อปี 2523 ที่ให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตลดาดนัดจตุจักร โดยไม่คำนึงถึงสัญญาเช่า ซึ่งมีระยะเวลา ที่คู่สัญญา ทั้งสองฝ่าย ต้องปฎิบัติตามสัญญา ที่ลงนามต่อกันไว้ 

 ผลของการร้องแรกแหกกระเฌอ ดื้อดึง ของกทม. และผู้ค้าบางส่วน ไม่เป็นผลสำเร็จ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งคณะกรรมการ เข้าดำเนินการตลาดนัดจตุจักร ทันทีเมื่อครบสัญญาเช่า ตามผลของกฎหมาย แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีพวกพ่อค้า รวมกันต่อต้านในเรื่อง ค่าเช่า ที การรถไฟ ให้มาทำสัญญาใหม่ อีกนับร้อยแผง  และรวมถึงกรุงเทพมหานคร ยังไม่ส่งมอบอาคาร ที่ทำการ กองอำนวยการ โดยฟ้องศาล เพื่อเรียกค่าเสียหาย และตีราคาอาคารที่การถไฟจะต้องจ่าย....

 










โดยภาพรวมนับตั้งแต่การรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ามาเป็นผู้บริหารกิจการตลาดนัดจตุจักร ต้องอาศัยตู้คอนเทรนเนอร์ และกางเต้น ทำงานกัน เดือน แรก ๆ ก็ดูจะขลุกขลักบ้าง แต่มาถึงขณะพิมพ์บันทึก ค่อนข้างจะเข้าที่เข้าทางพอสมควร การจัดระเบียบผู้ค้า ดีขึ้นในระดับหนึ่ง . * """"ล่าสุด..ในวันที่จะนำบล๊อก เผยแพร่...18 กุมภาพันธ์ 2556"""""หลังจากที่ การรถไฟบริหารตลาดนัดจตุจักร มาครบ หนึ่งปี ได้เปลี่ยนแปลง ให้รถเข้ามาจอด สองข้างถนนที่ ทำเป็นทางเดิน ตั้งแต่ 12.00 - 18.00 น.ห้ามไม่ให้นำรถเข้ามาจอด ....เมื่อวานนี้ 17 กพ. 56 ไปเดินตามปกติ แต่.....มีรถ เข้ามาจอด...ทำให้เกิดมลพิษ ท่อไอเสีย และการเดิน สับสน สับหลีกรถ ชุลมุนวุ่นวาย รวมถึง บรรดาร้านค้า นำเอา โต๊ะ เก้าอี้ มาวาง กั๊ก ไม่ให้จอดบังหน้าร้าน ...ไม่รู้คิดอย่างไร ?...สอบถาม แล้ว เห็น ผู้ที่น่าจะเป็นผู้ใหญ่ ในการรถไฟ เพราะ บ่าเต็มยศ ไม่มีที่ให้เพิ่มติด อะไรแล้ว...บอกว่า อยู่ระหว่างทดลอง ...(เอาสตาค์ ค่าจอดรถ) แปลกจริง ๆ ประเทศไทย...อะไร ที่ผู้รับผิดชอบเก่า ทำเอาไว้ ดี  ก็จะถูก ท้าทาย หรือ เปลี่ยนแปลง....?......ปัจจุบัน ....สิงหาคม 2556 กลับมา ห้ามนำรถเข้ามาจอด แล้ว ระเบียบ บริหารจัดการ ริมถนน ดีขึ้นมาก......








 










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

add comments.