วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

1. อารัมภบท...





 .....รำพึง ถึง ตัวตน.

    บันทึกฉบับนี้ เขียน เพื่อตัวเอง ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ตั้งใจจะเขียน เมื่อย่างเข้าสู่ วัย 60 ปี  ที่ใกล้เดินทางมาถึง ในอีกไม่ช้านี้ เขียนในสิ่งที่ตัวเองรับรู้ ได้ไปเห็น ได้ไปพบ ประกอบด้วยอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด และอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิต เอาไว้อ่าน  เวลาเหงา เวลาที่ตัวเองใกล้หมดกำลังใจ เกือบจะท้อแท้ และพยายามจะไม่สิ้นหวัง ถึงแม้ว่ามาจนถึงขณะนี้ ลึก ๆ แล้ว ถึงจะหวังอะไรไว้บ้าง ก็ต้องทำใจ บางขณะยังแอบถามตัวเอง ว่า ยังจะหวังอะไรกับชีวิต .....

เขียนบันทึกชีวิต ไว้แก้เหงา ซะมากกว่า เพราะบางทีชีวิตมีอะไรมากดดัน นอกจากจะเดินเรื่อย เปื่อย ไปให้สุดทางที่แรงพาไปได้ เหนื่อย เมื่อย จะได้มานอนหลับ และก็ยังอยากจะพูด จะคุย อะไรออกมาบ้าง ก็ไม่มีใครทนรับฟังความทุกข์ ไม่มีใครเป็นท่อให้ระบาย ไม่มีคนพูดคุยด้วย ก็ยังมี บันทึก ได้ระบายออกมาเป็นตัวอักษร มันอาจจะเป็นการฝึกสมองไปในตัว ไว้เพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ที่เมื่อย่างเข้าสู่วัยนี้ ใคร ๆ เขากลัวกัน


           ฝรั่ง เขาว่ากันไว้ว่า วัยนี้ ( ก็วัย 60 ปี นี่แหละ ไม่อยากเขียนย้ำ ตัวเลขบ่อยนัก เพราะมันก็ ใจหายเหมือนกัน ถึงจะจำยอมรับความจริงก็เถอะ ) เป็นวัยฉกรรจ์ เป็นวัย ต้องวางเฉย ไปท่องเที่ยว ใช้ชีวิต ผักผ่อน ให้คุ้ม ....คนจีน บอก แซยิด ต้องฉลอง ดีใจที่มาถึงวันนี้ ส่วนคนไทย บอกว่า เป็น ผู้สูงวัย หรือ สว. คือ คนแก่ ผู้ที่ลูกหลานต้องเก็บไว้ ไม่ต้องไปไหน เฝ้าบ้าน อยู่ดูแลเลี้ยงหลาน หรือ ไม่ถ้าพอจะมีที่ทาง ก็ทำสวน ปลูกต้นไม้ มีอันจะเหลือกิน เหลือไว้ใช้ มีรสนิยม ก็ปลูกกล้วยไม้ ทำสวนครัว หรือไม่ต้องทำอะไร เพราะกลัวจะหกล้ม แล้วต้องรักษาพยาบาลกัน เป็นภาระ ถ้าอยู่ตามชนบท ก็ฝึกเดิน .....เดินเข้าวัด ไปหัดสวดมนต์ ฟังเทศน์ คุยธรรมะ อ่านหนังสือ โดยเฉพาะบทสวดมนต์ต่าง ๆ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิง ยิ่งเคร่งโดยอัตโนมัติ วันพระ จะต้องไปวัด ถือศีล 8 ไม่งั้นก็ต้องเลี้ยง ลูกของลูก นั่งชื่นชม ที่ได้เป็น คุณย่า - คุณยาย ....หันมาถามตัวเอง ว่า...แล้วเราล่ะ จะเลือก อยู่ตำแหน่งอะไร ?

                 
จะตอบให้ก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้น ...จะ ทำอะไรที่ชอบ ทำอะไรที่อยากทำ ไปไหน เองได้ ก็จะไป.....ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน .....อยากจะกินอะไร มีปัญญาหากินเองได้ ก็จะกิน ไม่ต้องรอ ให้ใครมาเคาะโลง ....ไปที่ชอบ ที่ชอบ .....เถิด ของอร่อย ๆ ของดี ๆ เอามาวางไว้ให้ ( ข้างโลง ) กินนะ แล้วจะใส่บาตรไปให้อีก เที่ยวทำบุญตรวจน้ำไปให้ มันได้ผลทางใจ แต่มันไม่ได้ รูป รส กลิ่น สัมผัส ตอนมีชีวิต ไม่มาชวน ไปกิน ไปเที่ยว....เชอะ !



* ..... บันทึก ที่เขียนอยู่นี่ ข้อเท็จจริง เป็นเรื่อง ส่วนตัว....เป็น ไดอารี่ย์ชีวิต ใครที่เข้ามาอ่าน หรือ มารับรู้ ก็ขอให้นึกเสียว่า อ่านตัวหนังสือ  เล่าเรื่อง ให้มีอารมณ์สุนทรีย์ ปราศจากอคติใด ๆ ทั้งมวล นอกจากนั้นเมื่อตายไปแล้ว ตัวเองขณะที่ยังไม่ลืมหายใจ หรือ คนใกล้ชิด มีทุนรอน เพียงพอ  พิมพ์ เอาไปให้คนที่มานั่งพนมมือ หรือ มาร่วม งานสละร่าง มาวางดอกไม้ประดิษฐ์ เอาไปอ่าน จักได้รับรู้  ตัวตน ที่แท้จริงยิ่งขึ้น   อ่านแล้ว อย่า ซีเรียส .....บันทึกเอามาลงไว้ในนี้ บางตอน บางเรื่อง อาจมีการกล่าวถึงคนรอบข้าง ตามสถานะเหตุการณ์ จะมี วงเล็บ หรือ หมายเหตุ อธิบายความ ใคร อะไร ที่ไหน จะได้เข้าใจ นึกภาพชัดเจนขึ้น และอีกครั้ง....

กราบขออภัย ท่านที่มีชื่อ ถูกกล่าวในบันทึก ที่ล่วงลับ ไปบ้างแล้ว และที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามีข้อตำหนิ หรือ ว่ากล่าวต่อกัน ขออย่าได้ถือสา เอามาเป็นอารมณ์ หรือโต้แย้งใด ๆ บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นประวัติศาสตร์ ที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง หลายเรื่อง เขียนตามเหตุการณ์ ความจริง ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่าเอาไปคิดอะไรมาก ถือเสียว่าได้รับรู้อีกทางหนึ่ง.... *


บันทึกเมื่อ.....26 ธันวาคม 2550.....เวลา 20.20 น.
 


ต้องกลับมาย้ำชัด ๆ อีกครั้งว่า เรื่องราว เนื้อหา สาระ เล่าเรื่องเรื่องเล่า ที่จะบันทึกต่อไป เมื่อย่างเข้าสู่ 60 จุดมุ่งหมาย คือ เขียน บันทึก ที่มาจากชีวิต ผ่านประสบการณ์ อารมณ์ ความคิด ความจริงที่เจอะเจอ ไม่มีอะไรที่เป็นจินตนาการ ไม่ใช่หนังสือ ชีวประวัติของตัวเอง ไม่ได้เรียบเรียง ขั้นตอนเรื่องราว ก่อน หน้าหลัง ไม่มีเหตุการณ์ต่อเนื่อง ตามวันเวลาที่ผ่านมา เขียนบันทึกไว้ไปตามอารมณ์ ที่นึกคิด จะเขียน เล่าเรื่องอะไร ?..... ตัวบุคคลที่กล่าวถึง ไม่ใช่ตัวละคอน หรือ ตุ๊กตา มีตัวตนไม่มีความเกลียดชัง และปราศจากอคติใด ๆ เขียนบันทึกไปตามเหตุการณ์ ที่เข้ามาหาตัวเอง หรือ ตัวเองเข้าไปหา ไปเกี่ยวข้อง

เมื่อกล่าวถึง เพื่อขยายความ-ข้อเท็จจริง จะมี  (...........)  หมายเหตุ หรือ ดอกจันททร์ ...*...พิมพ์ด้วยอักษร สีน้ำเงิน  รวมถึง ชื่อบุคคลที่กล่าวถึงหากมี  * และพิมพ์ตัวอักษร ด้วย สีน้ำเงิน หรือ ขีดเส้นใต้ชื่อ หมายถึง ท่านนั้น ได้ล่วงลับ ไปแล้ว .... เครื่องหมาย *  กำกับข้อมูลที่นำมาอ้าง เพื่อประกอบความจริงในเชิงอรรถ จากที่ไหน ไม่มีภาคผนวก

ทุกอย่างบนตัวอักษรมาจาก ความทรงจำ สมอง ที่ยังสมบูณ์ 100 % ข้อมูลบางอย่างที่เป็นตัวเลข หรือ จำเป็นต้องนำมายืนยัน ก็จะอาศัยฐานความรอบรู้ จาก วีกิพีเดีย หรือ กูเกิ้ล เพื่อสร้างความเชื่อถือ กล่าวอ้างเท่านั้น ภาพประกอบ เล่าเรื่อง หรือ บทความ บางภาพหาใน เสริชจาก กูเกิ้ล และ google+ รวมถึง ภาพจาก facebook ..... บางภาพถ่ายเอง จากกล้องโทรศัพท์มือถือ nokia n 80 คุณภาพพอใช้ได้ใช้งานมานานเกือบสิบปีแล้ว ต่อไปถ้ามีโอกาสก็จักพัฒนา เป็น....?


ดังนั้น ถ้าบังเอิญผู้ถูกเอ่ยถึง ไม่สบอารมณ์ หรือ มีข้อโต้แย้งใด ๆ ก็จำต้อง..กราบขออภัย ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง และก็มีหลายเรื่อง บางเรื่องถึงแม้ว่า จะเป็น เรื่องจริง แต่มิได้เขียนถึงประกอบให้ต่อเนื่อง มีเหตุผลบางประการที่ไม่เขียน ไม่กล่าวถึง เพราะต้องรักษามารยาท สงวนไว้ในที่เข้าใจ เพราะอาจจะทำให้บังเกิดความเสื่อมเสีย เสียหายขึ้นมาได้ และบางเรื่องอาจจะมีคนที่อ่านไป ยิ้มเยาะ " ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย " นั้นเชื่อกันว่า ถูกต้อง แต่คนที่พูดอาจ ตายก่อนเวลาอันควรได้

มีใครเคยเห็นหนังสือ ชีวประวัติ หรือ หนังสือที่แจกในงานทุกวัด มีใครเขียนเรื่องเสียหาย หรือ ระบายความแค้นกับคนที่ถูกกระทำบ้าง มีแต่ยกย่องสรรเสริญ ...สถิตทั่ว แต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ทั้งนั้น โดยส่วนตัวเรานะ มี มีขนาดอยากจะ....กับคนถึง สอง สามคน  คนหนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมงาน ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน อีกคนเป็นญาติใกล้ชิด เป็นพี่น้องกัน เอาแค่สองท่านนี้ ที่เป็นส่วนทำให้ชีวิตต้อง.... เมื่อถึงเล่าเรื่องดังกล่าวอารมณ์พาเพิงถึง ก็จะ อ๋อ กันเอง .....ว่าทำไม..... ตู ! ถึงเป็นแบบนี้

วันดี คืนดี เวลาตกฟาก ถ้าเป็นจริง มานั่งหนีบ ....เสี้ยว.....ของชีวิต ที่ฟลุ๊ค พิมพ์เป็นเล่มขึ้นมาได้จริง ๆ คิดถึงก็หยิบมาอ่าน มาพลิกดู เพราะมีบางเรื่อง คุณ ....อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่ชอบใจ ก็เอาไปวางไว้ในที่เปิดเผย เพื่อมีคนอื่นได้อ่าน แล้วเอามาเล่าเรื่อง เรื่องเล่า ...ให้ฟังกัน เมื่อเจอกัน ที่วัด ในงานคนอื่นต่อไป.

 บันทึกเมื่อ......27 ธันวาคม 2550.....เวลา 19.30 น.

เคาท์ดาวน์ นับถอยหลัง ใกล้วันที่จะย่างเข้า ปีที่ตัวเองจะ 60' ตั้งใจ ทำใจ เตรียมตัวจะเป็น ผู้สูงอายุ รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และกฎบัตรสหประชาชาติ อันว่าด้วย สิทธิมนุษย์ชน ( สูงไปไหมเนี่ย ! ) .....ไอ้ที่ผ่านมาแล้ว ก็จำต้องผ่านไปอีก ชีวิตเราไม่มีหวน ทวนให้ซ้ำรอย วันคืนของตัวเอง วันคืนของคนที่ผ่านโลก ผ่านร้อน ผ่านหนาว ไอ้ เรื่องอกหัก ผิดหวัง ช้ำชอก ไม่สมหวังชีวิตรัก กับคนที่ตัวเองรัก แล้วเขาก็รักเรา แต่ต้องมีอันเป็นไป สองถึงสามคน ไม่ได้เสี้ยว หนึ่งของชีวิต ผ่านทั้งสูงและต่ำ ผ่านในหลายที่หลายสิ่ง ที่หลายคนไม่เคยผ่าน ผ่านชีวิต ผ่านความเจ็บปวด บอบช้ำ ทั้งจิตใจและร่างกาย ผ่านวิกฤติกับการบริหารจัดการวิถีชีวิต ยิ่งกว่านิยายทั้งตู้

พัดผ่านไปหาเรื่องที่ต้องตัดสินใจ รวมถึงหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว มันสารพัดจะโหมกระหน่ำ ซัดใส่ทุกวิถีทาง ถึงแม้จะไม่โชกโชน ไม่ต้องแบกหาม ไม่เคยอดอยาก กินอิ่ม ดื่มบ้าง ตามโอกาส

* เมื่อตอนที่ไปทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เพื่อนสนิท ตู่...ศรีวิกา เพื่อนในก๊วนเกริก ตั๊น..ปุ่น...เล็ก ที่ชัยภูมิ แวะไปด่านขุนทด ได้มีโอกาสแวะมนัสการ..หลวงพ่อคูณ ท่าน เคาะกระโหลกแล้ว กล่าวว่า .."มึงไม่อดตายดอก "  * 


.....มีองค์ประกอบร่างกาย ดูดี เพียงใช้แรงกายฟันฝ่า ไม่หวือหวา มีทั้งสุขและทุกข์ รวมถึงสุก ๆ ดิบ ๆ มีภาระกิจมากมาย มีงานที่ทำ หลากหลาย มีนามบัตร ที่เพื่อน หรือ คนที่รู้จักกัน ไม่อยากรับ เปลี่ยนงานหลายที่ จนไม่รู้ว่าจะเลือกหยิบใบไหน เมื่อติดต่อถึง เพราะเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ หลายวงการ เป็นทั้ง สื่อ ทำอาชีพ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ครอบคลุมชีวิต งานอิสระ พาร์ทไทม์ เรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานหรือ ไปหยิบอัลบั๊มนามบัตร มาดู จะรู้ ใหญ่บ้าง เล็กบ้างตามสถานะการณ์ มีเกียรติ มีคนรู้จัก นับหน้าถือตา คนให้ความเชื่อถือก็มาก ตามหัวโขน ที่สวมใส่ในแต่ละองค์กร บางขณะก็ดูเหมือนใหญ่จริง ๆ ตามสภาวะ และเกมส์ชีวิตพาไป รวมถึงอยู่เฉย ๆ ก็ยังมีคนนับหน้าถือตา และหน้าไหว้หลังหลอก 108 พันเก้า ชีวิตที่ผ่านพบ 
 
ยังเหลือเวลาจะมีชีวิตอยู่ ถึง หมื่นวัน ไหม ? ......5 5 5 ฮ่า.....รู้ไหมใครพูดเอาไว้ เอาไว้มีเรื่องเขียนถึงเจ้าตัว แล้วจะบอก ความโชกโชนของเพื่อนคนนี้ ..... เพื่อนคนนี้ บอกให้นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ อยู่อีกแค่ 10,000 วัน ตั้งแต่บอกมา นับมาถึงวันนี้ คงเหลือ แปดพันกว่าวันแล้ว .....นานมาก จะตรุษจีน อีกครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ได้เจอกัน 5 - 6 เดือน ระยะนี้ เกมส์ มันพลิกล๊อค บ่อย.....เซียน อยู่รู หมู อยู่ตึก ซะด้วย เพื่อนเราเป็นไงบ้างก็ไม่รู้.


   ดุจดังขุนเขา หรือจะไปสน ต่อให้ลมฝนพัดผ่าน เมฆฝน ปกคลุม จะร้อน
     หรือ หนาว จะยากดี มี จน เกิดมาเป็นคน ต้องดิ้นรน เพื่อให้ลมหายใจ 
      ผ่องถ่ายชีวิต ให้เผชิญ ผิด ชอบ ชั่ว ดี ต่อไป.... มองท้องฟ้า แล้วกู่ร้อง
        ....ฟ้า หัวเราะ.. ...ข้า ฯ ชะตาหรือ ดินนั้นถืออภิสิทธิ์ ชีวิตข้า พรหมลิขิต 
       สามารถขีด เส้นเกณฑ์ชะตา.....ข้า ฯ  กระทำแต่ความดี มีหรือจะกลัว....



บันทึกเมื่อ.....28 ธันวาคม 2550 .....เวลา 20.18 น.




                              


                        





                    





                                                                                                         

1 ความคิดเห็น:

  1. ยินดีน้อมรับ ทุกท่าน ที่บังเอิญ หรือ ตั้งใจเข้ามาเยี่ยมชม

    ตอบลบ

add comments.